แม้จะพูดได้ว่า “ภัยธรรมชาติ” เป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ภัยพิบัติดังกล่าวไม่ได้เกิดจากเรื่องของธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับน้ำมือมนุษย์ด้วย ที่ทำให้ภัยพิบัติในหลายๆ จุดของโลกยิ่งเลวร้ายลงจากวิกฤตโลกร้อน
ขณะที่ ภัยธรรมชาติจากอุทกภัย หรือ “น้ำท่วม” แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติของหลายพื้นที่แล้ว ซึ่งประชากรที่เสี่ยงเผชิญน้ำท่วมรุนแรงมีเกือบ 2,000 ล้านคนทั่วโลก สภาพอากาศสุดขั้วถือเป็น 1 ใน 5 ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวิกฤตโลกร้อนเริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วพื้นที่ไหนบ้างคือพื้นที่ที่เสี่ยงเผชิญภัยพิบัติมากที่สุดของปีนี้
สำรวจจุดเสี่ยงภัยพิบัติทั่วโลก ปี 2026
“ยุโรป” เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักจนทำให้น้ำไหลท่วมเมือง ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในพื้นที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่จะเผชิญฝนตกหนักเช่นนี้ บางพื้นที่มีฝนตกลงมาในช่วง 24 ชั่วโมง ปริมาณเทียบเท่ากับ 2 เดือน
แม้จะชี้นิ้วกล่าวโทษไปที่ปัญหา "โลกร้อน" ไปเสียทั้งหมดไม่ได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงมากขึ้น เกิดบ่อยมากขึ้น และยาวนานขึ้นด้วย ซึ่งนี่ยังไม่นับเรื่องความแปรปรวนของสภาพอากาศ
ธนาคารโลก ประเมินว่า ประชากรมากกว่า 1,800 ล้านคน หรือประมาณ 23% ของประชากรโลก เสี่ยงเผชิญน้ำท่วมรุนแรง ในจำนวนนี้เกือบครึ่งหนึ่งเป็นผู้ที่มีฐานะยากจน ทำให้เสี่ยงได้รับผลกระทบในระยะยาวด้วย โดยส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก แต่น้ำท่วมเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของภัยพิบัติที่กำลังโหมกระหน่ำโลกใบนี้เท่านั้น

สถาบันวิจัยในเยอรมนี ได้จัดทำรายงานความเสี่ยงโลกเป็นประจำทุกปี ซึ่งจะให้คะแนนความเสี่ยงแต่ละประเทศ โดยประเมินจากระดับความรุนแรงและโอกาสเกิดภัยพิบัติหลายอย่าง ทั้งแผ่นดินไหว สึนามิ พายุพัดถล่ม น้ำท่วม ภัยแล้ง ไปจนถึงการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล พบว่า จีนมีโอกาสเจอภัยพิบัติมากที่สุดในโลก โดยแม้ว่าจะไม่เจอสึนามิ แต่ภัยพิบัติอื่นๆ ที่จีนต้องเจอเสี่ยงสูงทั้งสิ้น จึงได้ไปกว่า 71 คะแนน
ขณะที่เม็กซิโกและญี่ปุ่นตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 โดยทั้งสองประเทศ ตั้งอยู่บริเวณ "วงแหวนแห่งไฟ" จึงเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวได้บ่อย แถมเม็กซิโกยังเจอพายุเฮอร์ริเคนอีกด้วย ส่วนอินเดียและฟิลิปปินส์ พูดได้ว่า เจอพายุถล่มและน้ำท่วมซ้ำซากเป็นปกติเลยก็ว่าได้ ขณะที่อินโดนีเซีย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย โคลอมเบีย และรัสเซียก็ติด 10 อันดับโลกเช่นกัน
ประเทศไหนเสี่ยงเผชิญภัยพิบัติมากที่สุดในโลก ?
ข้อมูลจากสำนักงานเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ ชี้ว่า อันตรายที่เกี่ยวข้องกับน้ำคิดเป็นครึ่งหนึ่งของภัยพิบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั่วโลก ระหว่างปี 1970 ถึงปี 2019 และทำให้มีผู้เสียชีวิตคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 45% ของยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติทุกประเภท
ขณะที่นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เกิดภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมเพิ่มขึ้นถึง 134% เมื่อเทียบกับในช่วง 20 ปีก่อนหน้า และจากรายงานของยูเอ็นฉบับล่าสุด พบว่า น้ำท่วมคิดเป็น 40% ของภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ซึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงเกิดน้ำท่วม นอกจากเรื่องโลกร้อนแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงรูปแบบการขยายเมืองด้วย
แม้ จีน เม็กซิโก และญี่ปุ่น จะเป็น 3 ประเทศที่มีโอกาสเกิดภัยพิบัติมากที่สุดในโลก แต่จากข้อมูลชุดนี้ จะเห็นว่า จีนและญี่ปุ่นไม่ได้ติดโผ 5 ประเทศที่เสี่ยงเกิดภัยพิบัติสูงสุดและอ่อนไหวต่อภัยพิบัติมากที่สุด ส่วนเม็กซิโก แม้จะอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด แต่ก็อยู่ในอันดับ 5 ตามหลังฟิลิปปินส์ อินเดีย อินโดนีเซียและโคลอมเบีย

การจัดอันดับความเสี่ยงต้องดูเรื่องความอ่อนไหวต่อภัยพิบัติประกอบด้วย ซึ่งจะพิจารณาจากความพร้อมของประเทศนั้นๆ ในการรับมือภัยพิบัติ ขีดความสามารถในการจัดการภัยพิบัติ และการรู้จักปรับตัวอยู่ร่วมภัยพิบัติเหล่านั้น โดยประเทศที่อ่อนไหว 5 อันดับแรก เป็นประเทศยากจนในแอฟริกาที่เผชิญกับสงครามและความขัดแย้งรุนแรง
การสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า การวางผังเมืองอย่างเหมาะสม และการพัฒนาระบบโครงการพื้นฐานให้รองรับภัยพิบัติได้ เป็นเพียงหนึ่งในมาตรการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือภัยพิบัติ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงได้
โดยแม้โลกจะทราบดีอยู่แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่การทำสิ่งที่รู้ ให้ได้ผลออกมาเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ และไม่ใช่ทุกประเทศจะทำได้ด้วย ซึ่งเงินถือเป็นอุปสรรคใหญ่อย่างหนึ่ง เพราะประเทศที่เจอภัยธรรมชาติบ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ได้ร่ำรวย
ในแต่ละปี ภัยพิบัติสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามหาศาล ยกตัวอย่างน้ำท่วมเพียงอย่างเดียวก็ทำให้โลกสูญเงินเฉลี่ยปีละกว่า 3 แสน 8 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีความเสี่ยงที่ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลจากโลกร้อน นี่ยังไม่นับการเสียชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้อีกต่างหาก
บทวิเคราะห์โดย ทิพย์ตะวัน ธีรนัยพงศ์ ทีมข่าวต่างประเทศไทยพีบีเอส
อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
WeatherNext 3 คืออะไร ? AI พยากรณ์อากาศใหม่จาก Google แม่นขึ้น อัปเดตทุกชั่วโมง
Floodboard เช็กน้ำท่วมกรุงเทพฯ เรียลไทม์ ใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดแอปฯ
3 แอปพลิเคชัน เช็กน้ำท่วม-คาดการณ์ฝนล่วงหน้า
“พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า
ชวนรู้จัก “พยากรณ์อากาศ” คืออะไร ? ทำไมรู้ว่าวันนี้ฝนตก
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




