โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับโทรเข้าหรือโทรออกอีกต่อไป แต่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตและการทำงานของชาวไทยยุคใหม่อย่างเป็นระบบมากขึ้นเรื่อยๆ
กระแสความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยหลายอย่างสะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา การทำความเข้าใจกระแสความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จะช่วยให้เราไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเทคโนโลยีที่เกินความจำเป็น ถือเป็นการถนอมเงินในกระเป๋าไว้ไปซื้อเครื่องสำอางหรือชานมไข่มุกแก้วโปรดได้อีกด้วย
1 AI ใช้ง่าย มีประโยชน์จริง
กระแสแรกที่เด่นชัดที่สุดคือ การนำ AI เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลต่างๆ ในตัวเครื่อง ซึ่งเทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนการมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดหลักแหลมคอยติดตามเราไปทุกที่ ระบบ AI สามารถช่วยเราอ่านเอกสารการประชุมยาวๆ แล้วสรุปเฉพาะใจความสำคัญออกมาให้เราอ่านจบได้ในไม่กี่บรรทัด หรือแม้แต่ช่วยแปลภาษาต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วเวลาเราเดินทางไปท่องเที่ยว ตัวอย่างโทรศัพท์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ มือถือแทบรุ่นในระดับกลางและระดับท๊อบของ Samsung ที่มีระบบประมวลผล สรุปข้อความและแปลภาษาในตัวเครื่องโดยไม่พึ่งเน็ตมือถือ หรือมือถือจากแดนมังกร อย่าง vivo Oppo Xiaomi ที่เน้อนำ AI มาใช้ในการปรับปรุงภาพและวิดีโอที่ถ่ายให้สวย คมชัด และมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเอาขึ้น social media (แต่อาจไม่เหมือนจริงตามตาเห็นมากนัก) นอกจากนี้ยังมี Apple iPhone 18 ที่พัฒนาระบบผู้ช่วยอัจฉริยะให้ค้นหาข้อมูลส่วนตัวในเครื่องได้รวดเร็วขึ้น โดยผนวก Google Gemini เข้ามาเวลาที่ Siri ไม่รู้คำตอบได้ด้วย ซึ่งทุกแบรนด์ต่างแข่งขันกันพัฒนาเพื่อลดภาระของผู้ใช้งานในแต่ละวัน

2 จอพับ
กระแสที่สองคือรูปแบบโทรศัพท์มือถือหน้าจอพับได้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการพกพาโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้นำเทรนด์ที่ชอบใช้กระเป๋าสะพายใบเล็กที่มักจะไม่มีพื้นที่เหลือให้ใส่อะไรมากนัก ตัวเครื่องเมื่อพับแล้วจะมีขนาดกะทัดรัดคล้ายตลับแป้งแต่งหน้าของเรา แต่เมื่อกางออกก็จะได้หน้าจอขนาดใหญ่ที่อ่านตัวหนังสือได้ชัดเจนเต็มตา หมดปัญหาเรื่องการต้องคอยเพ่งสายตา
ตัวอย่างในกลุ่มนี้ ได้แก่ Samsung Galazy Z Flip 8 ซึ่งเน้นความแข็งแรงของบานพับ OPPO Find N6 Flip ที่ออกแบบหน้าจอด้านนอกให้มีขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานพื้นฐานโดยไม่ต้องกางเครื่อง และ iPhone Duo ที่เป็นโทรศัพท์มือถือบานพับรุ่นแรกของ Apple และกำลังเป็นกระแสในช่วงเดือนที่ผ่านมา

3 แบตเยอะ ชาร์จเร็ว
กระแสที่สามเป็นการจัดการพลังงานและระบบชาร์จไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการใช้งานนอกสถานที่ตลอดวัน โดยที่เราไม่ต้องคอยพกพาแบตเตอรี่สำรองก้อนใหญ่ให้หนักไหล่อีกต่อไป
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้เราไม่ต้องรู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อเห็นสัญลักษณ์แบตเตอรี่เปลี่ยนเป็นสีแดง เพราะการเสียบสายชาร์จเพียงไม่กี่นาทีระหว่างแต่งหน้าก่อนออกจากบ้าน ก็ได้พลังงานเพียงพอสำหรับการใช้งานไปอีกหลายชั่วโมง
ตัวอย่างที่ชัดเจนในกลุ่มนี้ ได้แก่ vivo X300 Ultra และ Xiaomi 17T Pro ที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิความร้อนขณะชาร์จไฟอย่างปลอดภัย มีความจุแบตเตอรี่ 7000 mAh และชาร์จเร็ว 100W อีกด้วย ทำให้สามารถชาร์จเต็มภายใน 20 นาที

4 Ecosystem
กระแสที่สี่คือการเชื่อมโยงระบบเข้ากับอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ โทรศัพท์มือถือจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเก็บข้อมูลสถิติร่างกายร่วมกับนาฬิกาอัจฉริยะที่เราสวมใส่ไว้ที่ข้อมือ
ตัวอย่างของกลุ่มนี้ ได้แก่ Apple iPhone 18 ซึ่งทำงานประสานกับ Apple Watch เพื่อเก็บสถิติการขยับร่างกาย หรือมือถือ Samsung ที่ทำงานร่วมกับ Galaxy Watch ในการวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับ และ Huawei Puri 90 ที่มีแอปพลิเคชันรวบรวมข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพและแนะนำแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะกับเราได้ด้วย

5 รักโลก
กระแสสุดท้ายคือแนวคิดเรื่องความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือเริ่มหันมาใช้กระบวนการผลิตและวัสดุที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้นเรื่อยๆ แบรนด์ต่างๆ ได้ลดการใช้พลาสติกใหม่และเน้นวัสดุรีไซเคิล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ HMD Skyline ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนเช่นแบตเตอรี่ได้เองเพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่อง Nothing Phone (4a) ที่นำอะลูมิเนียมและพลาสติกใช้แล้วกลับมาเป็นโครงสร้างหลัก และ iPhone 18 ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลในส่วนประกอบภายในรวมถึงใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก

มหกรรมเทคโนโลยีระดับประเทศ Thailand Mobile Expo 2026 กลับมาจัดอีกครั้งในช่วงปลายปี โดยความพิเศษของรอบนี้คือการจัดงานควบคู่ไปกับ AI Expo Thailand 2026 เป็นครั้งแรก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างโทรศัพท์มือถือและระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ภายในงานจะเป็นพื้นที่รวบรวมสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ อุปกรณ์เสริมต่างๆ และนวัตกรรมที่น่าสนใจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เข้ามาสัมผัสของจริงและเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานของตนเอง โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเดินเชื่อมต่อเพื่อเข้าชมเทคโนโลยีของทั้งสองงานได้พื้นที่เดียวกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม ในงานนี้ มักมีโทรศัพท์มือถือ หูฟัง และ gadget มาจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถมกันอย่างมากมายจากหลายแบรนด์ เช่น Apple, Realme, SKG, Huawei, Aukey, vivo, Oppo, Earfun, Samsung, Baseus, Honor Hi-Shield ทั้งนี้พื้นที่จัดงานมีความกว้างขวางมากจึงขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจเลือกรองเท้าคู่เก่งที่สวมใส่สบายไปเดินชมงาน รับรองว่าจะได้ยอดนับก้าวทะลุเป้าหมายรายวันแบบไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าสถานออกกำลังกายอย่างแน่นอน





