ประธานาธิบดีอิหร่านชี้! "สหรัฐฯ - อิสราเอล" อยู่เบื้องหลังผู้ประท้วง
เกาะติด "สถานการณ์ประท้วงอิหร่าน" ที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ความรุนแรงยังไม่แผ่ว โดยมียอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามพุ่งสูง ท่ามกลางสงครามวาจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณพร้อมเข้าแทรกแซง กับทางการอิหร่านที่ประกาศกร้าวพร้อมตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลทันทีหากถูกรุกราน
ขณะที่ กลุ่มต่อต้านรัฐบาลมีความหวังเมื่อพระราชโอรสของ "พระเจ้าชาห์" องค์สุดท้ายประกาศพร้อมกลับประเทศ
วิกฤตเลือด! ม็อบจุดแฟลชไล่รัฐบาล ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงสุด 495 ศพ
การชุมนุมที่มีชนวนเหตุจากความไม่พอใจต่อสภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ที่ทำให้เงินของอิหร่านร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดในหลายเมืองใหญ่ โดยในกรุงเตหะราน ผู้ชุมนุมใช้วิธีเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือและส่งเสียงขับไล่รัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การประเมินสถานการณ์เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากอินเทอร์เน็ตถูกปิดกั้นทั่วประเทศ แต่ข้อมูลจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระบุตัวเลขที่น่าตกใจ
- IHR (นอร์เวย์): ยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 192 คน
- HRANA (สหรัฐฯ): ระบุตัวเลขสูงกว่า โดยมีผู้ประท้วงเสียชีวิตไปแล้ว 495 คน ส่วนเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเสียชีวิตไปแล้ว 48 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ประท้วงถูกจับอีก 10,600 คน
"ทรัมป์" พร้อมช่วย - อิหร่านขู่สวน "โจมตีมา ฐานทัพพังแน่"
อุณหภูมิความขัดแย้งระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้น เมื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า "อิหร่านกำลังมองหาอิสรภาพในแบบที่อาจไม่เคยมีมาก่อน และสหรัฐฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือ"
คำขู่ดังกล่าวทำให้ประธานรัฐสภาอิหร่านออกมาเตือนกลับทันควันว่า
"หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ฐานทัพจุดต่าง ๆ รวมถึงศูนย์กลางการขนส่งสินค้าในภูมิภาคทั้งของสหรัฐฯ หรือแม้แต่อิสราเอล จะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการตอบโต้ของอิหร่านทันที"
รัฐบาลโทษต่างชาติยุยง - "ราชวงศ์ปาห์ลาวี" รอวันคืนถิ่น
"มาซูด เปเซซเคียน" ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจลาจลครั้งนี้ พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 3 วัน ให้กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่เสียชีวิต และปลุกระดมประชาชนให้ออกมาเดินขบวนต่อต้านกลุ่มผู้ประท้วง
ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญ คือ พระราชโอรสของพระเจ้าชาห์องค์สุดท้ายแห่งอิหร่าน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ได้ออกมาประกาศจุดยืนว่า "พร้อมเดินทางกลับอิหร่านทันทีที่มีโอกาส"



























































