ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ครบ 100 ปี ที่โลกใบนี้ มี “ท้องฟ้าจําลอง” ให้ได้ศึกษาดาราศาสตร์
เทคโนโลยี

ครบ 100 ปี ที่โลกใบนี้ มี “ท้องฟ้าจําลอง” ให้ได้ศึกษาดาราศาสตร์

จิราภพ ทวีสูงส่ง03 พ.ย. 665 นาที03 พ.ย. 66

“ท้องฟ้ายามค่ำคืน” เป็นสิ่งที่สร้างความหลงใหล กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ และความอยากรู้อยากเห็นแก่มนุษย์เสมอมา ก่อให้เกิดเป็นตำนาน นิทานดาว และนำไปสู่วิชาดาราศาสตร์

ขนาดตัวอักษร

“ท้องฟ้ายามค่ำคืน” เป็นสิ่งที่สร้างความหลงใหล กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ และความอยากรู้อยากเห็นแก่มนุษย์เสมอมา ตั้งแต่เมื่อบรรพบุรุษของเราแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ความสงสัย ช่างสังเกต และจดจำแบบแผนที่บันทึกเอาไว้ในสรวงสวรรค์นี้นี่เอง ที่ก่อให้เกิดเป็นตำนาน นิทานดาว และนำไปสู่วิชาดาราศาสตร์ที่นำมาซึ่งองค์ความรู้ที่ทำให้เกิดปฏิทิน การปฏิวัติทางกสิกรรม และอารยธรรมในเวลาต่อมา

ต่อมา เมื่อมนุษย์เริ่มมีการประดิษฐ์อุปกรณ์ให้แสงสว่าง ทำให้ยามค่ำคืนของเราไม่มืดสนิทอีกต่อไป ทำให้ประสบการณ์ที่ชนเมืองได้รับต่อการมองท้องฟ้าค่อย ๆ หดหายไป แม้ว่าความหลงใหลในท้องฟ้าอันงดงามยังคงจะฝังรากลึกเอาไว้ภายในมนุษย์ทุกคน ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการประดิษฐ์ “ท้องฟ้าจำลอง” ขึ้น เพื่อทำการจำลองสรวงสวรรค์บนฟ้าเอามาไว้ในโดมที่ทำให้มนุษย์ในเมืองกรุง ก็ยังคงสามารถชื่นชมความงดงามของท้องฟ้า ฝึกสอนการเรียนรู้ดาราศาสตร์ และส่งต่อความหลงใหลให้กับเยาวชนรุ่นต่อหลายรุ่นเสมอมา

เครื่องฉายท้องฟ้าจำลองเครื่องแรกของโลกนั้น เริ่มผลิตขึ้นเมื่อ 100 ปีที่แล้ว โดยบริษัท Carl Zeiss ในโรงงานที่เมือง Jena และได้ติดตั้งและฉายขึ้นเป็นครั้งแรกที่ Deutsch Museum ในเมือง Munich ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1923 นับเป็นการเปิดศักราชแห่งยุคของท้องฟ้าจำลองยุคใหม่ ปัจจุบันเครื่องฉายท้องฟ้าจำลอง “Mark I” ในประวัติศาสตร์เครื่องแรกของโลกนี้ยังคงถูกจัดแสดงเอาไว้ที่ Deutsch Museum

เครื่องฉายท้องฟ้าจำลอง “Mark I” นี้ เป็นต้นแบบของเครื่องฉายดาวระบบ optomechanical ที่ยังคงใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ในระบบนี้ เครื่องฉายดาวจะประกอบขึ้นด้วยแหล่งกำเนิดแสง ที่ถูกล้อมไว้ด้วยทรงกลมทึบ ที่มีช่องเปิดให้แสงลอดออกมาตามรูปแบบจำลองของกลุ่มดาวจริงบนท้องฟ้า เครื่องฉายดาวมักจะถูกติดตั้งอยู่ ณ กึ่งกลางของโดมที่ทำการฉาย และจะมีการหมุนของอุปกรณ์ไปรอบ ๆ แกน เพื่อจำลองการเคลื่อนที่ปรากฏของ “ทรงกลมท้องฟ้า” ที่เกิดขึ้นจากการหมุนรอบตัวเองของโลก

แต่ในขณะเดียวกัน “ดาวเคราะห์” รวมถึงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จะมีการเคลื่อนที่แตกต่างกันออกไป โดยจะมีการเคลื่อนตำแหน่งกลุ่มดาวไปเรื่อย ๆ ตามเส้นสุริยวิถี ด้วยเหตุนี้การจะสามารถจำลองตำแหน่งของดาวเคราะห์ที่เปลี่ยนไปนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีวงล้อแยกออกจากทรงกลมท้องฟ้าที่แสดงตำแหน่งของกลุ่มดาวทั่ว ๆ ไป ปรากฏเป็น “planet cage” ที่มีฟันเฟืองอันสลับซับซ้อนเพื่อชดเชยอัตราการเคลื่อนที่เทียบกับทรงกลมท้องฟ้า ทั้งหมดนี้จึงทำให้เครื่องฉายท้องฟ้าจำลองนี้สามารถจำลองตำแหน่งโดยคร่าว ๆ ของกลุ่มดาว และดาวเคราะห์ ณ วันและเวลาใดก็ได้ พร้อมทั้งมีระบบไฟแยกที่จะสามารถเปิดปิดคำอธิบายชื่อของดาวฤกษ์ ลายเส้น หรือภาพวาดของกลุ่มดาว ที่สามารถเปิดปิดได้ตามการบรรยายของผู้บรรยาย

แม้ว่าเครื่องฉายดาวในระบบ optomechanical นั้น จะยังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถจำลองท้องฟ้าได้อย่างงดงามที่สุด แต่การจะประดิษฐ์เครื่องฉายดาวในระบบนี้แต่ละเครื่องนั้นก็ต้องใช้อุปกรณ์ ฟันเฟืองและกลไกอันสลับซับซ้อน และเลนส์เป็นจำนวนมากที่จะต้องโฟกัสดาวในแต่ละส่วน ที่ทำมาในจำนวนไม่มาก และเฉพาะเจาะจงสำหรับท้องฟ้าจำลองแต่ละแห่ง ซึ่งตามมาด้วยทั้งต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่สูงมาก

แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน จึงนำมาซึ่งระบบฉายดาวแบบดิจิทัล ที่สามารถใช้เครื่องฉายโปรเจกเตอร์ที่มีตามท้องตลาด มาทำงานร่วมกัน เพื่อฉายลงบนยังโดม จากนั้นด้วยการทำงานของซอฟต์แวร์ ที่สามารถควบคุมชดเชยการเกลี่ยแสงและปรับจูนตำแหน่งพิกเซลอย่างละเอียด จึงได้ภาพที่สามารถฉายในรูปแบบของ fulldome ที่ทดแทนฟันเฟืองอันสลับซับซ้อนของเครื่องฉายดาวแบบ optomechanical ด้วยการทำงานของซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ผลพลอยได้ของระบบฉายท้องฟ้าจำลองแบบดิจิทัล ก็คือความสามารถในการฉายภาพยนตร์ในระบบ fulldome ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนภาพยนตร์ได้ตามความต้องการของผู้เข้าชม และภายใต้การพัฒนาซอฟต์แวร์การฉายดาวที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติพัฒนาขึ้นเองทั้งหมด ทำให้เราสามารถมีซอฟต์แวร์ท้องฟ้าจำลองฝีมือคนไทยที่สามารถตอบสนองความต้องการของทั้งผู้บรรยายและผู้เข้าชม และสามารถที่จะพัฒนาต่อได้อย่างไม่หยุดยั้งอีกด้วย

ซึ่งนับตั้งแต่มีการประดิษฐ์เครื่องฉายท้องฟ้าจำลองเครื่องแรกของโลกขึ้นมา ในวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1923 จึงเท่ากับว่าโลกได้ก้าวข้ามผ่าน “ศตวรรษแรกของท้องฟ้าจำลอง” กันไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ศตวรรษที่สองของท้องฟ้าจำลอง จะเห็นได้ว่าแม้ว่าเทคโนโลยีการพัฒนาระบบฉายดาวจะพัฒนาไปอย่างมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ก็คือความหลงใหลในการจำลองภาพอันงดงามของท้องฟ้าในยามค่ำคืน ที่บรรพบุรุษของเราชื่นชมกันมาหลายหมื่นปี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 66 ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้มีการเปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น” โดยเป็นท้องฟ้าจำลองแห่งใหม่สำหรับปวงชนชาวไทย พร้อมท้องฟ้าจำลองระบบ fulldome digital จำนวน 80 ที่นั่ง ซึ่งหลังจากที่ผ่านครบรอบ 100 ปีของท้องฟ้าจำลองแห่งแรกของโลกไปแล้ว จึงนับได้ว่า เป็น “หอดูดาวแห่งแรกในเอเชีย ที่เปิดตัวในศตวรรษที่ 2 นับตั้งแต่มีการประดิษฐ์ท้องฟ้าจำลองขึ้นมา”

ภาพจาก : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : ดร.มติพล ตั้งมติธรรม - นักวิชาการดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ ThaiPBS https://www.thaipbs.or.th/news/playlists/SciAndTech

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|14 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้เทคโนโลยี

ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้

24 ส.ค. นี้ เรามีนัดกัน! ร่วมเป็นสักขีพยาน ประเทศไทยส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ “CE-7 MATCH” (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

06 ส.ค. 69|18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?เทคโนโลยี

เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?

ณ ตอนนี้น้ำแข็งบนผิวดวงจันทร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันอวกาศ ที่เร่งให้เกิดการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 50 กว่าปีระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

06 ส.ค. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    ครบ 100 ปี ที่โลกใบนี้ มี “ท้องฟ้าจําลอง” ให้ได้ศึกษาดาราศาสตร์ | Thai PBS Sci & Tech