แม้จะได้ชื่อว่าเป็นมหานครระดับโลกอย่างนิวยอร์ก แต่เมืองใหญ่ของสหรัฐฯ แห่งนี้ เวลาเผชิญฝนตกหนัก ก็ใช่ว่าจะรอดพ้นจากน้ำท่วมขังหรือว่าน้ำรอการระบายได้
ปัญหาเหล่านี้ทำให้นิวยอร์กกำลังทดลองแนวคิดที่เรียกว่า Cloudburst Management หรือ แผนงานและระบบบริหารจัดการน้ำท่วมฉุกเฉินของนครนิวยอร์ก ซึ่งออกแบบมาเพื่อรับมือกับปรากฏการณ์ฝนตกหนักรุนแรงในเวลาอันสั้น ที่เกินกว่าระบบท่อระบายน้ำเดิมจะรองรับไหว

แนวคิดสำคัญก็คือเปลี่ยนถนน สวน และพื้นที่สาธารณะบางส่วน ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบรับน้ำของเมืองชั่วคราวในเวลาฝนตกหนัก และกลับมาใช้งานได้ปกติในวันที่อากาศแห้ง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ปล่อยให้น้ำทั้งหมดไหลเข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังบนถนนและความเสียหายต่อทรัพย์สิน แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น จึงจะทยอยระบายมวลน้ำกลับเข้าสู่ระบบท่อระบายน้ำหลักต่อไป
ส่วนที่เนเธอร์แลนด์เอง มีแนวคิดที่เรียกว่า "Room for the River" หรือว่า "คืนพื้นที่ให้แม่น้ำ" คือแทนที่จะพยายามบีบมวลน้ำหรือว่าแม่น้ำให้อยู่ในพื้นที่เดิมทั้งหมด รัฐบาลได้มีการดำเนินมาตรการในหลายพื้นที่ เช่น ขยับคันกั้นน้ำออกไปด้านใน ขุดช่องทางระบายน้ำ และลดระดับพื้นที่รับน้ำ เพื่อให้มวลน้ำและแม่น้ำมีพื้นที่กระจายตัวมากกว่าเดิมเมื่อระดับน้ำสูงขึ้น
ตัวอย่าง ก่อนและหลังของที่ราบน้ำท่วมถึงของ IJssel River ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญที่เนเธอร์แลนด์ดำเนินโครงการจัดการน้ำนี้อยู่ โดยยอมเปิดพื้นที่ที่ราบตลิ่งเหล่านี้ให้รับน้ำยามวิกฤต แทนการสร้างพนังกั้นน้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อลดความรุนแรงของอุทกภัย
โดยโครงการนี้เริ่มเดินหน้าในช่วงปี 2006 ใช้งบประมาณไปกว่า 80,000 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประสบกับภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่จากแม่น้ำ Rhine และแม่น้ำ Meuse ในปี 1993 และ 1995 ซึ่งทำให้ต้องอพยพประชาชนไปกว่า 250,000 คนเลยทีเดียว
ส่วนในเอเชียเองก็มีอีกหนึ่งตัวอย่างที่โดดเด่นก็คือ Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel หรือที่เรียกกันว่า G-Cans เป็นระบบระบายน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น โดยโครงการนี้ตั้งอยู่ในเขตมหานครโตเกียว ซึ่งประกอบไปด้วยใจกลางกรุงโตเกียว จังหวัดคานากาวะ ชิบะ และไซตามะ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่บนที่ราบคันโต ที่เป็นพื้นที่ราบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่ถึง 17,000 ตารางกิโลเมตร และมีแม่น้ำสายเล็ก ๆ ไหลผ่านมากมาย และทำให้พื้นที่นี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วม
และด้วยการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันพื้นที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนกว่า 38 ล้านคน และมีมูลค่าทรัพย์สินรวมไปถึงธุรกิจมหาศาลนับล้านล้านเยน ดังนั้น การป้องกันน้ำท่วมจึงถือเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ของรัฐบาลญี่ปุ่น
สำหรับอุโมงค์ยักษ์ที่พูดถึงนี้ เป็นท่อส่งน้ำขนาดมหึมา ฝังลึกอยู่ใต้ดินลงไปประมาณ 50 เมตร มีความยาวรวมกันถึง 6.3 กิโลเมตร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นระบบอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความสามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุดประมาณ 670,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกเกือบ 300 สระ
ระบบนี้ทำหน้ารับน้ำจากแม่น้ำสายเล็ก ๆ และสายกลางหลายสาย ก่อนที่จะระบายเข้าสู่แม่น้ำเอโดะ โดยสามารถสูบระบายน้ำออกได้สูงถึง 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นแอ่งและก็น้ำสะสมได้ง่าย ซึ่งโครงการนี้ก็เริ่มก่อสร้างในปี 1993 ด้วยงบประมาณ 230,000 ล้านเยน โดยนับตั้งแต่เปิดใช้งาน ระบบนี้ประเมินแล้วว่าช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในเมืองหลวงได้ถึงประมาณ 80%

แต่การรับมือกับน้ำท่วมก็ไม่ได้มีแค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เพราะว่าอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการรู้ให้เร็วว่าน้ำกำลังจะมา
อย่างสิงคโปร์ก็เลือกใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ให้เมืองมองเห็นความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ โดยหน่วยงาน PUB (Public Utilities Board) มีระบบติดตามน้ำท่วม ที่รวบรวมข้อมูลจากเซนเซอร์ระดับน้ำมากกว่า 1,000 จุด กล้อง CCTV มากกว่า 500 ตัว เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน และเรดาร์อากาศ เข้าไปสู่ศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ขณะที่ ตัวเรดาร์สภาพอากาศสามารถช่วยคาดการณ์รูปแบบฝนล่วงหน้าได้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมรับมือกับจุดที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วม และส่งทีมเข้าไปจัดการได้อย่างรวดเร็ว
ฝนที่ตกหนักสุดขั้วกำลังทำให้เมืองต้องคิดไกลกว่าการระบายน้ำในวันที่ฝนตก แต่ต้องคิดตั้งแต่การใช้ที่ดิน การสร้างอาคาร ไปจนถึงการเตรียมคนให้พร้อม คำถามสำคัญยังอยู่ที่ว่า เมื่อฝนครั้งต่อไปหนักเกินกำลัง เมืองของเราเตรียมพื้นที่ให้น้ำไว้แล้วหรือยัง หรือว่าสุดท้ายแล้ว น้ำจะต้องไปหาที่อยู่เองตามถนนและก็บ้านเรือนของประชาชน
📌อ่าน : มีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูงมาก! ทำไม? ช่วงนี้จะเกิดฝนตกหนักและตกแช่
📌อ่าน : “พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า
📌อ่าน : ชวนรู้จัก “พยากรณ์อากาศ” คืออะไร ? ทำไมรู้ว่าวันนี้ฝนตก
📌อ่าน : ทำไม? การคาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบแบบเป๊ะ ๆ จึงเป็นเรื่องยาก
📌อ่าน : WMO เตือน! “เอลนีโญ” รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ใกล้เข้ามาแล้ว
📌อ่าน : ยังแก้ไขได้! 5 เรื่องต้องรู้ เมื่อโลกอุณหภูมิสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส
📌อ่าน : อะไร? คือ “ก็อดซิลลา เอลนีโญ” เมื่อสภาพอากาศกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล: จับตาสถานการณ์ ไทยพีบีเอส
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




