แฮกเกอร์ป่วนยุโรป โจมตีธนาคารเลือดฝรั่งเศส
สถาบันโลหิตแห่งชาติฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ตู้แช่เย็นสำหรับเก็บรักษาเลือดบริจาคตามสถานพยาบาล ถูกแฮกเกอร์เจาะเข้าระบบและพยายามปรับตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้น จากติดลบหลายสิบองศาเซลเซียส ปรับไปทะลุ 100 องศาเซลเซียส แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ไหวตัวทัน ไม่เกิดความเสียหายใดๆ
ตู้แช่เย็นของคลังเก็บเลือดภูมิภาค 3 แห่งในฝรั่งเศส ตกเป็นเป้าการโจมตีทางไซเบอร์เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มแฮกเกอร์เปิดฉากเจาะระบบซูเปอร์มาร์เก็ตในหลายประเทศยุโรป
กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสระบุในแถลงการณ์ว่า ศูนย์บริการระดับภูมิภาคหลายแห่งของสถาบันโลหิตฝรั่งเศส (French Blood Establishment) ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งส่งผลต่อระบบตรวจสอบและควบคุมของตู้แช่เย็นเก็บโลหิตบางแห่ง
เหตุโจมตีดังกล่าวยืดเยื้อมาจนถึงวันจันทร์ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคลังสำรองเลือดแต่อย่างใด โดยแฮกเกอร์พยายามตั้งค่าให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นถึง 110 องศาเซลเซียส จากปกติอยู่ที่ -30 องศาเซลเซียส แต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าแทรกแซงและแก้ไขได้ทันเวลาเพื่อปกป้องคลังเลือดเอาไว้ ซึ่งทางการฝรั่งเศสได้เริ่มกระบวนการสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้
จนถึงขณะนี้ มีเพียงซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้นที่เป็นที่ทราบกันว่าได้รับผลกระทบจากการแฮกลักษณะนี้ ซึ่งหลายหน่วยงาน รวมถึงบริษัทความมั่นคงทางไซเบอร์หลายแห่งยังคงเดินหน้าตรวจสอบว่าคนร้ายใช้วิธีใด รวมถึงหาเบาะแสผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
แม้จะมีกลุ่มแฮกเกอร์ชาวรัสเซียออกมาอ้างว่าได้ร่วมมือกันแฮกหนึ่งในระบบที่ใช้ในการโจมตีซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในยุโรป ซึ่งชี้ว่ากลุ่มนี้อาจอยู่เบื้องหลัง แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญยังกังขา และไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าผู้ลงมืออาจเป็นแฮกเกอร์ชาวอิหร่าน หรือแฮกเกอร์ระดับรัฐบาล หรือแม้กระทั่งวัยรุ่นที่แฮกเพื่อความคึกคะนอง ก็อาจเป็นผู้ลงมือได้เช่นกัน
เหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์เหล่านี้จุดชนวนความกังวลในสหภาพยุโรปเกี่ยวกับช่องโหว่ที่ไม่เคยคาดคิดในโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่าย ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเมื่อปี 2022



























































