เมื่อประชากรมนุษย์เพิ่มจำนวนขึ้น การขยายตัวของเขตเมืองและแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์จึงเบียดเบียนพื้นที่ของสัตว์ป่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ NASA กลายเป็นกุญแจสำคัญในภารกิจการพิทักษ์สัตว์ป่าด้วยความช่วยเหลือจากการติดตามจากภาพถ่ายผ่านดาวเทียม
ดาวเทียมสามารถเคลื่อนที่ผ่านทุกพื้นที่บนพื้นผิวโลกได้และสามารถเคลื่อนที่ตัดผ่านพื้นที่ตำแหน่งเดิมในความถี่ที่เร็วมาก ซึ่งนั่นทำให้ดาวเทียมช่วยนักชีววิทยาในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า สำรวจเส้นทางการเข้าถึงแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าเพื่อการศึกษา หรือแม้แต่ติดตามเส้นทางการย้ายถิ่นของสัตว์ป่าเหล่านั้นได้
ในปัจจุบันเนื่องด้วยการขยายตัวของพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์เบียดเบียนพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า สัตว์จำพวกเสือและช้างนั้นลดจำนวนลงจนวิกฤติ NASA ได้ใช้ข้อมูลที่ได้จากทั้ง Google Earth และ NASA Earth ในการนำมาวิเคราะห์และร่วมมือกับองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าเพื่อร่วมอนุรักษ์สัตว์ป่าและระบบนิเวศ

ตลอดระยะเวลาประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เสือในพื้นที่ยูเรเชียนั้นหายไปขั้นต่ำที่ปริมาณ 93% จากการรุกรานถิ่นที่อยู่อาศัยโดยมนุษย์ จากการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าถิ่นที่อยู่อาศัยของเสือในเอเชียมีการลดลงถึง 11% จากเดิมที่มีพื้นที่อยู่ที่ราว ๆ 1 ล้านตารางกิโลเมตร ในปี 2001 เหลือประมาณราว ๆ 912,000 ตารางกิโลเมตรในปี 2020

สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society หรือ WCS) และโครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศของ NASA ได้ใช้เครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) และ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) เพื่อสำรวจและจัดทำแผนที่แบบใกล้เคียงกับเวลาจริงมากที่สุดการหาแผนที่ที่อยู่อาศัยสำหรับเสือ ซึ่งผลการสำรวจของคณะโครงการวิจัยพบว่า มีผืนป่าจำนวนหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมสำหรับเสือ แต่ยังไม่มีเสือเข้าไปอยู่อาศัย นั่นแปลว่า หากเสือสามารถเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ หรือมนุษย์ดำเนินการย้ายเสือเข้าไปในพื้นที่ ก็จะสามารถเพิ่มพื้นที่ในการอยู่อาศัยให้กับเสือในเอเชียได้มากถึง 50% นั่นหมายความว่าโลกยังมีพื้นที่สำหรับเสือให้มากกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเสือคิดเอาไว้ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีครั้งใหม่สำหรับการขยายพันธุ์และคืนถิ่นเสือกลับสู่ป่าธรรมชาติ
สัตว์จำพวกช้างเป็นอีกกลุ่มที่ถูกรุกรานถิ่นที่อยู่อาศัยและพบกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างอยู่เรื่อยมา
ถึงแม้ช้างจะเป็นสัตว์กินพืช แต่ด้วยขนาดตัว ช้างจึงต้องการอาหารในปริมาณสูง นอกจากนี้ ช้างนับว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาด มันจึงรุกล้ำพื้นที่เกษตร เกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง และลดจำนวนลงเรื่อย ๆ
ช้างแอฟริกาในปัจจุบันมีพื้นที่ที่อยู่อาศัยลดลงเหลือเพียง 15% จากช่วงเวลาก่อนยุคประวัติศาสตร์ ในปี 2021 คาดการณ์ว่าเหลือช้างแอฟริกาในธรรมชาติเพียง 352,000 เชือก องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN จึงปรับปรุงสถานะของช้างแอฟริกาให้เป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Endangered)
การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ใช้ดัชนีพืชพรรณที่ได้มาจากดาวเทียมของ NASA และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อศึกษาช้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติมาไซมารา (Masai Mara National Park) ของเคนยาและพื้นที่โดยรอบที่ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย นักวิจัยพบว่าช้างชอบป่าที่มีร่มไม้หนาทึบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามลำธาร และหลีกเลี่ยงพื้นที่เปิดโล่ง เช่น ทุ่งหญ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีผู้คนจำนวนมาก ซึ่งพื้นที่โดยรอบอุทยานแห่งชาตินั้นเป็นพื้นที่ที่กำลังถูกมนุษย์ขยายและรุกล้ำเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และช้างมีมากขึ้นและลดพื้นที่อยู่อาศัยของช้างด้วย
หนึ่งในข้อเสนอของโครงการวิจัยนี้คือการจัดสรรพื้นที่ป่าสำหรับช้าง เนื่องจากช้างมักหลีกเลี่ยงพื้นที่ทุ่งหญ้า พื้นที่บางส่วนจึงสามารถนำมาใช้เพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยหรือพัฒนาเพื่อใช้งานในการปศุสัตว์ได้ ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่และการจัดสรรถิ่นที่อยู่อาศัยของช้าง ลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่โดยรอบป่าอุทยานแห่งชาติมาไซมารา

ช้างเอเชียเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อีกชนิดหนึ่ง ทางตอนใต้ของภูฏาน ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น เมื่อช้างป่าบุกรุกพื้นที่การเกษตรของมนุษย์และการบุกรุกในลักษณะนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น สร้างความตึงเครียดระหว่างประชาชนที่ได้รับผลกระทบกับช้างป่ามากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่นำมาซึ่งความขัดแย้งของคนกับช้างป่า NASA ได้ร่วมมือกับมูลนิธิภูฏาน (Bhutan Foundation) ศูนย์เสือภูฏาน (Bhutan Tiger Center) และสมาคมนิเวศวิทยาภูฏาน (Bhutan Ecological Society) อาศัยข้อมูลการสังเกตการณ์การปรากฏตัวของช้างป่า ร่วมกับข้อมูลภาพถ่ายผ่านดาวเทียมจาก NASA มาสร้างแบบจำลองแผนที่เส้นทางการหากินของช้างป่า และแบบจำลองเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืนในการจัดการที่อยู่อาศัยของช้างป่าและลดการทับซ้อนกับพื้นที่ของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อลดความขัดแย้งและการเผชิญหน้าของคนกับช้าง
จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีอวกาศ ไม่เพียงแต่มีไว้เพื่อสำรวจและศึกษาสิ่งที่อยู่ไกลโพ้น แต่ยังสามารถนำมาใช้สำรวจโลกของเรา เพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับสรรพสิ่งได้อย่างยั่งยืน
เรียบเรียงโดย : จิรสิน อัศวกุล
🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



