โดยนำเซลล์มาพัฒนาเป็นแบบจำลองเนื้อเยื่อไขกระดูกในอุปกรณ์ Organ-on-a-Chip เพื่อศึกษาผลของรังสีและสภาวะไร้น้ำหนักต่อเซลล์มนุษย์ รวมถึงตรวจสอบว่าแบบจำลองเหล่านี้สามารถสะท้อนการตอบสนองของนักบินอวกาศแต่ละคนได้มากน้อยเพียงใด
หลังยานอวกาศ Orion เดินทางกลับโลก ตัวอย่างจาก AVATAR ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการของบริษัท Emulate ใน Boston โดย NASA รายงานเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ว่านักวิจัยกำลังเปรียบเทียบชิปที่เดินทางไปกับภารกิจ ชิปควบคุมที่อยู่บนโลก และตัวอย่างเลือดของลูกเรือ ข้อมูลที่ได้จะช่วยประเมินทั้งผลกระทบของการเดินทางในอวกาศลึกและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี Organ-on-a-Chip สำหรับการศึกษาสุขภาพมนุษย์

หลังการเก็บกู้ Orion ทีมจาก NASA, Harvard และ Space Tango เข้ารับชุดการทดลอง AVATAR จากเรือ USS John P. Murtha ก่อนนำไปยัง Naval Health Research Center ใน San Diego ซึ่งเตรียมห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์ และบุคลากรไว้รองรับตั้งแต่ก่อนยานอวกาศกลับถึงโลก การจัดการในช่วงนี้มีความสำคัญ เนื่องจากชุดการทดลองประกอบด้วยเซลล์มนุษย์ที่ต้องนำออกมาและเตรียมสำหรับการตรวจวิเคราะห์ตามขั้นตอนที่กำหนด
จากนั้นตัวอย่างถูกเตรียมส่งต่อไปยัง Emulate ซึ่งเป็นผู้ผลิต Organ Chips ที่ใช้ในการทดลอง เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์และโมเลกุลหลังเดินทางในอวกาศ งานหลังภารกิจจึงครอบคลุมตั้งแต่การรับตัวอย่าง การเตรียมตัวอย่าง ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อระบุว่าเซลล์ที่กลับมามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเทียบกับชุดควบคุมบนโลก

AVATAR ใช้แบบจำลองเนื้อเยื่อไขกระดูกที่พัฒนาจากเซลล์ของลูกเรือแต่ละคน ไขกระดูกเป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด จึงเกี่ยวข้องกับทั้งการขนส่งออกซิเจน ภูมิคุ้มกัน และการแข็งตัวของเลือด อีกทั้งยังไวต่อรังสี การศึกษาเนื้อเยื่อชนิดนี้จึงช่วยให้นักวิจัยตรวจสอบผลกระทบของสภาพแวดล้อมในอวกาศต่อระบบสร้างเม็ดเลือดได้
นักวิจัยนำชิปที่เดินทางไปกับ Orion มาเปรียบเทียบกับชิปควบคุมที่อยู่บนโลก เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างชุดการทดลอง ขณะเดียวกันก็เปรียบเทียบกับตัวอย่างเลือดของนักบินอวกาศก่อนและหลังภารกิจ เพื่อประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงในแบบจำลองสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจพบในเจ้าของเซลล์อย่างไร
การเปรียบเทียบนี้เป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ Organ-on-a-Chip แม้ชิปจะใช้เซลล์จากนักบินอวกาศโดยตรง แต่ยังเป็นแบบจำลองของเนื้อเยื่อบางส่วน การนำมาใช้ประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพจึงต้องตรวจสอบก่อนว่าแบบจำลองสะท้อนการตอบสนองของมนุษย์ได้ในด้านใด และมีข้อจำกัดอย่างไร ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการทดลอง AVATAR

หนึ่งในเทคนิคที่ใช้วิเคราะห์ตัวอย่างคือ Single-Cell RNA Sequencing ซึ่งตรวจรูปแบบการแสดงออกของยีนในเซลล์แต่ละเซลล์ ข้อมูลนี้ช่วยให้นักวิจัยศึกษาว่าเซลล์ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมอย่างไร และค้นหาการเปลี่ยนแปลงที่อาจมองไม่เห็นจากการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของตัวอย่างทั้งหมด ก่อนนำผลไปเปรียบเทียบกับข้อมูลจากตัวอย่างเลือดของลูกเรือ
NASA ระบุว่า จากองค์ความรู้ด้านการบินอวกาศที่ผ่านมา นักวิจัยคาดว่าจะตรวจพบความเสียหายจากรังสีในตัวอย่าง และกำลังใช้เทคนิคการวิเคราะห์เพื่อค้นหาการเปลี่ยนแปลงอื่นที่อาจไม่ได้คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบด้วยข้อมูลจากการทดลอง ทีมวิจัยจึงต้องวิเคราะห์และยืนยันข้อค้นพบก่อนเผยแพร่ผลในวารสารที่ผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือ Peer Review โดยมีแผนแบ่งปันผลเบื้องต้นผ่านการประชุมและการบรรยายทางวิทยาศาสตร์ระหว่างที่การวิเคราะห์ยังดำเนินอยู่

เป้าหมายระยะยาวของ AVATAR คือการใช้ Organ-on-a-Chip ศึกษาความเสี่ยงและพัฒนาวิธีดูแลสุขภาพให้เหมาะกับนักบินอวกาศแต่ละคน NASA เสนอแนวทางว่า ในอนาคตอาจส่งชิปที่มีเซลล์ของนักบินอวกาศไปกับภารกิจล่วงหน้า แล้วนำข้อมูลกลับมาใช้เตรียมมาตรการป้องกันและชุดเวชภัณฑ์เฉพาะบุคคล ก่อนที่เจ้าของเซลล์จะเดินทางไปเผชิญสภาพแวดล้อมนั้นด้วยตนเอง
สำหรับความคืบหน้าหลัง Artemis II กลับโลก ขั้นตอนที่ยืนยันได้คือการส่งตัวอย่างถึงห้องปฏิบัติการและเข้าสู่การวิเคราะห์เปรียบเทียบ จากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ยังไม่พบรายงานผลฉบับสมบูรณ์ที่สรุปว่า ชิปสามารถสะท้อนการตอบสนองของลูกเรือได้แม่นยำเพียงใด รายงานหลังภารกิจของ NASA ยังคงอธิบายงานส่วนนี้ว่าอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล
ผลจาก AVATAR จึงมีความสำคัญทั้งต่อการทำความเข้าใจผลกระทบของอวกาศลึกและการประเมินเครื่องมือที่อาจใช้ศึกษาความเสี่ยงในภารกิจต่อไป หากแบบจำลองผ่านการตรวจสอบได้ดีเพียงพอ นักวิจัยอาจใช้เซลล์ของแต่ละคนศึกษาการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมและแนวทางป้องกันล่วงหน้าได้ แต่การนำไปใช้งานยังต้องอาศัยหลักฐานจากการทดลอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมกำลังศึกษาต่อจากตัวอย่างที่เดินทางกลับมาพร้อม Artemis II
Chottiwatt Jittprasong
Graduate Researcher in Biological Sciences
Purdue University, United States
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA, emulatebio
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech





