สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT เปิดเผยว่า คืนวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 จนถึงรุ่งเช้าวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 จะเกิดปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ "ฝนดาวตกโอไรออนิดส์" (Orionids) หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวนายพราน” มีต้นกำเนิดมาจาก เศษฝุ่นและวัตถุขนาดเล็กจำนวนมากที่หลงเหลือทิ้งไว้ของ "ดาวหางฮัลเลย์" (1P/Halley) ขณะที่โลกเคลื่อนที่ตัดผ่านเส้นทางการโคจรของดาวหาง แรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดเศษฝุ่นและวัตถุดังกล่าวเข้ามาเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก เกิดการลุกไหม้ เห็นเป็นแสงวาบคล้ายลูกไฟพุ่งกระจายตัวออกมาจากบริเวณกลุ่มดาวนายพราน สว่างวาบคล้ายลูกไฟสวยงามพาดผ่านท้องฟ้า
สำหรับในปี 2569 นี้ คาดว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 20 ดวงต่อชั่วโมง ในคืนวันที่ 21 ต่อเนื่องถึงรุ่งเช้า 22 ตุลาคม 2569 โดยจุดศูนย์กลางการกระจายตัวของฝนดาวตกจะอยู่บริเวณแขนของกลุ่มดาวนายพราน ปรากฏขึ้นทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลาประมาณ 22.30 น. จากนั้นจะค่อย ๆ เคลื่อนสูงขึ้นสู่บริเวณกลางท้องฟ้า และสามารถเฝ้าชมได้ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า แต่จะมีแสงจันทร์รบกวนตั้งแต่หัวค่ำ จนถึง 02.30 น.
วิธีรับชม "ฝนดาวตกโอไรออนิดส์" แนะนำเลือกสถานที่มืดสนิท ปราศจากแสงรบกวนหรือห่างจากแสงเมืองให้มากที่สุด แม้จะมีอัตราการตกสูงสุดเพียง 20 ดวงต่อชั่วโมง แต่ก็เป็นฝนดาวตกที่สังเกตได้ง่าย ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์คือหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป เนื่องจากเวลาดังกล่าว กลุ่มดาวนายพรานจะปรากฏบริเวณกลางท้องฟ้า ส่งผลให้มองเห็นฝนดาวตกได้ชัดเจน มีโอกาสเห็นได้ทั่วทั้งท้องฟ้า นับเป็นข้อดีของฝนดาวตกที่มีจุดศูนย์กลางการกระจายตัวในกลุ่มดาวในแถบเส้นศูนย์สูตรฟ้า
"ฝนดาวตก "กับ "ดาวตก" คืออะไร ?
ดาวตก (Meteor) คือแสงสว่างวาบที่พาดผ่านท้องฟ้าชั่วขณะ เกิดจากเศษหินหรือฝุ่นจากอวกาศพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง จนเสียดสีกับอากาศและลุกไหม้ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้ทุกคืนแบบสุ่ม ทั้งเวลาและทิศทาง หากวัตถุมีขนาดใหญ่ก็อาจสว่างเป็นลูกไฟ (Fireball) ได้
ฝนดาวตก (Meteor shower) คือช่วงเวลาที่โลกโคจรเข้าไปตัดผ่านสายธารเศษฝุ่นและสะเก็ดดาวที่ดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยทิ้งไว้ตามแนววงโคจร เศษวัตถุจำนวนมากจึงถูกแรงโน้มถ่วงของโลกดึงเข้ามาและเผาไหม้พร้อม ๆ กัน ทำให้เห็นดาวตกบ่อยกว่าปกติอย่างชัดเจน
จุดที่แตกต่างกันของ "ฝนดาวตก "กับ "ดาวตก"
• ความถี่ ดาวตกทั่วไปปรากฏประปราย ส่วนฝนดาวตกมีให้เห็นถี่ต่อเนื่องในช่วงที่โลกผ่านสายธารสะเก็ดดาว จากดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยที่ทิ้งเศษฝุ่นไว้ตามแนววงโคจร
• ทิศทาง ดาวตกทั่วไปพุ่งมาจากทิศใดก็ได้ แต่ฝนดาวตกจะดูเหมือนแผ่ออกมาจากจุดเดียวบนท้องฟ้า เรียกว่า จุดกระจาย (Radiant)
• การตั้งชื่อ ฝนดาวตกมักตั้งตามกลุ่มดาวที่จุดกระจายไปตรงหรืออยู่ใกล้ เช่น ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ที่มีจุดศูนย์กลางการกระจายตัวบริเวณกลุ่มดาวนายพราน
• การคาดการณ์ ดาวตกทั่วไปทำนายไม่ได้ แต่ฝนดาวตกเกิดซ้ำในช่วงวันเดิมทุกปี เพราะวงโคจรของโลกตัดกับวงโคจรของดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยต้นกำเนิดที่ตำแหน่งเดิม นักดาราศาสตร์จึงคำนวณจากข้อมูลวงโคจรเพื่อประเมินช่วงเวลา ปริมาณ และทิศทางล่วงหน้าได้
อ่านต่อ
เปิดเรื่องราว “ดาวตก” ในประวัติศาสตร์
"ฝนดาวตก" คืออะไร แตกต่างจาก "ดาวตก" อย่างไร ?
แยกอย่างไร ? ดาวตก อุกกาบาต ดาวหาง หรือจรวด
เสียงจาก “ดาวตก” เรื่องจริงหรือเราคิดไปเอง ?
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS





