ในช่วงปลายปี 2569 นี้ ทิศทางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ได้มีเพียงแค่ AI เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานใกล้ตัว ทั้งระบบโทรศัพท์มือถือ เครือข่ายการสื่อสาร การเดินทางขนส่งสาธารณะ ตลอดจนการบริหารจัดการพลังงานในชีวิตประจำวัน ซึ่งถึงแม้ว่าหลายเรื่องอาจยังไม่เห็นเด่นชัดตามท้องตลาดในวันนี้ แต่หลายอย่างกำลังมีผลต่อผู้บริโภคคนไทยและสังคมไทยในระยะยาว
ประเด็นหลักที่น่าจับตาคือการปรับตัวทางเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า ความยั่งยืน และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน มากกว่าการแข่งขันเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ๆ ซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนจากการไล่ตามสินค้าใหม่ ไปสู่การให้เน้นระบบสนับสนุน ความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงในระยะยาว

พฤติกรรมแรกที่เห็นได้ชัดคือคนไทยมีแนวโน้มใช้งานโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เดิมนานขึ้น เนื่องจากเครื่องที่มีอยู่เดิมมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการสื่อสาร ถ่ายภาพสวยเพียงพอ ทำธุรกรรมการเงินได้ไม่ติดขัด และการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันลื่นไหลในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ทำให้การเปลี่ยนเครื่องใหม่ทุกหนึ่งหรือสองปีลดความสำคัญลงอย่างมาก (ยกเว้นเหล่าเศรษฐีที่เปลี่ยนทุกปี) ขณะเดียวกัน กฎเกณฑ์สากลเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์เน้นเรื่องความทนทาน อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ การซ่อมแซม และการสนับสนุนซอฟต์แวร์ระยะยาว ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องวางระบบให้ใช้งานได้นานขึ้น สำหรับผู้บริโภคชาวไทย การดูแลรักษาแบตเตอรี่และการอัปเดตระบบความปลอดภัยจึงมีความสำคัญมากกว่าเรื่องความเร็วของเครื่องเพียงอย่างเดียว
ในด้านระบบเครือข่ายสัญญาณ สัญญาณโทรศัพท์ยุคใหม่ที่มีการปรับปรุงให้รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วและเสถียรขึ้น สามารถเปรียบเทียบได้กับการขยายถนนเดิมให้กว้างขึ้นเพื่อให้รองรับการจราจรที่หนาแน่นได้โดยไม่ติดขัด ซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่มีคนใช้งานจำนวนมาก เช่น สถานี BTS MRT ท่าเรือ หรือโรงงานอุตสาหกรรม โดยเราเริ่มมี 5G-Advanced หรือ 5G-A ที่ป็นการปรับปรุงเครือข่าย 5G ให้รองรับข้อมูลจำนวนมาก มีความเสถียรขึ้น และตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเดิม คล้ายกับการขยายถนนเดิมให้รองรับรถได้มากขึ้น พร้อมปรับระบบจราจรให้ติดขัดน้อยลง เทคโนโลยีนี้เหมาะกับพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น โรงงาน ท่าเรือ และระบบที่ต้องส่งข้อมูลต่อเนื่อง แต่ข้อจำกัดของไทยอยู่ที่คลื่น 3.5 GHz ซึ่งเป็นช่วงคลื่นระดับกลางที่หลายประเทศใช้เป็นแกนหลักของ 5G เพราะให้ทั้งความเร็วและพื้นที่ครอบคลุมในระดับสมดุล ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2569 ระบุว่า คลื่นช่วงนี้ของไทยยังถูกจัดสรรให้กิจการดาวเทียม และการประมูลคลื่น 100 MHz ถูกวางไว้ในปี 2570 จึงทำให้การขยายคุณภาพเครือข่ายยังมีเงื่อนไขด้านการจัดสรรทรัพยากรความถี่
ในพื้นที่นอกกรุง บริการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับดาวเทียมโดยตรงเริ่มเข้ามามีบทบาท โดยอาศัยดาวเทียมที่โคจรใกล้โลกเพื่อลดระยะเวลาการส่งสัญญาณ ซึ่งเน้นการใช้งานส่งข้อความ แจ้งตำแหน่ง และการติดต่อฉุกเฉินเมื่อระบบสัญญาณบนพื้นดินได้รับความเสียหายหรือเข้าไม่ถึง

นอกจากระบบไร้สายแล้ว โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังอย่างศูนย์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (data center) ซึ่งเปรียบเสมือนอาคารรวบรวมระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการให้บริการออนไลน์ และสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้ทะเล ซึ่งทำหน้าที่เป็นทางด่วนส่งข้อมูลระหว่างประเทศ ก็กำลังได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ส่วนระบบขนส่งสาธารณะกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การเดินทางแบบไม่ใช้เงินสด โดยเปลี่ยนจากการใช้บัตรเฉพาะทางมาเป็นการแตะจ่ายด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือด้ายโทรศัพท์มือถือโดยตรง และใช้ระบบที่เก็บข้อมูลค่าโดยสารไว้ที่บัญชีกลาง ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟและระบบขนส่งอื่นได้สะดวกยิ่งขึ้น
ด้านอุปกรณ์พกพาอย่างแว่นตาอัจฉริยะ เริ่มมีการพัฒนาแยกเป็นรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น ทั้งชนิดที่มีกล้องและลำโพงในตัว หรือชนิดที่มีหน้าจอขนาดจิ๋วแสดงผลบนเลนส์ ซึ่งประเด็นอาจมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวเมื่อมีการบันทึกภาพในสถานที่สาธารณะอยู่บ้าง
ด้านพลังงาน มีการพัฒนาระบบที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถส่งพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่กลับเข้าสู่อาคารหรือระบบไฟฟ้าหลักได้ เปรียบเสมือนการมีถังเก็บน้ำสำรองที่รับน้ำไว้ตอนเหลือใช้ และปล่อยออกมาใช้ในเวลาที่มีความต้องการสูง ซึ่งช่วยปรับสมดุลการใช้ไฟฟ้าในภาพรวม

สำหรับเรื่องที่อยู่อาศัยและการก่อสร้าง มีการพัฒนาเทคโนโลยีลดความร้อนในอาคารโดยไม่พึ่งพาเครื่องปรับอากาศ เช่น การออกแบบให้รับลมธรรมชาติ การใช้ร่มเงา ตลอดจนสีทาบ้านหรือวัสดุที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนและคายความร้อนได้ดี ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย

สุดท้ายคือเรื่องสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการขยะเทคโนโลยี ด้วยระบบรีไซเคิลแบบหมุนเวียนปิด ซึ่งเป็นการนำแบตเตอรี่ที่หมดอายุมาผ่านกระบวนการสกัดสารสำคัญเพื่อนำกลับมาผลิตเป็นแบตเตอรี่ใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาแบตเตอรี่ที่เก็บพลังงานได้มากขึ้นในขนาดที่เท่าเดิม





