สถาบันยูซีแอลเอ (UCLA) ร่วมมือกับหน่วยงานน้ำแห่งชาติของสิงคโปร์และหน่วยงานอื่น ๆ สร้างโรงงานกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดของโลก
จากข้อมูลของ The World Bank การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกโดยเฉลี่ยในปี 2020 อยู่ที่ 4.3 เมตริกตัน หรือ 9,500 ปอนด์ต่อคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก นักวิจัยจากสถาบัน UCLA Samueli School of Engineering จึงร่วมมือกับหน่วยงานน้ำแห่งชาติของสิงคโปร์และหน่วยงานอื่น ๆ ในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ
หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตัวระบบนำร่องกำจัดคาร์บอนที่ใช้น้ำทะเล 2 ระบบในเมืองลอสแอนเจลิสและประเทศสิงคโปร์ในปี 2566 สถาบัน UCLA และบริษัทสตาร์ตอัป Equatic จึงได้เริ่มเฟสต่อไปของโครงการ คือ การสร้างโรงงานกำจัดคาร์บอนการเต็มรูปแบบมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ชื่ออีควอติก-1 (Equatic-1) โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานน้ำแห่งชาติของสิงคโปร์ คณะกรรมการสาธารณูปโภค (PUB) มูลนิธิวิจัยแห่งชาติของสิงคโปร์ (NRF) และสถาบันเพื่อการจัดการคาร์บอน (ICM) ของ UCLA โดยจะสร้างขึ้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาสาธารณูปโภค (PUB) ในเมือง Tuas ทางตะวันตกของสิงคโปร์
กระบวนการกำจัดคาร์บอนใช้อิเล็กโทรลิซิสโดยส่งกระแสไฟฟ้าผ่านน้ำทะเลจากโรงแยกเกลือออกจากบริเวณใกล้เคียง มันทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้น้ำแยกออกเป็นองค์ประกอบ นั่นคือ ไฮโดรเจนและออกซิเจน พร้อมทั้งกักเก็บคาร์บอนที่ละลายในบรรยากาศไว้อย่างปลอดภัย เป็นวัสดุที่มีแคลเซียมและแมกนีเซียมแข็งเป็นเวลาอย่างน้อย 10,000 ปี ซึ่งกระบวนการนี้จะกระตุ้นและขยายความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติของมหาสมุทรโดยการกำจัดคาร์บอนที่ละลายน้ำ ขณะเดียวกันก็ทำให้สามารถดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้มากขึ้น
การสร้างโรงงานกำจัดคาร์บอนเต็มรูปแบบจะแบ่งเป็น 2 เฟส โดยระยะแรกจะเริ่มในเดือนมีนาคม ซึ่งออกแบบให้กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 เมตริกตัน (ประมาณ 2,205 ปอนด์) ต่อวันภายในปลายปี ค.ศ. 2024 และจะมีการติดตั้งโมดูลเพิ่มเติมอีก 9 โมดูลในช่วงต้นปี ค.ศ. 2025 ก็จะทำให้ระยะที่ 2 เสร็จสมบูรณ์ด้วยโมดูลที่ใช้งานอยู่ 10 โมดูลนั้นคาดว่าโรงงานกำจัดคาร์บอนจะสามารถกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 10 เมตริกตันต่อวันจากน้ำทะเลและชั้นบรรยากาศ อีกทั้งยังสามารถผลิตไฮโดรเจนได้เกือบ 300 กิโลกรัมต่อวันในเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้คณะกรรมการสาธารณูปโภค (PUB) ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2045 โดยใช้แนวทางสามประการ ได้แก่ การทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์หมุนเวียน การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อลดพลังงานที่จำเป็นในกระบวนการบำบัดน้ำ การดักจับและกำจัดคาร์บอนปล่อยก่อนออกสู่ชั้นบรรยากาศ
ที่มาข้อมูล: straitstimes, newatlas, ucla, asiafinancial
ที่มาภาพ: ucla
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



