Loading...

แชร์

Copied!

สถิติโกงออนไลน์ต้นเดือน มี.ค. 69 ‘หลอกขายของ’ แชมป์คดีสูงสุด – ‘หลอกลงทุน’ กินเงินเหยื่อมากที่สุด

22 มี.ค. 69 | 10:00 น.
สถิติโกงออนไลน์ต้นเดือน มี.ค. 69 ‘หลอกขายของ’ แชมป์คดีสูงสุด – ‘หลอกลงทุน’ กินเงินเหยื่อมากที่สุด
Thai PBS Verify สรุปสถานการณ์ภัยไซเบอร์จากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) รอบสัปดาห์ พบตัวเลขที่น่าสนใจ แม้จำนวนคดีจะพุ่งสูงจากสัปดาห์ที่แล้วถึง 7,750 คดี แต่มูลค่าความเสียหายรวมกลับลดลง สะท้อนว่าประชาชนเริ่มรู้เท่าทันมากขึ้น

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 8-14 มี.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,750 คดี มูลค่าความเสียหาย 428,838,447 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้เพิ่มขึ้นจากห้วงวันที่ 1-7 มี.ค.69 จำนวน 71 คดี แต่พบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 19,720,389 บาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า ภาพรวมจำนวนคดีพุ่งสูงขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายรวมลดลง 4.4%

สรุป 3 อันดับภัยไซเบอร์ (8-14 มี.ค. 69)

นับตาม “จำนวนคดี” (พบบ่อยที่สุด)

  1. หลอกซื้อขายสินค้า/บริการ: 5,399 คดี (เป็นภัยใกล้ตัวที่เน้นหลอกคนจำนวนมาก)
  2. หลอกให้ทำงานออนไลน์: อ้างรายได้เสริม งานง่ายจ่ายจริง
  3. ข่มขู่ทางโทรศัพท์ (แก๊งคอลเซนเตอร์): แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หรือบุคคลสำคัญ

นับตาม “มูลค่าความเสียหาย” (สูญเงินมากที่สุด)

  1. หลอกให้ลงทุน: แม้ยอดเงินจะลดลงจากสัปดาห์ก่อน 16.3 ล้านบาท แต่ยังเป็นอันดับ 1 ที่คนเสียเงินก้อนใหญ่ที่สุด
  2. หลอกให้ทำงาน: เสียหายลดลงเกือบ 8.6 ล้านบาท
  3. ข่มขู่ทางโทรศัพท์: เสียหายลดลงกว่า 8.5 ล้านบาท

ใครคือเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ ?

ผลวิเคราะห์ระบุชัดเจนว่า “ผู้หญิง” ตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และกลุ่มช่วงอายุที่ถูกหลอกบ่อยที่สุดคือ 31-40 ปี โดยเฉพาะในคดีหลอกขายของและหลอกทำงานออนไลน์

ก่อนโอนเงินลงทุน ต้องเช็ก 3 จุดนี้

  1. ใช้แอปฯ “SEC Check First”
    ตรวจสอบข้อมูลบริษัทผ่านแอปฯ ของ ก.ล.ต. ทันที:
  • ชื่อบริษัทต้องปรากฏในระบบชัดเจน
  • สถานะต้องระบุว่า “ได้รับอนุญาต” หรือ “ประกอบธุรกิจปกติ” เท่านั้น
  • ตรวจสอบรายชื่อผู้บริหารและผู้แนะนำการลงทุนให้ตรงกับที่อ้าง

แอปฯ SEC CHECK FIRST

2. ตรวจสอบ “ชื่อบัญชี” ก่อนโอน

  • กฎเหล็ก: ชื่อบัญชีรับโอน ต้องเป็นชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  • สัญญาณอันตราย: หากให้โอนเข้าบัญชี “บุคคลธรรมดา” หรือมีการเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลบ่อยผิดปกติ ให้มั่นใจได้เลยว่าเป็น มิจฉาชีพ 100%

3. ระวัง “แอปพลิเคชันปลอม”

  • มิจฉาชีพสามารถสร้างแอปฯ เลียนแบบโลโก้และชื่อแอปฯ ทางการไปวางใน App Store หรือ Google Play ได้ ดังนั้นการโหลดแอปฯ จากสโตร์อย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องตรวจสอบที่มาของลิงก์ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ทางการด้วย

อย่างไรก็ตามในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ACSC ประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ 16 เคสสำคัญ สามารถช่วยเหลือเหยื่อและ ระงับการโอนเงินได้ทันท่วงทีถึง 52 ราย รวมมูลค่ากว่า 4.9 ล้านบาท

Thai PBS Verify ขอย้ำว่าการตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยปกป้องเงินทั้งชีวิตของคุณได้ อย่าหลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงผิดปกติหรือการถูกเร่งรัดให้ตัดสินใจ หากสงสัยหรือถูกหลอกลวงจนตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ Thaipoliceonline.com