“เธอ” ไม่เปลี่ยนแปลง
“ร้อน” นี้…จึงเปลี่ยนไป
ปี 2567 
ประเทศไทยไทยเข้าสู่ “ฤดูร้อน”
ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์
คาดว่าจะร้อนกว่าปี 2566
และร้อนกว่าปกติประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส
คำว่า ร้อน
194,694
ข้อความ
นับตั้งแต่การประกาศเข้าสู่ “ฤดูร้อน” ปี 2567ไม่ใช่คำบ่นตามฤดูกาลเพียงเท่านั้นแต่เป็นหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนว่าปี 2567 ฤดูร้อนนี้ไม่เป็นเช่นเคย…
จากสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของไทยนับตั้งแต่ปี 2494 – 2563 เห็นได้ว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่อุณหภูมิสูงสุดเท่านั้น ยังรวมถึงอุณหภูมิต่ำสุดอีกด้วย
แล้วปีนี้ล่ะ
อุณหภูมิสูงขึ้น หรือแค่ feel like
*อุณหภูมิเฉลี่ย ณ สนามบินดอนเมือง กทม.
อะไรจะเปลี่ยนไปบ้าง เมื่ออากาศร้อนขึ้น
หากย้อนดูช่วงปี 2494 – 2566 เฉพาะเดือนเมษายน อุณหภูมิสูงสุดแต่ละจังหวัด แตะอยู่ที่ระดับ 37 – 44 องศาเซลเซียส เว้นแต่ จ.นครนายก ที่สูงสุดอยู่ที่ 29.9 องศาเซลเซียส
นอกจากนี้ สถิติ 72 ปีที่ผ่านมา ยังพบอีกว่า
11 เมษายน 2559
เป็นวันที่อุณหภูมิสูงสุดทุบสถิติของตัวเองมากถึง 11 จังหวัด
ร้อนจะตายอยู่แล้ว
จะแจวไปหลบร้อน ที่ไหนกันนี่อีกเมื่อไรร้อนจะหายสักทีหากมีคนปราณี คงคลายหายกลุ้มอุรา
เพลงที่ขับร้องเปรียบเปรยเมื่อ 30 กว่าปีก่อน กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน โดยข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า นับตั้งแต่ปี 2560 มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคลมแดด
หรือ “ฮีทสโตรก” (Heat Stroke) ทุกปี
วันที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดของแต่ละเดือนในช่วงฤดูร้อน (2566)
เมื่อพิจารณาความสอดคล้องของสถิติอุณหภูมิสูงสุดและอัตราเสียชีวิตจากฮีทสโตรก เห็นได้ว่า เดือนที่มีความเสี่ยงและต้องเฝ้าระวัง คือ
เดือนเมษายน
อะไรคือ สาเหตุที่ทำให้ “ร้อนนี้” ไม่เหมือนเดิม ?
นับตั้งแต่ปี 2343 พบว่า
กิจกรรมของ “มนุษย์”
เป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้เกิดภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือที่เรียกว่า Climate Change โดยมีสาเหตุหลัก ๆ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน, น้ำมัน และก๊าซ
นี่เป็น “ผลกระทบ” บางส่วนเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริง
หากสังเกตจะเห็นว่า…หลายพื้นที่เกิด “ภัยแล้ง” และเผชิญวิกฤตด้านสุขภาพ-อาหาร
ช้าไปไหมที่ “เธอ” จะเปลี่ยน ?
แม้การหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในวันนี้จะไม่ได้ช่วยให้โลกเย็นขึ้นโดยทันที
แต่ก็ยังไม่สายเกินไป…ที่จะหลีกเลี่ยงหรือจำกัดผลกระทบอันเลวร้ายจาก Climate Change
โดย NASA เสนอไว้ 2 ระดับ คือ
บรรเทา ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปรับตัว เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมัน ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
เพราะ Climate Change
ไม่ใช่แค่ “ร้อนนี้” ที่เปลี่ยนไป
การเดินทางที่คุณเลือกปล่อย CO2e มากแค่ไหน ?
CO2e = คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า *
ระยะทาง (กิโลเมตร)*
← เลื่อน →
0
คุณปล่อย CO2e รวม
0 กรัม
หากเดินทางด้วยวิธีนี้เป็นเวลา 10 วัน ก็เท่ากับปล่อย CO2e
0 กรัม
หรือ
0 ตัน
รู้หรือไม่ ? การเดินทางรูปแบบใดเป็น “มิตรต่อสภาพภูมิอากาศ” *
*กรุณาเลือกคำตอบ*
รถไฟ(ระบบน้ำมัน)ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1 เท่า รองลงมาคือรถเมล์(ระบบน้ำมัน) 41.3 เท่า, เครื่องบิน 6.43 เท่า และรถยนต์ 9.49 เท่า อีกทั้งรถไฟยังเป็นขนส่งต้นทุนต่ำ ประมาณ 0.75 บาท/ตัน/กิโลเมตร และสามารถขนส่งผู้โดยสารได้มากสุดถึง 100,000 คน/ชั่วโมง
Share This
Created by
Digital Media Department
Content Creator
Chalee Nawatharadol
Pimtawan Naeprakone
Pitchaya Jaisuya
Graphic and Web Designer
Narongsak Somong
Phuresaphon Jantapoon

แท็ก

Recommended

“เธอ” ไม่เปลี่ยนแปลง “ร้อน” นี้…จึงเปลี่ยนไป
ท่องโลกแห่งราง เส้นทาง จุดเปลี่ยน “รถไฟไทย”
นกเงือก นักปลูกป่า กลายเป็นผู้ถูกล่า​