"ทรัมป์" ตั้งกำแพงภาษีรอบใหม่กับ 60 ประเทศคู่ค้ารวม "ไทย" โดน 12.5%
สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ บังคับใช้กับ 60 ประเทศคู่ค้ารวม "ไทย" ในอัตรา 10-12.5% อ้างล้มเหลวสกัดการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ
สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรชุดใหม่ บังคับใช้กับ 60 ประเทศคู่ค้ารวม "ไทย" ในอัตรา 10-12.5% อ้างล้มเหลวสกัดการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ
"ทรัมป์" ลงนามเพิ่มภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียมจากทั่วโลก จากเดิมร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 50 "อังกฤษ" รอดเจรจาสำเร็จ ขณะที่ "แคนาดา-เม็กซิโก" แสดงท่าทีเตรียมตอบโต้หากการเจรจาไม่เป็นผล ด้าน "EU" กระทบหนัก เร่งเจรจาหาทางออก ผู้เชี่ยวชาญเตือนผลกระทบย้อนกลับธุรกิจอเมริกัน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม
การเปิดหน้าตอบโต้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันของยักษ์ใหญ่ 2 ชาติ กำลังสร้างแรงกระเพื่อมกลับไปยังผู้บริโภคชาวอเมริกันโดยตรง ยกตัวอย่างสมาร์ตโฟน ที่ชิ้นส่วนมาจากผู้ผลิตที่กระจายตัวอยู่ในทวีปเอเชียทั้งสิ้น ทำให้หากย้ายฐานไปสหรัฐฯ ราคาอาจพุ่งไปถึง 3 เท่า เนื่องจากค่าแรงในสหรัฐฯ สูงกว่าจีน
ประเด็นนโยบายภาษีทรัมป์ตอบโต้คู้ค้า ทำให้ทางการไทยอาจต้องเจรจาลดภาษีสำหรับสินค้าจากสหรัฐอเมริกาลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถ “ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน” แบรนด์อเมริกัน จับตาการรัฐบาลเจรจาลดภาษีนำเข้าอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผู้บริโภคเชื่อหากต่อรองสำเร็จราคารถจะถูกลง
รศ.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ สนับสนุนแนวทางการเจรจา และต่อรองภายใต้การรักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่ปัญหา คือ เวลานี้ทั้งไทย และสหรัฐ ยังไม่สามารถเปิดการหารือโดยตรงได้ และมองว่า ยังมีโอกาสที่การเจรจาจะบรรลุผล และสามารถปรับลดอัตราภาษี เพื่อบรรเทาผลกระทบลงได้
แม้ สหรัฐจะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า แต่หลายฝ่ายยังไว้วางใจ นโยบายของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด นอกจากกระทบกับการส่งออกของไทย ยังอาจทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ต่ำกว่าเป้าที่คาดการณ์ไว้