ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
รู้จัก Lockheed U-2 เครื่องบินสอดแนมของสหรัฐอเมริกาในช่วงยุคสงครามเย็น
เทคโนโลยี

รู้จัก Lockheed U-2 เครื่องบินสอดแนมของสหรัฐอเมริกาในช่วงยุคสงครามเย็น

Thai PBS Sci & Tech25 ส.ค. 674 นาที25 ส.ค. 67

ในยุคสงครามเย็นซึ่งเป็นการแข่งขันกันด้านอำนาจระหว่างสหรัฐอเมริกาและ สหภาพโซเวียตนั้น การสอดแนมซึ่งกันและกันของระหว่างสองขั้วอำนาจนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบทุกวันและทั้งสองฝ่ายต่างก็ทราบดีว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังสอดแนมตนเองอยู่

ขนาดตัวอักษร

ในยุคสงครามเย็นซึ่งเป็นการแข่งขันกันด้านอำนาจระหว่างสหรัฐอเมริกาและ สหภาพโซเวียตนั้น การสอดแนมซึ่งกันและกันของระหว่างสองขั้วอำนาจนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบทุกวันและทั้งสองฝ่ายต่างก็ทราบดีว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังสอดแนมตนเองอยู่ จึงมีวิธีต่าง ๆ นานาในการป้องกันการสอดแนมหรือแม้แต่การหลอกให้ฝ่ายตรงข้ามได้ข้อสรุปที่ผิดไป (Counterintelligence)

หนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการสอดแนมของสหรัฐฯ คือการใช้เครื่องบินสอดแนมเพื่อถ่ายรูปทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามเพื่อสอดแนมการติดตั้งฐานยิงขีปนาวุธ ซึ่งถือเป็นภัยอันตรายร้ายแรง หากมีการติดตั้งฐานยิงขีปนาวุธใกล้ตนเองเกิดขึ้น

เครื่องบิน Lockheed U-2 เป็นหนึ่งในเครื่องบินสอดแนมที่สำคัญที่สุดในด้านหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และยังมีการใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ภายในห้องนักบินของเครื่องบินสอดแนม U-2 ของสหรัฐอเมริกา

การพัฒนาเครื่องบิน Lockheed U-2 เริ่มมาจากการที่หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐอเมริกาไม่มีความสามารถในการสอดแนมสหภาพโซเวียตในทางอากาศเลย เครื่องบินสอดแนมทั้งหมดที่สหรัฐฯ มีในตอนนั้นหากบินเข้าใกล้น่านฟ้าของสหภาพโซเวียต ก็จะถูกสหภาพโซเวียตส่งเครื่องบินรบขึ้นมาดักทันที นอกจากนี้ การบินเครื่องบินสอดแนมเหนือสหภาพโซเวียตนั้นเสี่ยงต่อการถูกยิงโดยขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานอีกด้วย

ในตอนนั้น สหภาพโซเวียตได้พัฒนาเทคโนโลยีเรดาร์ของตนให้สามารถตรวจจับเครื่องบินได้ที่ความสูงมากกว่า 65,000 ฟุต ดังนั้นเครื่องบินสอดแนมที่จะหลบหลีกการตรวจจับของสหภาพโซเวียตได้จะต้องบินได้สูงกว่านั้น จึงมีการเสนอเครื่องบินสอดแนมที่สามารถบินได้ที่ความสูง 70,000 ฟุต ซึ่งต่อมาถูกพัฒนามาเป็น Lockheed U-2

เครื่องบิน U-2 ที่พิพิธภัณฑ์สงครามใน Duxford

การออกแบบ พัฒนา และสร้าง U-2 นั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผลงานทางด้านวิศวกรรมที่ชาญฉลาดที่สุดในขณะนั้นเพื่อให้สามารถทำตามเป้าหมายเพดานบินสูงสุดที่ 70,000 ฟุตได้ ตัวเครื่องบิน U-2 ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาที่สุด มีนักบินเพียงคนเดียว มีล้อขนาดเล็ก และมีปีกที่ยาวเพื่อเพิ่มอัตราการสร้างแรงยกให้เทียบเท่ากับเครื่องร่อน ระบบบังคับเครื่องบินที่ถูกออกแบบมาสำหรับการบินสูงโดยเฉพาะ แต่นั่นก็หมายความว่าการบินต่ำจะทำได้ยากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  

ด้วยการออกแบบเช่นนี้ เครื่องบิน U-2 สามารถบินที่ความสูง 70,000 ฟุตได้ ภายใต้เงื่อนไขหลาย ๆ อย่างที่นักบินจะต้องเติมเต็ม เช่น การบินที่ความเร็วเกือบสูงสุดที่โครงสร้างเครื่องบินจะรับไหว โดยที่ความเร็วที่ปีกจะสูญเสียแรงยกนั้น ห่างจากความเร็วสูงสุดนี้เพียง 10 knots (19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เท่านั้น หมายความว่าหากนักบินไม่ระวังและสูญเสียความเร็วเพียงเล็กน้อย เครื่องบินอาจสูญเสียแรงยกได้ทันที

การลงจอดเครื่องบิน U-2 นั้นก็เรียกได้ว่ายากเป็นอย่างมาก เนื่องจาก แรงยกเมื่อเครื่องบินอยู่ใกล้พื้น หรือ Ground Effect มีอยู่สูงเครื่องบิน U-2 จะไม่มีทางแตะพื้นได้เลยเว้นแต่ปีกของเครื่องบินจะสูญเสียแรงยกโดยสมบูรณ์ (Stall)

ภาพนักบิน U-2 ขณะส่วมใส่ชุดความดันภายในเครื่องบิน U-2

นักบินเครื่องบิน U-2 จะต้องสวมใส่ชุดแรงดันคล้ายนักบินอวกาศและสูดออกซิเจนความเข้มข้น 100% เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนการขึ้นบิน เพื่อป้องกันอาการที่เกิดจากภาวะความกดอากาศต่ำ หรือ Decompression Sickness เนื่องจากภายในของเครื่องบิน U-2 นั้นมีการอัดแรงดันไว้ที่ระดับความสูง 28,000 ฟุตเท่านั้น

นักบิน U-2 มีสิทธิ์เลือกว่าจะนำ “ยาฆ่าตัวตาย” หรือโพแทสเซียมไซยาไนด์ไปกับตัวเองด้วยหรือไม่ เมื่อกลืนกินเข้าไปแล้วจะเสียชีวิตภายในเวลาไม่ถึงนาที สำหรับไว้ใช้ในกรณีที่นักบิน U-2 ถูกจับโดยฝั่งตรงข้าม

ภาพของขีปนาวุธโซเวียตขณะกำลังถูกเคลื่อนย้ายในดินแดนของประเทศคิวบา

หนึ่งในผลงานของ U-2 คือการถ่ายรูปการติดตั้งขีปนาวุธระยะกลาง (MRBM) ของสหภาพโซเวียตในประเทศคิวบา ซึ่งในขณะนั้นเป็นพันธมิตรกับสหภาพโซเวียต ซึ่งนี่นำไปสู่วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis) อันถือเป็นจุดที่ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศมหาอำนาจอยู่จุดสูงสุด และมีการข่มขู่การใช้งานอาวุธนิวเคลียร์ต่อกันและกัน

เรียบเรียงโดย โชติทิวัตถ์ จิตต์ประสงค์


🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครั้งแรกของโลก! ใช้ AI สร้างจีโนมและผลิตไวรัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไลได้จริงAI

ครั้งแรกของโลก! ใช้ AI สร้างจีโนมและผลิตไวรัส ฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีโคไลได้จริง

เทคโนโลยีก้าวหน้า ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับมนุษยชาติ! การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Science เผยว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างจีโนมและผลิตไวรัสที่ใช้งานได้จริง

07 ส.ค. 69|1 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AIAI

ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AI

ท่ามกลางกระแสที่ทั่วโลกแข่งกันผลักดัน AI เข้าห้องเรียน นอร์เวย์กลับเดินสวนทาง เมื่อรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายห้ามเด็กประถมศึกษา หรือเด็กในช่วง 6-13 ปี ใช้ Generative AI โดยเด็ดขาด

07 ส.ค. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    รู้จัก Lockheed U-2 เครื่องบินสอดแนมของสหรัฐอเมริกาในช่วงยุคสงครามเย็น | Thai PBS Sci & Tech