วงจรปิดบันทึกภาพผู้ก่อเหตุลอบวางเพลิง อบต.
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ทวีความตึงเครียดหนัก หลังเกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่องมากกว่า 100 เหตุการณ์ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ซึ่งผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ระบุว่า รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
ขณะที่ ภาพวงจรปิดจับชัด 4 คนร้าย บุกเผา อบต.สาคอบน ด้าน ห้างโกลบอลเฮ้าส์ปัตตานีเตรียมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งวันนี้ (31 ส.ค. 69) พร้อมร่นเวลาปิดเร็วขึ้น
วงจรปิดจับชัด! 4 คนร้ายชุดดำถือปืน-หิ้วน้ำมันบุกเผา อบต.สาคอบน
ภาพวงจรปิดของ อบต.สาคอบน อ.มายอ จ.ปัตตานี บันทึกเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะผู้ก่อเหตุ 4 คน แต่งกายชุดดำปิดบังใบหน้า ถืออาวุธปืนยาวและแกลลอนน้ำมันเชื้อเพลิง เดินตรงเข้ามาก่อเหตุลอบวางเพลิงภายในสำนักงาน
ภาพวงจรปิดพบคนร้ายคนแรกเดินถือปืนยาวนำเข้ามา คนที่สองและสามถือแกลลอนน้ำมัน 3 แกลลอน ส่วนคนที่สี่ถือไม้พันผ้า ก่อนช่วยกันราดน้ำมันลงบนพื้นและอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้วจุดไฟเผาก่อนหลบหนี ทำให้อาคารเสียหายประมาณ 30% และรถขยะเสียหายอีก 1 คัน
อบต. แห่งนี้เคยถูกเผาหนักมาแล้วเมื่อปี 2564 จนต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานกว่า 2 ปี โดย นายบอรอเฮง วาโอ รองนายก อบต.สาคอบน ระบุว่า เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งทำความสะอาดและขนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ได้ไปยังกองต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมเปิดให้บริการประชาชนในวันจันทร์นี้
โกลบอลเฮ้าส์ปัตตานีเจอระเบิดคลังสินค้า 3 ลูก พร้อมเปิดบริการวันนี้-ร่นเวลาปิด
ส่วนเหตุการณ์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุ 5 คน ได้บุกเข้าไปภายในห้างโกลบอลเฮ้าส์ ต.บานา อ.เมืองปัตตานี ใช้อาวุธปืนข่มขู่ รปภ. และพนักงาน ก่อนนำระเบิดและรถพ่วงข้างบรรจุระเบิดในถังแก๊สไปจอดในโกดังสินค้า จนเกิดระเบิดขึ้น 3 ลูก โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ล่าสุด ห้างโกลบอลเฮ้าส์ปิดให้บริการเพื่อเคลียร์พื้นที่และทำความสะอาด ซึ่งส่วนที่เสียหายเป็นพื้นที่คลังสินค้า ไม่ใช่ส่วนจำหน่ายสินค้า และความเสียหายไม่มากเนื่องจากเป็นระเบิดลูกเล็ก
ทางห้างเตรียมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันนี้ (31 ส.ค. 69) โดยมีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิดปิด จากปกติปิดเวลา 19.00 น. ร่นลงมาเป็นปิดเวลา 17.00 น. เพื่อความปลอดภัย
ชี้ป่วนใต้ทะลุ 100 จุด รุนแรงสุดในรอบ 10 ปี จี้รัฐเร่งฟื้นความเชื่อมั่น
ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้มองว่า เหตุการณ์ป่วนใต้ตั้งแต่นานวันที่ 22 ถึงคืนวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการก่อเหตุพร้อมกันและต่อเนื่องมากกว่า 100 จุด ถือเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2558
แม้การก่อเหตุส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีเชิงสัญลักษณ์และหลีกเลี่ยงไม่ให้ประชาชนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่การก่อเหตุอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่ และลดทอนความเชื่อมั่นต่อภาครัฐในการคุ้มครองความปลอดภัย
ภาครัฐจึงต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาในทางยุทธวิธี โดยเฉพาะการปรับวิธีการจัดการเพื่อระงับเหตุและป้องกันการกระจายก่อเหตุในจุดเล็ก ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นอีก




























































