Loading...

แชร์

Copied!

คอลเซนเตอร์ปรับเกมล่า “เหยื่อรายย่อย” หนักขึ้น ทำคดีพุ่ง !

10 เม.ย. 69 | 09:00 น.
คอลเซนเตอร์ปรับเกมล่า “เหยื่อรายย่อย” หนักขึ้น ทำคดีพุ่ง !
มิจฉาชีพเปลี่ยนเป้าเล็ง “รายย่อย” มากขึ้น เผยสถิติฉ้อโกงออนไลน์สัปดาห์ล่าสุด พบจำนวนคดีเพิ่มขึ้น 176 คดี จากห้วงวันที่ 22–28 มี.ค. 69 ขณะที่มูลค่าความเสียหายลดลง สะท้อนกลโกงใหม่ เน้นหลอกถี่ แต่ยอดต่อเคสต่ำลง Thai PBS Verify พร้อมชี้กลโกง “หลอกซื้อสินค้าออนไลน์” ยังระบาดหนัก และแนะวิธีป้องกันก่อนตกเป็นเหยื่อ

สถิติพบมูลค่าความเสียหายลด สวนทางคดีเพิ่ม

Thai PBS Verify เกาะติดสถานการณ์ภัยไซเบอร์หลังศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.- 4 เม.ย. 69 ข้อมูลจากระบบ Thaipoliceonline ในรอบสัปดาห์พบว่า

  • จำนวนคดีที่รับแจ้ง: 7,366 คดี (เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 76 คดี)
  • มูลค่าความเสียหายรวม: 407,981,333 บาท  (มูลค่าความเสียหายลดลง 94,167,600 บาท)

วิเคราะห์กลโกงใหม่ของมิจฉาชีพ “มุ่งเป้าเน้นหลอกรายย่อยมากขึ้น”

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ภาพรวมจำนวนคดีเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายกลับสวนทาง โดยแม้จำนวนคดีจะเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายรวมกลับลดลง ซึ่งการที่จำนวนคดีเพิ่มแต่ยอดเงินรวมลดลง อาจหมายถึงแนวโน้มกลโกงของรูปแบบมิจฉาชีพที่เปลี่ยนไป โดยเน้นหลอกรายย่อยมากขึ้น หรือมีการสกัดกั้นการโอนเงินก้อนใหญ่ได้ทันท่วงที ซึ่งอาจมีผลมาจากระบบอายัดเงินเริ่มทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ความเสียหายต่อเคสลดลง 

“หลอกทำงานออนไลน์” ขึ้นอันดับ 1 คดีที่สร้างความเสียหายสูงสุด

แต่ในขณะเดียวกันการหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการยังครองแชมป์จำนวนคดี และการหลอกลวงเสนอผลประโยชน์อื่น ๆ เป็นกลุ่มเดียวที่พุ่งสูงขึ้นทั้งจำนวนคดีและความเสียหาย แต่คดีที่เป็นประเด็นน่าสนใจคือ การหลอกทำงานออนไลน์ กลับกลายเป็นกลุ่มที่สร้างความเสียหายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน โดยพบข้อมูลอ้างอิงจาก เพจ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งสรุปประเด็นได้ดังนี้

  • “หลอกทำงานออนไลน์” ขึ้นอันดับ 1 คดีที่สร้างความเสียหายสูงสุด (ครั้งแรก)
  • กลุ่มผู้หญิงวัย 21-30 ปี ยังคงเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกหลอกลวงมากที่สุด
  • อ้างรายได้ โดยช่วงเเรกจะโอนเงินค่าจ้างให้จริง

สำหรับรูปแบบ“หลอกทำงานออนไลน์” มักชวนให้ทำงานง่าย อ้างรายได้ โดยช่วงเเรกจะโอนเงินค่าจ้างให้จริงให้เหยื่อชะล่าใจ จากนั้นจะเริ่มชวนให้ทำ “ภารกิจ” หลอกให้โอนเงินสำรอง จ่ายค่าสินค้าไปก่อนจนเหยื่อหมดตัว ซึ่งนี้คือกลยุทธ์หลักที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกล่อเหยื่อให้ติดกับ

แชตสอบถามเพจปลอม

3 วิธีป้องกัน “การถูกหลอกลวงซื้อสินค้าทางออนไลน์”

  • เลือกซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบกระเป๋าเงินกลาง” เช่น TikTokShop, Lazada, และ Shopee โดยหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับสินค้า ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มได้ 
  • ควรหลีกเลี่ยงการตกลงซื้อขายนอกระบบหรือโอนเงินให้ผู้ขายโดยตรง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง  โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram (IG) และ X (Twitter) เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวงมากที่สุด
  • ตรวจสอบร้านค้าให้รอบคอบ และหลีกเลี่ยงการซื้อขายที่ไม่มีหลักฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์

ข้อมูลจาก : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

ผู้เรียบเรียง

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน