Loading...

แชร์

Copied!

เสียงสะท้อนผู้เชี่ยวชาญ-สื่อไทย พบข่าวปลอมโลกปี 68 ที่ผ่านมา “ยังน่ากลัว-ยากจะหยุดยั้ง”

4 เม.ย. 69 | 14:00 น.
เสียงสะท้อนผู้เชี่ยวชาญ-สื่อไทย  พบข่าวปลอมโลกปี 68 ที่ผ่านมา  “ยังน่ากลัว-ยากจะหยุดยั้ง”
เพราะ "ข่าวลวง" อาจนำไปสู่หายนะที่คาดไม่ถึง เพื่อสร้างความตระหนักให้ประชาชนพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่มีข่าวลวงและข่าวปลอมมากขึ้น จึงมีการจัดงานสัมมนาระดับชาติเนื่องในโอกาส "วันตรวจสอบข่าวลวงโลก 2569" (World Fact-Checking Day 2026) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), โคแฟค ประเทศไทย ภาคีเครือข่าย 20 องค์กร และ Thai PBS Verify ที่ได้มาร่วมสะท้อนสถานการณ์ข่าวลวงในรอบปี

THAI PBS VERIFY เปิดสถิติข่าวลวงรอบปี

คุณ กนกพร ประสิทธิ ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล Thai PBS เปิดเผยถึงการทำงานของ Thai PBS Verify ที่ผ่านมาเอาไว้ว่า จากสถิติการตรวจสอบข่าวของ Thai PBS Verify นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อ ต.ค. 67 พบว่ามีกว่า 421 ข่าวที่ถูกตรวจสอบ โดยจากข้อมูลการตรวจสอบข่าว 5 ประเภท พบว่า ข่าวสังคม เป็นหมวดหมู่ที่มีการตรวจสอบมากที่สุดถึง 33% รองลงมาคือ ข่าวการเมือง 28% และข่าวรอบโลก 22% 

ทั้งนี้พบว่า ข่าวปลอมต่าง ๆ มักจะเกิดขึ้นตามสถานการณ์ หรือเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เช่น เหตุการณ์ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา, เหตุน้ำท่วมภาคใต้ หรือ สถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยข่าวปลอมเหล่านี้มักมีการใช้ AI-Slop สร้างข่าวปลอม หรือการปลุกกระแสข่าวปลอม และการบิดเบือนข่าว ที่ผสมผสานเหตุการณ์อื่น ๆ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีจากเกม เพื่อสร้างข่าวปลอมต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดียอีกด้วย

นอกจากนี้ คุณ กนกพร ยังระบุถึงสิ่งที่ Thai PBS Verify ได้เรียนรู้ในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 

  • AI เก่งขึ้น: เครื่องมือตรวจสอบที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเวลานาน เริ่มไม่สามารถตรวจสอบเทคโนโลยี AI ใหม่ ๆ ได้
  • Fake News กระจายไว แต่ข่าวกระจายช้า: คนมักเห็นข่าวปลอมมากกว่าเนื่องด้วยปริมาณที่ถูกแชร์ต่อออกไปในเวลาอันสั้น
  • สื่ออาจตกเป็นเหยื่อ: ผู้ไม่หวังดีอาจใช้สื่อเป็นแหล่งต่อยอดข่าวปลอม หรือลิงก์ปลอมต่าง ๆ
  • วิกฤตยิ่งเป็นตัวเร่ง: ข่าวลวง / ข้อมูลเท็จ เกิดขึ้นได้ทุกวัน และทุกเรื่อง แต่จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเกิดวิกฤต
  • “อย่าผิดเสียเอง”: ทีมงานในการตรวจสอบข่าว ยิ่งต้องระมัดระวังในการตรวจสอบข้อมูลในฐานะผู้ตรวจสอบข่าวจริงและปลอม

คุณกนกพร ประสิทธิ ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล Thai PBS

ชัวร์ก่อนแชร์ สะท้อน 3 กลุ่มข่าวปลอมที่ต้องเผชิญ

นายพรีพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการ ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ อสมท. ได้สะท้อนถึงการตรวจสอบข่าวของศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ในรอบปีว่า ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์พบ “3 กลุ่มของข่าวปลอม” ที่น่าสนใจในรอบปี ที่ประชาชนอาจจะต้องเผชิญกันในอนาคต ได้แก่

  1. ข่าวปลอมที่ไม่ใช่ข่าวปลอม: ข้อความทั้งหมดที่แชร์ออกมาแม้จะจริงหมด แต่เมื่ออ่านแล้วอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในการอ่านได้ เช่น การตัดเนื้อหาบางส่วนออก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นโดยจงใจ หรือไม่ก็เป็นได้ 
  2.  การเชื่อใน AI: เป็นหัวข้อใหญ่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งอาจมาได้ด้วยหลากหลายแหล่งข่าว โดยเฉพาะจากการรวบรวมข้อมูลของ AI ซึ่งสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น 2 ประเภท ประกอบไปด้วย
    1. รู้เท่าไม่ถึงการ: เช่น จากอุปกรณ์ค้นหาที่แนะนำมาที่ด้านบนสุด ซึ่งเมื่อเราดูผลการค้นหา และพบว่าหลายสื่อหลายอย่างมีการปรากฏข้อมูลที่คล้ายกัน จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
    2. รู้ตัวว่าไม่สมบูรณ์ แต่ยังทำต่อ: พบได้มากจากครีเอเตอร์ ที่ได้สั่งการระบบเอาไว้โดยง่าย ซึ่งบางครั้งความผิดพลาดของมันอาจจะนำมาสู่ความเข้าใจผิดในโลกจริงได้
  3. สื่อที่ถูกหลอก หรือ Source Hacking คือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้นถูกขยาย และหากข้อมูลสามารถหลอกสื่อได้ ข้อมูลเหล่านั้นก็จะขยายเอง จนอาจทำให้ข้อมูลผิดกลายเป็นน่าเชื่อถือ และแพร่กระจายได้ง่ายโดยไม่ทันระวัง

เราควรจะต้องแยกแยะให้ได้ และต้องสงสัยไว้ก่อน เทคนิคที่ทุกคนจะได้ยินมากขึ้นคือการไม่มีความเชื่อในสิ่งใดไว้ก่อน หรือ “Zero Trust”

นายพรีพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการ ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ อสมท.

 

“สื่อออนไลน์” เริ่มเปลี่ยนสู่การ “Fact-Check”

นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง อุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ระบุว่า ปีที่ผ่านมาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ มีความต้องการที่จะสร้างการรับรู้เรื่องของการตรวจสอบข่าวให้เกิดขึ้น ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมาถือว่า เป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะมีถึง 54 สื่อ ที่ได้รับองค์ความรู้เรื่องของการตรวจสอบข่าว รวมถึงมีระบบในบรรณาธิการ ในการที่จะทำการตรวจสอบ Fact-Check ในข่าวประจำวันของตนเองทุกข่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี 

 

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ได้เริ่มทำโครงการ Stop Fake Spread Fact ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการวางเป้าหมายเพื่อที่จะทำการตรวจสอบข่าวไว้ที่จำนวน 120 ข่าว ในเวลา 9 เดือน โดยปัจจุบันมียอดการมองเห็นถึง 1.5 ล้าน รวมถึงผลิตเนื้อหาแล้ว 40 ข่าว ซึ่งถือว่าใกล้จะถึงเป้าหมายของยอดการมองเห็นที่ตั้งไว้ที่ 1.8 ล้าน ได้ในอีกไม่นานนี้ 

 

ปัจจุบันสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ มีการตรวจสอบข่าวหลายหมวด ซึ่งแบ่งไปตามความถนัดของสื่อนั้น ๆ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมายังมีการจัดการอบรม AI News Room ที่ให้ความรู้เรื่องของ AI ทั้งระบบกับผู้สื่อข่าวออนไลน์ การมอบรางวัลการตรวจสอบข่าวประจำปีให้กับสื่อออนไลน์ การให้ความรู้กับนักศึกษาเพื่อนำความรู้ไปเผยแพร่ต่อในมหาวิทยาลัย

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง อุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP)

แม้ AI จะพัฒนาและถูกใช้สร้างข่าวปลอมเพิ่ม แต่เครื่องมือ-ประสบการณ์ คือเกราะป้องกัน

คุณณัฐกร ปลอดดี Southeast Asia Digital Verification Editor จาก Agence France-Presse (AFP) เปิดเผยถึงการตรวจสอบข่าวในรอบปีว่า ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่มีความท้าทายสูงมาก โดยเฉพาะการเมืองของสหรัฐฯ ที่มีผลกับทุกประเทศทั่วโลก เห็นได้จากการตรวจสอบข่าว Fact-Check ของ AFP ที่มีจำนวนลดลง เนื่องจาก Facebook ถูกตัดงบประมาณของในการตรวจสอบข่าว ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่การเข้ามารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ขณะที่ประเทศไทยปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ข้อมูลเท็จโหมกระหน่ำมาก โดยเฉพาะกับคนไทยและสื่อไทยด้วยกัน ที่เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหว, เหตุการณ์การเผชิญหน้าทางการทหารระหว่างไทย-กัมพูชา ถึงสองครั้ง ซึ่ง AFP พบว่า โลกออนไลน์ในไทยมีการใช้ภาพหรือสื่อปลอมในการเผยแพร่ข่าวจำนวนมาก โดย AFP ได้มีการรายงานเรื่องนี้ไปในรายงานด้วยเช่นเดียวกัน ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยในการเร่งให้ข่าวปลอม แพร่กระจาย 

 

นอกจากนี้ปีที่ผ่านมา AFP ได้รายงานการตรวจสอบข่าวทั่วโลกไปถึง 6,800 ชิ้น ในจำนวนนี้มีเนื้อหาที่เป็น AI เกี่ยวข้องด้วยถึง 11 เปอร์เซ็นต์หรือราว 600-700 เรื่องซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก และยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป เพราะ AI เป็นเครื่องมือที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ 

“ปีที่ผ่านมาถือว่าการพัฒนาของ AI พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แต่จากการทำงานของ AFP ในรอบปีที่ผ่านมา ก็ยังคงพบว่า เรายังสามารถรับมือเนื้อหาที่ผลิตจาก AI ได้ ด้วยการใช้เครื่องมือ และการหาหลักฐานด้วยการตรวจสอบข่าว ซึ่ง 2 หลักนี้ยังคงสามารถใช้ในการตรวจสอบข่าวปลอมจาก AI ได้อยู่ในปัจจุบัน และเชื่อว่ายังคงสามารถใช้ได้ต่อไป แม้ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนามากขึ้นก็ตาม”

 

คุณณัฐกร ยังระบุว่า การตรวจสอบข่าวมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการนำเรื่องจริงเรื่องเท็จเข้ามาปะปน บางครั้งเรื่องที่ตรวจสอบพบ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ขาวหรือดำ แต่เป็นเรื่องที่มีการผสมกัน ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ทั้งในต่างประเทศและในไทยคือ อุตสาหกรรมการควบคุมสื่อและข้อมูลข่าวสาร ที่พบว่ามีกลุ่มเครือข่ายหรือพันธมิตร ที่เข้ามาพยายามตีความ หรือควบคุมชุดข้อมูลอย่างเป็นระบบ ซึ่งสิ่งที่จะเป็นสิ่งที่ปกป้องให้ความน่าเชื่อถือของ Fact-Check คือ การนำเสนอที่โปร่งใส การเคารพต่อหลักฐาน และหลักการที่ใช้ในการตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร

ณัฐกร ปลอดดี Southeast Asia Digital Verification Editor จาก Agence France-Presse (AFP)

ผู้เชี่ยวชาญ AI ไต้หวัน สะท้อน AI ให้คำตอบตามภูมิภาคของผู้ถาม

อีธาน ตู (Etan Tu) วิศวกรจาก Taiwan AI Lab อธิบายถึงการใช้เทคโนโลยี AI ของเขาเอาไว้ว่า จากการทดลอง AI หลายโมเดล เช่น Chat GPT และโมเดลอื่น ๆ ของไต้หวัน ภายในหน่วยงานต่าง ๆ พบว่า แต่ละโมเดลยังมีการให้คำตอบที่ต่างกันออกไป และเมื่อส่งคำถามไปยัง AI เหล่านั้นในแต่ละภาษา พบว่าจะมีการให้คำตอบเชิง Bias หรือเอนเอียงตามภาษาของผู้ส่ง 

“หากถามด้วยสำเนียงภาษาจีนไต้หวัน กับจีนแผ่นดินใหญ่ คำตอบที่ได้รับกลับมาจะมีความแตกต่างกัน ตามการฝึกจากเจ้าของภาษานั้น ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการปั่นข่าวผิด ๆ จากนอกประเทศ ตามการให้ข้อมูลในภาษาต่าง ๆ ได้”

อีธาน ตู (Etan Tu) วิศวกรจาก Taiwan AI Lab สะท้อนผลการทดสอบ AI ที่พบว่า AI มักให้คำตอบเชิง Bias หรือเอนเอียงตามภาษาของผู้ส่ง

 

การตรวจสอบ Deepfake ของญี่ปุ่น และการรู้เท่าทันของ Gen A to Baby Boomer

โนอา โฮริกูชิ (Noa Horiguchi) CEO, ผู้ร่วมก่อตั้ง Classroom Adventure ได้ให้ความรู้ถึงเรื่อง “การสร้างความน่าเชื่อถือใจยุคของ AI” โดยร่วมพูดคุยถึงปัญหาสแกมเมอร์ออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลจาก AI ที่ไม่ถูกต้องบนโซเชียลฯ เช่น ข้อมูลจาก AI บนโซเชียลฯ ในยุคปัจจุบันที่มีอินฟลูฯ หลายคน ทำให้มีการประยุกต์ใช้งาน AI เพื่อสร้างเนื้อหาของตัวเองขึ้นมา บ้างก็มีความถูกต้อง แต่บ้างก็เป็นการให้ข้อมูลผิด ๆ จนกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดในสังคมมากมาย

นอกจากนี้ยังเปิดเผยถึงการสร้างเว็บไซต์ปลอมจาก AI  ที่บางครั้งเมื่อมีการเขียน Prompt โมเดล AI อาจจะมีการสร้างลิงก์ หรือเว็บไซต์ปลอมขึ้นมา เพื่อประกอบบริบทของตัวเอง และมีโอกาสสูงที่จะถูกนำไปใช้สร้างผลประโยชน์หลังจากนั้นได้

AI Deepfake ที่เนียนและง่ายขึ้น ทั้งในญี่ปุ่น และในไทย มีความเสียหายจากการใช้ Deepfake Scam ที่ดูมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมากขึ้น จนคาดเดายากว่าเป็นตัวตนจริง ๆ หรือเป็นมิจฉาชีพแอบอ้าง

โนอา โฮริกูชิ (Noa Horiguchi) CEO, ผู้ร่วมก่อตั้ง Classroom Adventure ระบุ AI Deepfake ที่เนียนและง่ายขึ้น ส่งผลกระทบไม่ว่าจะในญี่ปุ่นหรือประเทศอื่น ๆ

 

COFACT สะท้อน “เนื้อหาเท็จยังลอยนวล” เพราะคนยังไม่เห็นประโยชน์ 

คุณกุลธิดา สามะพุทธิ กองบรรณาธิการ COFACT ประเทศไทย ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 68 ถึง 31 มี.ค. 69 พบว่า โคแฟค ตรวจสอบข่าวไปแล้วจำนวน 283 ชิ้น รวมถึงมียอดเข้าชมกว่า 100,000 ครั้ง ซึ่งการตรวจสอบของโคแฟค ไม่เพียงแต่ตรวจสอบข่าวที่ปลอมเพียงเท่านั้น แต่ข่าวอะไรก็ตามที่ดูคลุมเคลือหรือดูยังไม่ชัดเจน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้โคแฟคยังมีการระบุถึงความน่ากังวล 3 ข้อที่พบจากการตรวจสอบข่าวในรอบปี ประกอบด้วย

  1. เนื้อหาเท็จยังลอยนวลแม้จะถูกตรวจสอบ จากการตรวจสอบข่าวปลอมมากมาย พบว่ามีเพียง 46 กรณี ที่มีการลบหลังจากถูกตรวจสอบไป แต่ยังมีถึง 171 กรณีที่ยังลอยนวล และมียอดการแชร์และตอบโต้ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ
  2. สื่อมวลชนมีส่วนในการกระจายเนื้อหาเท็จ แม้จะมีการตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมดแล้วก็ตาม แต่สื่อมวลชนอื่น ๆ กลับยังมีการแชร์ภาพและเนื้อหาข่าวปลอมดังกล่าวเพื่อปลุกปั่นความเกลียดชังต่อไป
  3. คนจำนวนมากยังไม่เห็นประโยชน์ของงาน Fact-Check มีความเห็นจำนวนมาก ที่ไม่แคร์การวิเคราะห์หรือการตรวจสอบข่าว แต่กลับเผยแพร่ต่อเพียงเพราะต้องการทำแค่เพื่อความสะใจของตัวเองเพียงเท่านั้น

กุลธิดา สามะพุทธิ กองบรรณาธิการ COFACT ประเทศไทย

นอกจากนี้ ภายในงาน “วันข่าวปลอมโลกปี 69” นี้ ยังมีโซนกิจกรรมอื่น ๆ ที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมสนุกและรับของรางวัลมากมาย เช่น

 

5 คำถามวัดความเป็น “Fact Checker” กับ THAI PBS VERIFY

Thai PBS Verify นำมินิเกมตอบคำถาม 5 คำถาม เพื่อลุ้นรับของรางวัล ได้แก่ เสื้อจาก Thai PBS Verfy และของรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเกมที่นำมาให้ผู้ร่วมงานร่วมกิจกรรมนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับพื้นฐานการตรวจสอบข่าวปลอมบนโซเชียลฯ และการรับมือกับข่าวปลอมบนโลกออนไลน์เบื้องต้น

บูธ 5 คำถามวัดความเป็น “Fact Checker”  โดย Thai PBS Verify

 

“CHECK DOO” เว็บไซต์รวมการตรวจสอบข่าวปลอมจาก ม.มหาสารคาม

บูธโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่เปิดตัวเว็บไซต์ Check Doo เว็บไซต์สำหรับรวบรวมข่าวสาร และการตรวจสอบข่าวปลอมจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือเอาไว้ในที่เดียว

นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดตัวเว็บไซต์ CheckDoo เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลการตรวจสอบข่าวปลอม

 

ผู้เรียบเรียง