Top 3 ลูกไม้ที่ถูกใช้งานมากที่สุดในปี 69
จากข้อมูลตัวเลขของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ โดย พ.ต.อ. ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการศูนย์อบรบกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า เฉพาะในกรณีที่มีการแจ้งเข้ามา จะมีการจัดอันดับ Top 3 ลูกไม้ที่ถูกใช้งานมากที่สุดในการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ Scammer มีดังนี้
- แก๊งคอลเซนเตอร์: ข่มขู่ให้กลัว อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ (อันดับ 1)
- หลอกกินลาภลอย: อ้างว่าได้รับรางวัลหรือเงินก้อนโตแต่ต้องโอนมัดจำก่อน (อันดับ 2)
สวมรอยคนใกล้ชิด: ปลอมเป็นญาติหรือเพื่อนเพื่อขอยืมเงินด่วน (อันดับ 3)
พ.ต.อ. ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการศูนย์อบรบกองบัญชาการตำรวจสอบสวน
สรุปภาพรวมมิจฉาชีพ “ฉลาดขึ้น” และ “รวยขึ้น”
1. สถิติคดีพุ่งสูงแบบก้าวกระโดด
-
- ช่วง มิ.ย. – ก.ย. 68: มีการแจ้งความราว 8.2 หมื่นคดี เสียหาย 7.9 พันล้านบาท
-
- ช่วง ต.ค. 68 – ก.พ. 69 (5 เดือน): จำนวนคดีพุ่งไปถึง 1.4 แสนคดี แม้มูลค่าความเสียหายที่แจ้งจะอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท แต่จำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อกลับขยายตัวอย่างน่ากลัว
- ช่วง ต.ค. 68 – ก.พ. 69 (5 เดือน): จำนวนคดีพุ่งไปถึง 1.4 แสนคดี แม้มูลค่าความเสียหายที่แจ้งจะอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท แต่จำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อกลับขยายตัวอย่างน่ากลัว
2. ช่องโหว่ “เบอร์ไร้ค่าย” (Ghost Numbers)
-
- มิจฉาชีพใช้เบอร์ที่ “สืบหาค่ายมือถือไม่ได้” จำนวนมาก (คาดว่าเป็นการต่อสายผ่านอินเทอร์เน็ตจากต่างประเทศ หรือค่ายที่ไม่มีในไทย)
- ปัญหา: เมื่อไม่รู้ว่าเบอร์เป็นของใครหรือค่ายไหน ตำรวจจึงสืบสวนหาตัวคนร้ายได้ยากมาก
3. หลังแก้กฎหมาย (พ.ร.ก. ไซเบอร์) ความเสียหายกลับพุ่ง “3 เท่า”
เมื่อเทียบช่วงเวลา 9 เดือน ก่อนและหลังการปรับปรุงกฎหมายป้องกันปราบปรามฯ
-
- ก่อนแก้กฎหมาย: เสียหายราว 2,898 ล้านบาท
- หลังแก้กฎหมาย: เสียหายพุ่งไปถึง 9,251 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามแม้จำนวนคดีจะลดลงเล็กน้อย แต่ “มูลค่าความเสียหายต่อคดี” กลับสูงขึ้นอย่างมหาศาล สะท้อนว่ามิจฉาชีพเจาะจงหลอกเหยื่อที่มีเงินก้อนใหญ่ได้แม่นยำขึ้น
DE ผุด DE-Fence รับมือมิจฉาชีพ
นางธนิสสรา ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ระบุว่า DE ได้ออกแอปพลิเคชัน DE-Fence ร่วมกับโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ในการบริการระงับธุรกรรม, ปรึกษาคดี, ติดตามคดี และแจ้งเบาะแส ซึ่งมีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน โดยเปิดเผยข้อมูลการแจ้งเรื่องเพิ่มเติม และข้อมูลตัวแอปฯ DE-Fence ไว้ดังนี้
สถิติร้องเรียนที่พบ มี 3 ประเภท (มากที่สด)
- หลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริหาร แต่ไม่เป็นขบวนการ
- การหลอกลวงโอนเงินเพื่อทำงานพิเศษ
- ลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ
จังหวัดที่ได้รับแจ้งมากสุด 3 อันดับ คือ
- จ.กรุงเทพมหานคร
- จ.นนทบุรี
- จ.ชลบุรี
นางธนิสสรา ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นอกจากนี้ แอปฯ DE-Fence มีการรองรับทั้งระบบ IOS และ Android มีระบบรองรับสำหรับผู้ประกอบการโทรคมนาคม และผู้ใช้กฎหมาย ภายในฐานข้อมูลส่วนกลาง และมีการจำกัดประเภทของเบอร์โทรศัพท์ ไว้ดังนี้
- ปลอดภัย (White List): ยืนยันเชื่อถือได้ โดยหน่วยงานรัฐ และโทรคมนาคม
- มิจฉาชีพ (Black List): ยืนยันเป็นมิจฉาชีพ, มีพฤติกรรมน่าสงสัย
- ต้องสงสัย (Grey List): เบอร์ฯ ที่ได้รับจากประชาชนทั่วไป
และระบบตรวจสอบเบอร์ การให้ความช่วยเหลือและปรึกษา แจ้งเบอร์ต้องสงสัย แจ้งความออนไลน์ หรือติดต่อ AOC โดยตรง โดยจะมีการระบุออกมาเป็นข้อมูลดังนี้
- อัตราย: ยืนยันเป็นมิจฉาชีพ
- ต้องสงสัย: เบอร์โทร. จาก Internet หรือเคยถูกรายงาน
- ลงทะเบียน: ยืนยันชัดเจน และอยู่ในฐานข้อมูล
- ไม่มีข้อมูล: ไม่มีการลงทะเบียน หรือข้อมูลอื่น ๆ
แอปฯ DE-Fence บริการระงับธุรกรรม, ปรึกษาคดี, ติดตามคดี และแจ้งเบาะแส
“Cyber Check” แอปฯ รับมือมิจฉาชีพ
ฝั่งตำรวจไซเบอร์ พ.ต.ท. ประวิทย์ วงษ์เกษม รองผู้กำกับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 พูดถึงกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ และแอปพลิเคชัน Cyber Check ไว้ ว่ามิจฉาชีพออนไลน์หลัก ๆ แล้วจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประกอบไปด้วย
- การล่อลวงทางช่องทางสื่อสารทั่วไป: การใช้กลวิธีหลอกลวงบนช่องทางติดต่อทั่วไป เช่น LINE, SMS, Facebook, TikTok, Website ฯลฯ
- การหลอกฝังโปรแกรมไว้บนอุปกรณ์: การหลอกให้เหยื่อมีการติดตั้งแอปฯ ควบคุมทางไกล และขโมยข้อมูลด้วยวิธีดังกล่าว
พ.ต.ท. ประวิทย์ วงศ์เกษม รองรับผู้กำกับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2
สำหรับแอปฯ Cyber Check ใช้ฐานข้อมูลจากศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของตำรวจไซเบอร์ฯ ที่จะมีการอัปเดตข้อมูลตลอดเวลา ทั้งเบอร์โทรฯ, บัญชี โดยผู้ใช้จะสามารถคัดลอกลิงก์โปรไฟล์ แล้วนำเข้าไปตรวจสอบด้วยแอปฯ Cyber Check ซึ่งรองรับทั้ง เบอร์โทรศัพท์, หมายเลขบัญชีธนาคาร, LINE ID, Facebook, TikTok, และลิงก์ URL ของเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ โดยผลการตรวจสอบ จะแสดงขึ้นมาหลังจากนั้น โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย
- เขียว: ยืนยันว่าปลอดภัย
- เหลือง: เคยถูกร้องเรียน หรือเคยมีการแจ้งเบาะแส
- แดง: ถูกดำเนินคดีตาม และมีการสืบจากผู้เสียหายแล้ว
- ไม่พบข้อมูล: ไม่เคยมีการแจ้งความผ่านระบบออนไลน์
นอกจากนี้ภายในแอปฯ Cyber Check ยังมีฟังก์ชันสำหรับเช็กเบอร์โทรของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีการบันทึกเอาไว้กว่า 25,000 นาย และการตรวจสอบเบอร์โทรต่าง ๆ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นเบอร์ที่ไม่เคยถูกบันทึกโดยผู้ใช้
แอปฯ Cyber Check จากตำรวจไซเบอร์ ใช้ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์, หมายเลขบัญชีธนาคาร, LINE ID, Facebook, TikTok, และลิงก์ URL ของเว็บไซต์ต่าง ๆ
Whoscall ดักมิจฉาชีพโทรหาแล้ว 660 ล้านครั้ง
สำหรับฝั่งเอกชน นายกชศร ใจแจ่ม กรรมการผู้จัดการ Gogolook Thailand เครือใหญ่ของ Whoscall ออกมาเปิดเผยถึงผลการใช้งานและการป้องกันมิจฉาชีพไว้ว่า Whoscall ได้ประสบความสำเร็จจากยอดการดาวน์โหลดโดยผู้ใช้ในหลากหลายประเทศรวมกว่า 100 ล้านคน และกว่า 35 ล้านคนในไทย ช่วยเหลือการ Scam ได้แล้วสำหรับเบอร์โทรกว่า 660 ล้านครั้ง, ข้อความกว่า 1.8 พันล้านครั้ง และเว็บไซต์กว่า 30 ล้านครั้ง
สำหรับการตรวจสอบจะเริ่มต้นจาก Caller ID / SMS ที่จะเป็นการแจ้งเตือนสายเรียกเข้าปริศนา ว่าเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ หรือการคัดลอกลิงก์ และบันทึกหน้าจอผู้ใช้ SMS ในการตรวจสอบด้วย Whoscall ซึ่งจะมีการคัดโดย AI ของ Whoscall ว่าบัญชีดังกล่าวน่าสงสัยหรือไม่ รวมถึงยังสามารถตรวจสอบ Website และ ID Security ที่จะคอยตรวจสอบแพลตฟอร์ม หรือตัวตนของบุคคลต้องสงสัยบนโซเชียลฯ ด้วยเช่นกัน
นายกชศร แจ่มใส กรรมการผู้จัดการ Gogolook Thailand
ขณะที่ Database หรือฐานข้อมูลของ Whoscall ล้วนมาจากการรายงานของผู้ใช้มากมาย ที่ต้องพบเจอกับเรื่องดังกล่าวทุกวัน และการอัปเดตข้อมูลในทุกวัน และอาจจะมีผลตอบแทนเป็นแต้มสะสมหรือผลประโยชน์อะไรบางอย่าง ภายหลังจากการให้ความช่วยเหลือ Whoscall ในการเก็บข้อมูล
True Cybersafe บล็อกเว็บเสี่ยงไปแล้ว 3,292 ล้านครั้ง
นางสาวธัญรส จรุงจิตต์ หัวหน้าฝ่ายดิจิทัลเอนแฮนส์เมนต์ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดเผยถึงข้อมูลเกี่ยวกับระบบ True Cybersafe ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยปกป้องผู้ใช้บริการแบบอัตโนมัติ ที่ไม่ต้องมีการดาวน์โหลดแอปฯ, ไม่ต้องลงทะเบียน, ไม่ต้องเสียค่าใช่จ่าย ครอบคลุมทั้งมือถือ True, True-dtac, เน็ตบ้าน True-Online
สำหรับฟีเจอร์หลัก คือการบล็อกหรือแจ้งเตือนเมื่อมีการเข้าถึงเว็บฯ มีความเสี่ยง ผ่านลิงก์จาก SMS หรือ Web Browser ทั้งแบบที่ถูกบล็อกทันทีจากคำสั่งรัฐ และการหยุดให้ผู้ใช้คิดพิจารณาก่อนใช้งานเว็บไซต์ต่อ โดยมีสถิติการป้องกันไปแล้วกว่า 3,292 ล้านครั้ง
นางสาวธัญรส จรุงจิตต์ หัวหน้าฝ่ายดิจิทัลเอนแฮนส์เมนต์ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น
ทั้งนี้มีฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกเปิดตัวในปี 2568 มีด้วยกัน 3 บริการ ประกอบด้วย
- *9777# เพื่อแจ้งบล็อกสายมิจฉาชีพ
- กด *9777*(เบอร์ที่ต้องการแจ้ง)# แล้วโทรออก
- บันทึกหน้าจอ ส่ง SMS ที่เบอร์ 9777
- Call AI Filter : จะเป็นการเตือน “แจ้งเตือนจาก True” โดยจะแจ้งเตือนหากพบว่าเบอร์ดังกล่าวมีการโทรหาเบอร์อื่น ๆ ในความถี่ที่เร็วผิดปกติ คล้ายเป็น Call Center
- SMS AI Filter : จะมีการขึ้นเครื่องหมายหน้าผู้ส่ง ว่าเป็นบุคคลต้องสงสัย แต่ถึงแม้ว่าเหยื่ออาจจะเผลอกดตามเข้าไปในลิงก์ ก็ยังจะมีการป้องกันอีกชั้น จากฟีเจอร์ Web Browser ของ True อยู่ดี











