Loading...

แชร์

Copied!

อ้างรายได้วันละ 5,000 แค่กดหัวใจใน TikTok แท้จริง “ลวงลงทุนสูญเงินแสน”

22 เม.ย. 69 | 11:44 น.
อ้างรายได้วันละ 5,000 แค่กดหัวใจใน TikTok แท้จริง  “ลวงลงทุนสูญเงินแสน”
ตำรวจไซเบอร์ รวบมิจฉาชีพหลอกหารายได้ผ่าน TikTok ใช้กลลวง “กดหัวใจแลกเงิน” หลอกเหยื่อทำภารกิจกดไลก์ คนร้ายลวงด้วยการให้เงินจริงในช่วงแรก ก่อนชักชวนลงทุนผ่านลิงก์ปลอม อ้างเพิ่มรายได้และรับโบนัส สุดท้ายเหยื่อถูกเชิดเงินเกือบแสนบาท Thai PBS Verify เตือนภัยพร้อมเผยกลโกงก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฯ

กลลวงกดหัวใจ TikTok แลกเงิน เหยื่อติดกับสูญเงินแสน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ​​ร่วมกันจับกุม น.ส.เบญจวรรณฯ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด 2 คดี ในข้อหา

  1. ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ
  2. เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก 

ทั้งนี้เนื่องจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความระบุว่า พบโฆษณาชักชวนหารายได้ผ่านแอปฯ TikTok อ้างเพียงกดหัวใจในคลิปก็ได้รับค่าตอบแทน โดยช่วงแรกได้เงินจริงตามที่กล่าวอ้าง จึงหลงเชื่อและโอนเงินเพิ่มตามคำชักชวนของมิจฉาชีพ แต่ภายหลังคนร้ายกลับอ้างปัญหาไม่สามารถถอนเงินหรือรับผลตอบแทนได้ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงหยุดโอนเงิน และเข้าแจ้งความดำเนินคดี 

พฤติกรรมของมิจฉาชีพเป็นอย่างไร ?

จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่พบพฤติกรรมที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ ดังนี้

  • ใช้โฆษณาชวนเชื่อ: อ้างเพียงกดถูกใจคลิปวิดีโอที่กำหนดก็จะได้รับค่าตอบแทน คลิปละประมาณ 10 – 24 บาท และสามารถสร้างรายได้อยู่ที่วันละ 1,000 – 5,000 บาท
  • ​ได้เงินจริงช่วงแรก หวังเหยื่อตายใจ: เมื่อผู้เสียหายทดลองทำภารกิจ โดยให้กดถูกใจและบันทึกหน้าจอส่งเป็นหลักฐาน จะได้รับค่าตอบแทนจริงจำนวน 30 บาท เพื่อทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่ามีรายได้จริง 
  • ล่อโอนเงินด้วยเงินโบนัส: หลังจากเหยื่อเริ่มหลงเชื่อ มิจฉาชีพจะอ้างถึงการทำภารกิจเพิ่ม เพื่อรับโบนัสหรือรายได้พิเศษ แต่ต้องโอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้าย
  • อ้างปัญหา เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม: เมื่อผู้เสียหายหลงโอนเงินแล้ว มิจฉาชีพจะอ้างข้อผิดพลาด เพื่อให้ผู้เสียหายไม่ได้รับผลตอบแทน และกำหนดเงื่อนไขให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มเข้าไปเพื่อถอนเงินคืน ซึ่งกว่าเหยื่อจะรู้ตัว ก็ถูกหลอกเงินไปเป็นจำนวนมาก

สืบพบเส้นทางเงิน เชื่อมโยง “บัญชีม้า” 

ผู้ต้องหารับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับคดีนี้มาก่อน โดยให้การว่า เคยถูกหลานสะใภ้ชักชวนสมัครงานออนไลน์ตั้งแต่ ต.ค. 66 และได้มีการสแกนใบหน้า รวมถึงส่งข้อมูลส่วนตัว แต่สุดท้ายกลับไม่มีการติดต่อกลับ จนมาทราบภายหลังว่า ข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้เปิด “บัญชีม้า”

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพยังใช้กลลวงปล่อยกู้เงินออนไลน์ อ้างอนุมัติง่าย เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว ก่อนนำไปใช้เป็นบัญชีม้าโดยที่เหยื่ออาจไม่ทันรู้ตัวอีกด้วย

คำเตือนจากตำรวจไซเบอร์ (CIB) 

ตำรวจไซเบอร์เตือนภัยมายังประชาชน ว่างานที่อ้างว่ารายได้ง่าย ได้เงินเร็ว โดยไม่มีเหตุผลรองรับ มักเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ ควรตรวจสอบให้รอบคอบ และไม่โอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ

นอกจากนี้ การกู้เงินจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า มักเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ ควรหลีกเลี่ยงและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจตามมาในอนาคต

ที่มาข้อมูล: ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

ผู้เรียบเรียง

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน