ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดพบดาวหางดวงใหม่ จากการถ่ายภาพสำรวจวัตถุทางดาราศาสตร์

04 พ.ย. 695 นาที1 ชั่วโมงที่แล้ว

กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งสร้างมาเพื่อไขความลับของสสารมืดและพลังงานมืดในเอกภพ แต่ล่าสุดกลับค้นพบดาวหางดวงใหม่ในระบบสุริยะได้เป็นครั้งแรก

กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดถ่ายภาพดาวหางดวงหนึ่งไว้ได้ระหว่างวันที่ 16–24 กันยายน 2026 ขณะกำลังทำงานหลัก คือถ่ายภาพกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกล โดยต่อมาได้มีการตั้งชื่อดาวหางดวงนี้ว่า C/2026 S1 (Euclid)

มิกโก เพินทิเนน (Mikko Pöntinen) นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เป็นผู้ค้นพบดาวหางดวงนี้ เขาทำงานร่วมกับคณะทำงานวิทยาศาสตร์ด้านวัตถุในระบบสุริยะของ Euclid Consortium และใช้ซอฟต์แวร์ตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อค้นหาวัตถุขนาดเล็กในภาพของยูคลิด

"ผมตื่นเต้นมากตอนที่ซอฟต์แวร์แจ้งเตือนว่าเจอ 'แนวเส้น' ลากผ่านภาพหลายภาพ ซึ่งเกิดจากวัตถุที่เคลื่อนที่เร็ว" เพินทิเนนเล่า "พอคำนวณตำแหน่งล่วงหน้า ผมก็หาเจอในภาพอื่น ๆ ด้วย รวมแล้วพบในภาพห้าชุด เมื่อดูเพิ่มเติม พบว่ามีกลุ่มหมอกฟุ้ง ๆ ล้อมรอบอยู่ ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นดาวหางที่มีการตอบสนองต่อพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยการปล่อยฝุ่นและก๊าซออกมา"

ดาวหางดวงนี้ปรากฏอยู่ในพื้นที่สำรวจซีกฟ้าเหนือ (Euclid Deep Field North) และมีการบันทึกไว้ทั้งหมด 16 ครั้งที่กล้องเปิดรับแสง เมื่อนำไปเทียบกับบัญชีรายชื่อดาวหางและดาวเคราะห์น้อยที่รู้จักแล้วก็ไม่พบดวงใดตรงกัน ทีมวิจัยจึงรายงานไปยังศูนย์ดาวเคราะห์น้อย (Minor Planet Center หรือ MPC) ของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล รายงานนี้ทำให้นักดาราศาสตร์ภาคพื้นดินช่วยสังเกตการณ์ติดตามผลได้ และในวันที่ 8 ตุลาคม MPC ก็ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าวัตถุนี้เป็นดาวหางดวงใหม่

ภาพถ่ายตำแหน่งของดาวหางที่พบเจอในภาพถ่ายสำรวจเอกภพขนาดใหญ่ของยูคลิด ภาพจาก ESA

ดาวหางที่โคจรโค้งข้ามระบบสุริยะ

ดาวหางดวงนี้อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,300 ล้านกิโลเมตร เท่ากับระยะจากดวงอาทิตย์ออกไปถึงราว ๆ ช่วงระหว่างวงโคจรของดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ แต่ไม่ได้อยู่บนระนาบเดียวกับดาวเคราะห์ ขณะนี้ดาวหางอยู่ "เหนือขึ้นไปตรง ๆ" เมื่อมองจากดวงอาทิตย์ และโคจรโค้งข้ามระบบสุริยะในวงโคจรที่ใช้เวลาหลายพันปีกว่าจะครบรอบ ส่วนคาบการโคจรที่แม่นยำจะคำนวณได้เมื่อเก็บข้อมูลได้มากขึ้น

ตามแผนการสังเกตการณ์ กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดจงใจหลบแถบท้องฟ้าตามระนาบของระบบสุริยะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีดาวเคราะห์น้อยและดาวหางอยู่หนาแน่น เพราะฝุ่นในบริเวณนั้นสร้างแสงจ้าที่รบกวนการถ่ายภาพห้วงอวกาศลึก ซึ่งตามปกติแล้วจะถ่ายท้องฟ้าแต่ละส่วนเพียงครั้งเดียว คณะนักวิจัยจึงย้อนกลับไปถ่ายซ้ำเพื่อยืนยันลักษณะของดาวหางตามต้องการไม่ได้

"เราคาดว่ายูคลิดจะค้นพบดาวหางได้น้อยมาก" บรูโน อัลติเอรี (Bruno Altieri) นักวิทยาศาสตร์และหนึ่งในทีมผู้ค้นพบกล่าว "การที่วงโคจรของดาวหางกับการสแกนท้องฟ้าของยูคลิดในช่วงนั้นมาบรรจบกันพอดีจนจับภาพวัตถุนี้ได้หลายภาพ เป็นความบังเอิญที่น่ายินดี"

ยูคลิดไม่ใช่กล้องอวกาศตัวแรกที่ค้นพบวัตถุในระบบสุริยะจากภาพที่ถ่ายไว้ทำงานอื่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ของ NASA เคยทำแบบนี้มาแล้ว

ในเดือนธันวาคม 2024 ทีมนักวิจัยจาก MIT นำภาพดาว TRAPPIST-1 มากกว่า 10,000 ภาพ มาวิเคราะห์ใหม่ ภาพเหล่านี้เดิมถ่ายไว้เพื่อศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบ ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เทคนิคประมวลผลทดสอบทุกทิศทางและความเร็วที่เป็นไปได้ แล้วพบดาวเคราะห์น้อยใหม่ 138 ดวงในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก ขนาดตั้งแต่เท่ารถบัสไปจนถึงเท่าสนามกีฬา ซึ่งเล็กเกินกว่าที่กล้องบนพื้นโลกจะมองเห็นและในก่อนหน้านั้นปี 2023 เจมส์ เว็บบ์ก็เคยถ่ายติดดาวเคราะห์น้อยขนาดราว 100–200 เมตร ซึ่งใกล้เคียงกับโคลอสเซียมในกรุงโรม ระหว่างการปรับเทียบอุปกรณ์ แต่ดวงนั้นยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันวงโคจร

ภาพถ่ายดาวหาง C2026 S1 Euclid จากการรวมภาพถ่ายของกล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดหลายสิบภาพ ภาพจาก ESA

กล้องทั้งสองใช้วิธีถ่ายภาพต่างกัน เจมส์ เว็บบ์ จ้องจุดเดียวนานหลายชั่วโมง ส่วนยูคลิดกวาดถ่ายท้องฟ้าทีละส่วน แต่ทั้งสองกรณีให้ข้อสรุปเดียวกัน คือภาพจากกล้องอวกาศยังมีวัตถุในระบบสุริยะซ่อนอยู่อีกมาก ถ้ามีเครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่ดีพอก็สามารถค้นเจอได้

การค้นพบนี้แสดงว่ายูคลิดตรวจพบดาวหางดวงใหม่ได้ตั้งแต่ตอนที่ดาวหางยังอยู่ค่อนข้างไกลจากดวงอาทิตย์ ความสามารถนี้สำคัญต่อภารกิจสกัดดาวหาง (Comet Interceptor) ของ ESA ในอนาคต ภารกิจนี้จะส่งยานไปรอดาวหางที่เพิ่งเดินทางเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน จึงต้องรู้ตำแหน่งเป้าหมายให้เร็วที่สุด

"ดาวหางดวงนี้ไม่เหมาะจะเป็นเป้าหมายของ Comet Interceptor ก็จริง แต่กระบวนการค้นพบและแจ้งเตือนครั้งนี้ทำให้เราได้ทดสอบจริงว่าทีมของสองภารกิจจะประสานงานกันอย่างไรในอนาคต" วาเลเรีย เปตโตริโน (Valeria Pettorino) นักวิทยาศาสตร์โครงการยูคลิดกล่าว

การติดตามวัตถุในระบบสุริยะยังช่วยงานหลักของยูคลิดด้วย เมื่อระบุได้ว่าแนวหางดาวหางหรือแสงส่วนเกินในภาพมาจากวัตถุใด นักวิทยาศาสตร์ก็กำจัดสิ่งรบกวนเหล่านั้นออกได้ แผนที่กาแล็กซีที่ใช้ศึกษาสสารมืดและพลังงานมืดจึงแม่นยำขึ้น

ในแง่วิทยาศาสตร์ ดาวหางคือเศษน้ำแข็งและฝุ่นที่หลงเหลือจากการกำเนิดระบบสุริยะเมื่อราว 4,600 ล้านปีก่อน และแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยนับตั้งแต่ก่อตัว การศึกษาดาวหางจึงช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจวัตถุดิบที่หล่อหลอมดาวเคราะห์ รวมถึงได้เบาะแสว่าน้ำบนโลกและองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตอาจมาจากไหน

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

ที่มาข้อมูล : ESA

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

ยูคลิด
เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

Pegasus สปายแวร์ระดับโลก อาวุธไซเบอร์ไร้เงา สอดแนมไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองไทยเทคโนโลยี

Pegasus สปายแวร์ระดับโลก อาวุธไซเบอร์ไร้เงา สอดแนมไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองไทย

ทำความรู้จัก Pegasus (เพกาซัส) สปายแวร์ (Spyware) รับจ้างระดับโลก ที่เจาะข้อมูลระดับรากฐานด้วย Zero-Click ดักฟัง สั่งเปิดกล้อง อ่านแชตได้โดยไม่ต้องกดรับสาย ผู้นำระดับโลกเคยโดนมาแล้ว ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองไทย

03 พ.ย. 69|19 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อ “กำแพงรังสีของโลก” กำลังถูกทำลาย จากสภาวะสภาพอากาศในอวกาศที่รุนแรงอวกาศ

จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อ “กำแพงรังสีของโลก” กำลังถูกทำลาย จากสภาวะสภาพอากาศในอวกาศที่รุนแรง

ในอดีตโลกอาจปลอดภัยจากรังสีนอกโลก แต่ปัจจุบัน “กำแพงรังสีของโลก” หรือเกราะป้องกันรังสีที่ล้อมรอบโลก ซึ่งมักหมายถึง แถบรังสีแวนอัลเลน (Van Allen Radiation Belts) กำลังถูกทำลายลง

03 พ.ย. 69|19 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ทำไม Tesla ทำรถบินได้? ทั้งที่ไม่สามารถใช้ได้จริงบนถนน แต่ก็อาจเป็นก้าวสำคัญทางเทคโนโลยีเทคโนโลยี

ทำไม Tesla ทำรถบินได้? ทั้งที่ไม่สามารถใช้ได้จริงบนถนน แต่ก็อาจเป็นก้าวสำคัญทางเทคโนโลยี

ใครจะไปคิดว่าอยู่ ๆ รถบินได้จริง ๆ จัง ๆ จะโผล่ขึ้นมาบนฟีดกลางเดือนตุลาคมปีนี้ ลองจินตนาการถึงรถสปอร์ตไฟฟ้าที่วิ่งด้วยความเร็วสูงเกิน 370 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร่งจาก 0-97 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที

03 พ.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
สั่งฟองอากาศจิ๋วด้วยคลื่นเสียง! ควบคุมทิศทางของเหลว ให้การนำส่งยารักษาโรคได้ตรงจุดเทคโนโลยี

สั่งฟองอากาศจิ๋วด้วยคลื่นเสียง! ควบคุมทิศทางของเหลว ให้การนำส่งยารักษาโรคได้ตรงจุด

นักวิจัยคิดค้นชิปขนาดจิ๋วที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์คุม "ฟองอากาศไฮโดรเจน" ให้ไหลเวียนและเคลื่อนที่ตามสั่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการนำส่งยาเข้าสู่จุดเกิดโรคโดยตรง

03 พ.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →