ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
“น้ำ” ใน “มหาสมุทร” มีสีอะไรกันแน่ ? โครงการ PACE ของ NASA เพื่อศึกษาสิ่งที่มากกว่าสีของมหาสมุทร
เทคโนโลยี

“น้ำ” ใน “มหาสมุทร” มีสีอะไรกันแน่ ? โครงการ PACE ของ NASA เพื่อศึกษาสิ่งที่มากกว่าสีของมหาสมุทร

Thai PBS Sci & Tech13 ก.พ. 676 นาที13 ก.พ. 67

สีน้ำเงิน คือภาพจำของสีของมหาสมุทรเปิดอันกว้างใหญ่ แต่ความจริงแล้วหากเราเดินออกไปที่ชายหาด น้ำทะเลตรงเรากลับไม่ได้มีสีน้ำเงินเหมือนกับในรูป บางวันก็สีน้ำตาล หรือเทาเหมือนน้ำเสีย บางวันมีสีฟ้าใส บางวันกลับมีสีเขียว สีของมหาสมุทรไม่ได้มีสีเพียงสีเดียว

ขนาดตัวอักษร

สีน้ำเงิน คือภาพจำของสีของมหาสมุทรเปิดอันกว้างใหญ่ แต่ความจริงแล้วหากเราเดินออกไปที่ชายหาด น้ำทะเลตรงเรากลับไม่ได้มีสีน้ำเงินเหมือนกับในรูป บางวันก็สีน้ำตาล หรือเทาเหมือนน้ำเสีย บางวันมีสีฟ้าใส บางวันกลับมีสีเขียว สีของมหาสมุทรไม่ได้มีสีเพียงสีเดียว แล้วสรุปมหาสมุทรของเรามีสีอะไรกันแน่ โครงการ PACE ยานสำรวจมหาสมุทรของ NASA จะสำรวจสีของมหาสมุทรและความเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรในแบบที่ละเอียดมากกว่าทุกโครงการที่ผ่านมา

ภาพถ่ายพายุทรายในพื้นที่คาบสมุทรบาฆากาลิฟอร์เนีย ภาพถ่ายโดย NASA

เริ่มจากการตั้งคำถามในสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดก่อนหนึ่งคำถามคือ “น้ำ” มีสีอะไร

หากเรามองดูน้ำภายในแก้วน้ำใกล้ตัวของเรา ทุกคนคงตอบได้ว่ามันไม่มีสี มันใส แต่ทำไมเมื่อเรามองน้ำทะเลหรือมหาสมุทร มันกลับมีสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน

แท้จริงแล้ว “น้ำ” นั้นมีสีฟ้าอยู่เล็กน้อย เนื่องจากโมเลกุลของน้ำมีคุณสมบัติในการดูดกลืนสีในย่านสีแดง ถึงแม้มันจะดูดกลืนได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับสารชนิดอื่น แต่เมื่อน้ำในปริมาณที่มากและมหาศาล เช่น มหาสมุทร บึง หรือทะเลสาบ รวมกันมากเข้า มวลน้ำจึงดูดกลืนแสงสีแดงได้มากขึ้น ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นภาพของผืนน้ำสีน้ำเงิน

แต่ว่าสีของแหล่งน้ำตามธรรมชาติของเราไม่ได้มีแค่สีน้ำเงินเพียงสีเดียว มันยังมีสีต่าง ๆ ให้พบเห็นอีกด้วย ทั้งน้ำสีเทา ดำ น้ำตาลแดง เขียว หรือแม้กระทั่งสีแดง ซึ่งสีเหล่านี้นั้นไม่ใช่สีที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติของการดูดกลืนสีแดงของโมเลกุลน้ำเพียงอย่างเดียว สีที่เกิดขึ้นเกิดจากทั้งสารที่ละลายเจือปนอยู่ภายในน้ำและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำนั้น เช่น การที่น้ำนั้นมีสีเขียวนั้นเกิดจากการมีประชากรของแพลงก์ตอนพืชอาศัยอยู่ในน้ำเป็นปริมาณมาก หรือแม้กระทั่งการที่น้ำในแม่น้ำในช่วงฤดูน้ำหลากมีการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแดงนั้นก็เกิดจากการชะล้างหน้าดินและตะกอน ทำให้ตะกอนเหล่านั้นเจือปนลงในแม่น้ำและส่งผลให้น้ำเปลี่ยนสี

แสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วแหล่งน้ำต่าง ๆ บนโลกนั้นไม่ได้มีสีอยู่เพียงสีเดียวที่เป็นสีน้ำเงิน แต่ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงของสี ซึ่งเกิดจากกิจกรรมบางอย่างที่อยู่เบื้องหลัง และ “สี” คือหนึ่งในการตรวจสอบที่สภาวะและการเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่ง

มนุษย์จึงใช้การตรวจสอบสีมาเป็นหนึ่งในดัชนีตรวจสอบคุณภาพน้ำ หนึ่งในเครื่องมือที่เราใช้บ่อยเครื่องมือหนึ่งคือภาพถ่ายจากดาวเทียม เนื่องจากสามารถบันทึกภาพความละเอียดสูงและเก็บภาพพื้นที่กว้างได้ และตลอด 20 ปีที่ผ่านมา NASA ได้ศึกษาการเปลี่ยนของแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั้งการติดตามปรากฏการณ์การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของแพลงก์ตอน หรือ แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) ในมหาสมุทร หรือปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ (Red Tide) ที่ทะเลบางแห่งมีการเปลี่ยนสีเป็นสีแดงเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของแพลงก์ตอนบางชนิด ซึ่งข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมนั้นเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับการศึกษาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาสมุทร

ภาพถ่ายการบลูมของแพลงก์ตอนในทะเลห์บาเรน ภาพจาก NASA

เพียงแต่ว่าภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลกนั้นก็ไม่ใช่เครื่องมือที่ดีเท่าไร เนื่องจากดาวเทียมสำรวจทรัพยากรที่ใช้อยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น NIMBUS-7, SEASTAR, และ SUOMI-NPP อุปกรณ์ถ่ายภาพของดาวเทียมเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้สามารถบันทึกภาพได้หมดทุกค่าสีในความยาวคลื่นของแสงที่ตาของมนุษย์มองเห็น ซึ่งนั่นคือหนึ่งในปัญหาที่ทำให้การบันทึกการเปลี่ยนแปลงสีภายในแหล่งน้ำบางแหล่งนั้นไม่แม่นยำเหมือนกับตาของเรา ขีดจำกัดของเครื่องมือตรวจวัดเหล่านี้ทำให้การติดตามการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมภายในมหาสมุทรบางอย่างไม่แม่นยำ เช่น เราพบว่าสถานการณ์โลกร้อนส่งผลทำให้อุณหภูมิภายในมหาสมุทรเพิ่มสูง ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนประชากรของแพลงก์ตอนบางประเภทในมหาสมุทรมากขึ้น ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาพบว่าสีของน้ำในมหาสมุทรเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงสีจากสีน้ำเงินครามไปทางสีเขียวที่มากขึ้นในหลาย ๆ ภูมิภาค

การติดตามการเปลี่ยนแปลงของสีน้ำภายในมหาสมุทรนั้นเปิดอีกหนึ่งการศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่สำคัญมากการศึกษาหนึ่ง NASA ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ให้ความร่วมมือด้านการศึกษาด้านมหาสมุทรศาสตร์ร่วมด้วยตลอด 20 ปี จึงได้ดำเนินโครงการวิจัย PACE หรือ Plankton, Aerosol, Cloud, Ocean Ecosystem (ระบบนิเวศระหว่างแพลงก์ตอน ละอองลอย และเมฆ) โครงการดาวเทียมเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสีที่เกิดจากกิจกรรมภายในมหาสมุทร ทั้งการเพิ่มจำนวนขึ้นของแพลงก์ตอน สาหร่าย และพืชพันธุ์ภายในแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก

เพราะการเปลี่ยนแปลงสีของแหล่งน้ำนั้นสำคัญกว่าที่ใครหลายคนทราบ มันไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนของแพลงก์ตอนเพียงอย่างเดียว แต่มันส่งผลกระทบต่อทั้งภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภคได้ เช่น การเพิ่มจำนวนของสาหร่ายในกลุ่ม Microcystis ซึ่งมีพิษ การเพิ่มจำนวนของสาหร่ายชนิดนี้ภายในแหล่งน้ำของชุมชนหรือภายในคลองส่งน้ำประปา ผู้อุปโภคบริโภคเกิดการระคายเคืองของผิวหนัง ระบบประสาทและตับได้รับอันตราย

ภาพวาดจำลองของดาวเทียม PACE

ดาวเทียม PACE ของ NASA นี้แก้ไขขีดจำกัดด้านต่าง ๆ ของดาวเทียมสำรวจทรัพยากรที่เคยมีมา มันสามารถเก็บค่าของสีต่าง ๆ ได้ครบทุกช่วงของค่าสีที่ตาของมนุษย์มองเห็นได้อย่างต่อเนื่องและละเอียดยิ่งกว่าดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงอื่น ๆ ก่อนหน้า อีกทั้งตัวกล้องของดาวเทียมยังออกแบบมาเพื่อเก็บค่าสเปกตรัมของการดูดกลืนค่าแสงในย่านแสงที่แพลงก์ตอนชนิดต่าง ๆ ดูดกลืน ซึ่งจะยิ่งทำให้การติดตามการเพิ่มจำนวนประชากรของแพลงก์ตอนและการกระจายของแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของแพลงก์ตอนนั้นละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น เราจึงคาดการณ์การเพิ่มจำนวนของประชากรแพลงก์ตอนได้ดีขึ้น ช่วยลดการเสียโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดจากปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมที่เป็นภัยต่อมนุษย์และสัตว์น้ำ รวมถึงระบบนิเวศมหาสมุทร

การศึกษาและติดตามการเปลี่ยนแปลงสีน้ำในทะเลนี้จะช่วยทำให้เราสามารถเข้าใจกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตในทะเล และความเข้าใจเหล่านี้จะส่งต่อและช่วยเหลือกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของมนุษย์ได้ ทั้งด้านการท่องเที่ยว อุปโภค บริโภค การเกษตร การปศุสัตว์ และอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนเกี่ยวข้องกัน

การติดตามการเปลี่ยนแปลงของสีน้ำของโครงการ PACE จึงเป็นงานที่สำคัญมาก และงานนี้จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคตอย่างแน่นอน รวมไปถึงกระบวนการการดูแลรักษาทรัพยากรภายในโลกของเราต่อจากนี้ จากองค์ความรู้ใหม่ที่จะได้รับจากดาวเทียมดวงนี้

ดาวเทียม PACE ถูกออกแบบให้ทำงานในวงโคจรตัดผ่านขั้วเหนือ-ใต้ ภารกิจหลักของดาวเทียมดวงนี้จะอยู่ที่ 3 ปี แต่การออกแบบตัวดาวเทียมนั้นสามารถยืดอายุการใช้งานของดาวเทียมได้นานมากกว่า 10 ปี ดาวเทียม PACE มีกำหนดส่งขึ้นวงโคจรเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เรียบเรียงโดย : จิรสิน อัศวกุล

🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS https://www.thaipbs.or.th/news/playlists/SciAndTech  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

ที่มาข้อมูล: rama.mahidol, pace.oceansciences

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติเทคโนโลยี

ใช้ประโยชน์ในทางสันติ ไทย-เมียนมาร่วมใช้เทคโนโลยีสำรวจโลก จัดการสิ่งแวดล้อม-รับมือภัยพิบัติ

เทคโนโลยีสำรวจโลก (Earth Observation Technology) คือการใช้เครื่องมือ เช่น ดาวเทียม และกล้องพิเศษเพื่อเก็บข้อมูลพื้นผิวโลก น้ำ และอากาศ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

06 ส.ค. 69|14 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้เทคโนโลยี

ก้าวสำคัญ! ครั้งแรกของไทย ส่ง “CE-7 MATCH” อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ร่วมสำรวจดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้

24 ส.ค. นี้ เรามีนัดกัน! ร่วมเป็นสักขีพยาน ประเทศไทยส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ “CE-7 MATCH” (อ่านว่า ฉางเอ๋อ 7 แมตช์) ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

06 ส.ค. 69|18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?เทคโนโลยี

เปิดแผนสร้างฐานดวงจันทร์จีน ไทม์ไลน์ก่อสร้างไล่เลี่ยกับอเมริกา ใครจะชนะศึกอวกาศในครั้งนี้?

ณ ตอนนี้น้ำแข็งบนผิวดวงจันทร์ก็ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันอวกาศ ที่เร่งให้เกิดการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 50 กว่าปีระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

06 ส.ค. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    “น้ำ” ใน “มหาสมุทร” มีสีอะไรกันแน่ ? โครงการ PACE ของ NASA เพื่อศึกษาสิ่งที่มากกว่าสีของมหาสมุทร | Thai PBS Sci & Tech