Profile icon

“แจกทุนเรียนต่างประเทศฟรี” จริงหรือหลอก? เปิดวิธีเช็กก่อนตกเป็นเหยื่อ

DateClock icon18:15|How to

เห็นประกาศ "ทุนเรียนฟรี" อย่าเพิ่งรีบสมัคร เพราะบางข้อเสนออาจเป็นกับดักของมิจฉาชีพ Thai PBS Verify แนะวิธีตรวจสอบแหล่งทุนให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ

การเรียนต่อต่างประเทศเป็นความฝันของนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานจำนวนมาก เพราะนอกจากจะได้พัฒนาทักษะภาษา ยังเป็นโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่และต่อยอดเส้นทางอาชีพในอนาคต แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันดังกล่าวกลับกลายเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวง โดยอ้างว่าเป็น “ทุนเรียนฟรี” หรือ “ทุนเต็มจำนวน” จากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานต่างประเทศ ก่อนเรียกเก็บค่าดำเนินการ ค่าประกันทุน ค่าจองสิทธิ์ หรือค่าประสานงานล่วงหน้า

หลายคนสูญเสียเงินตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท โดยไม่เคยได้รับทุนจริง บางรายถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวจากการส่งสำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง และเอกสารทางการศึกษาให้กับผู้ไม่หวังดี

ก่อนตัดสินใจสมัครทุนใด ๆ จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ความฝันในการเรียนต่อต่างประเทศไม่กลายเป็นฝันร้าย

กลลวงมิจฉาชีพ “ทุนเรียนฟรี”

มิจฉาชีพมักใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok, Instagram หรือเว็บไซต์ปลอม โพสต์ข้อความชวนเชื่อ เช่น

  • เรียนฟรี 100% ไม่ต้องสอบ
  • สมัครวันนี้ รับทุนทันที
  • ทุนรัฐบาลต่างประเทศ ไม่จำกัดเกรด
  • การันตีวีซ่าและรับเข้ามหาวิทยาลัย
  • จ่ายค่าดำเนินการครั้งเดียว ได้ทุนแน่นอน

เมื่อมีผู้สนใจติดต่อ จะเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้โลโก้มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ หรือสถานทูตโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมส่งเอกสารปลอมที่ดูคล้ายหนังสือราชการ

จากนั้นจะเร่งให้ผู้สมัครโอนเงินภายในเวลาจำกัด โดยอ้างว่า

  • ค่าลงทะเบียน
  • ค่าจองสิทธิ์ทุน
  • ค่าตรวจเอกสาร
  • ค่าประกันทุน
  • ค่าวีซ่าแบบเร่งด่วน
  • ค่าประสานงานกับมหาวิทยาลัย
  • ค่าเตรียมตัวปูพื้นฐานเรียนภาษา

เมื่อได้รับเงินแล้ว บางรายติดต่อไม่ได้อีก หรือผลัดวันประกันพรุ่งจนสุดท้ายปิดเพจและหายไป

สังเกตอย่างไรว่าอาจเป็น “ทุนปลอม”

แม้จะดูน่าเชื่อถือ แต่ทุนปลอมมักมีสัญญาณเตือนที่คล้ายกัน ได้แก่

1. สมัครง่ายผิดปกติ

ทุนต่างประเทศส่วนใหญ่มีการแข่งขันสูง ต้องยื่นผลการเรียน เอกสารประกอบ หรือผ่านการสัมภาษณ์ หากประกาศว่า “ไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ ก็ได้รับทุน” ควรระมัดระวัง

2. รีบให้โอนเงิน

ทุนการศึกษาที่แท้จริงมักไม่มีการเรียกเก็บ “ค่าจองสิทธิ์ทุน” หรือ “ค่าประกันทุน”

หากมีการเร่งให้โอนเงินก่อนดำเนินการ ควรหยุดตรวจสอบก่อนทันที

3. ไม่มีเว็บไซต์ทางการ

หากค้นหาชื่อทุนแล้วพบเฉพาะโพสต์ในโซเชียลฯ แต่ไม่มีข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานเจ้าของทุน ถือเป็นสัญญาณผิดปกติ

4. ใช้อีเมลทั่วไป

หน่วยงานทางการมักใช้อีเมลขององค์กร เช่น

  • @university.edu
  • @go.kr
  • @edu.cn

ไม่ใช่อีเมลฟรีอย่าง Gmail หรือ Outlook สำหรับการประกาศทุนอย่างเป็นทางการ

5. รับรองผล 100%

ไม่มีหน่วยงานใดสามารถรับประกันได้ว่าจะได้รับทุนแน่นอน เพราะทุกทุนมีเกณฑ์การคัดเลือก

6. ขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินจำเป็น

หากถูกขอสำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือข้อมูลบัญชีธนาคารตั้งแต่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก ควรตรวจสอบให้รอบคอบ

หากอยากได้ทุนจริง ควรติดตามจากที่ไหน

การหาทุนควรเริ่มจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการ เช่น

ทุนประเทศจีน

  • เว็บไซต์ China Scholarship Council (CSC)
  • เว็บไซต์มหาวิทยาลัยในจีน
  • สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย
  • สำนักงานการศึกษาแห่งประเทศจีน

ทุนยอดนิยม ได้แก่

  • Chinese Government Scholarship (CSC)
  • Belt and Road Scholarship
  • ทุนมหาวิทยาลัยนั้น ๆ

ทุนประเทศเกาหลีใต้

แหล่งข้อมูลหลัก ได้แก่

  • Study in Korea
  • National Institute for International Education (NIIED)
  • สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย
  • เว็บไซต์มหาวิทยาลัย

ทุนที่ได้รับความนิยม เช่น

  • Global Korea Scholarship (GKS)
  • ทุนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ

ทุนยุโรป

ติดตามผ่าน

  • Erasmus+
  • มหาวิทยาลัยในแต่ละประเทศ
  • สถานทูตของประเทศนั้น ๆ
  • หน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐบาล

ตัวอย่างทุน เช่น

  • Erasmus Mundus Scholarship
  • DAAD (เยอรมนี)
  • Eiffel Scholarship (ฝรั่งเศส)
  • Swedish Institute Scholarship
  • Holland Scholarship

ทุนประเทศอื่น ๆ

สามารถติดตามจาก

  • เว็บไซต์สถานทูต
  • เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
  • กระทรวงศึกษาธิการของแต่ละประเทศ
  • หน่วยงานด้านทุนการศึกษาของรัฐบาล

วิธีเช็กว่า “ทุนนี้มีอยู่จริงหรือไม่”

ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบอย่างน้อย 5 ขั้นตอน

  1. ค้นหาชื่อทุนใน Google

ควรพบข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานเจ้าของทุน ไม่ใช่เฉพาะโพสต์ใน Facebook

  1. ตรวจสอบเว็บไซต์

เว็บไซต์ควรเป็นโดเมนทางการ เช่น

  • .edu
  • .ac
  • .gov
  • .go.kr
  • .edu.cn
  1. ตรวจสอบวันเปิดรับสมัคร

ทุนส่วนใหญ่เปิดรับสมัครเป็นรอบ หากประกาศรับสมัครตลอดปีโดยไม่มีรายละเอียด อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

  1. ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับทุนในปีก่อน

หลายหน่วยงานมีการเผยแพร่รายชื่อผู้ได้รับทุนย้อนหลัง

  1. ติดต่อมหาวิทยาลัยโดยตรง

หากไม่แน่ใจ สามารถส่งอีเมลสอบถามสำนักงานรับนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยได้โดยตรง

วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

  • อย่ารีบโอนเงินเพราะคำว่า “เหลือสิทธิ์สุดท้าย”
  • ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการทุกครั้ง
  • เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง
  • อย่าเชื่อเพียงภาพแชตหรือรีวิวในเพจ
  • ระวังเอกสารที่มีโลโก้แต่ไม่มีข้อมูลอ้างอิง
  • อย่าส่งเอกสารสำคัญให้ผู้ที่ยังตรวจสอบไม่ได้
  • หากมีการเรียกเก็บค่าประกันทุน ควรสอบถามหน่วยงานเจ้าของทุนโดยตรงก่อนชำระเงิน

วิธีเช็กเพจปลอม ลวงแจกทุนฟรี

มิจฉาชีพมักสร้างเพจหรือบัญชีโซเชียลมีเดียเลียนแบบมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรที่ให้ทุน เพื่อหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อ ก่อนโอนเงินหรือส่งข้อมูลส่วนตัว ลองสังเกตสัญญาณต่อไปนี้

1. ขโมยรูปและโลโก้จากหน่วยงานจริง

  • ใช้โลโก้มหาวิทยาลัย สถานทูต หรือหน่วยงานรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • นำภาพนักศึกษาทุน ภาพพิธีรับทุน หรือภาพกิจกรรมจากเว็บไซต์ทางการมาใช้โดยไม่มีแหล่งอ้างอิง
  • ใช้ภาพจากต่างประเทศ แต่แอบอ้างว่าเป็นผู้ได้รับทุนในไทย

2. ชื่อเพจคล้ายของจริง

  • เพิ่มหรือลดตัวอักษร เช่น “Official”, “Scholarship Thailand”, “Global Education Center”
  • ใช้ชื่อใกล้เคียงกับหน่วยงานจริง แต่ URL หรือชื่อผู้ใช้ (Username) ไม่ตรงกับเว็บไซต์ทางการ

3. เพจเพิ่งสร้าง แต่อ้างแจกทุนใหญ่

  • เพิ่งเปิดเพจไม่นาน
  • มีโพสต์ย้อนหลังเพียงไม่กี่โพสต์
  • ไม่มีประวัติการดำเนินงานหรือข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้

4. โพสต์แต่โปรโมชัน ไม่มีข้อมูลทางวิชาการ

  • เน้นข้อความ เช่น “ทุนเต็มจำนวน”, “สมัครวันนี้”, “รับทันที”
  • ไม่มีรายละเอียดเกณฑ์การสมัคร คุณสมบัติ หรือกำหนดการคัดเลือกที่ชัดเจน

5. ใช้ภาพรีวิวหรือแชตปลอม

  • โพสต์ภาพสลิปโอนเงินหรือข้อความอ้างว่ามีผู้ได้รับทุนจำนวนมาก
  • ใช้ภาพบุคคลโดยไม่ระบุชื่อหรือแหล่งที่มา
  • ความคิดเห็นใต้โพสต์อาจเป็นบัญชีปลอมหรือบัญชีที่สร้างขึ้นใหม่

6. เร่งให้ติดต่อผ่านแชตส่วนตัว

  • ระบุให้ Inbox หรือแอด LINE เพื่อรับรายละเอียด
  • ไม่เปิดเผยข้อมูลการสมัครผ่านเว็บไซต์ทางการ
  • พยายามหลีกเลี่ยงการสื่อสารผ่านอีเมลขององค์กร

7. เรียกเก็บเงินก่อน

  • อ้างว่าต้องจ่ายค่าจองสิทธิ์
  • ค่าดำเนินการ
  • ค่าประกันทุน
  • ค่าประสานงาน
  • ค่าตรวจเอกสาร

8. ไม่มีเว็บไซต์หรือช่องทางทางการรองรับ

  • ไม่มีเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือองค์กรเจ้าของทุน
  • ไม่มีประกาศบนเว็บไซต์ทางการ
  • ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์ของสถานทูตหรือหน่วยงานการศึกษาของประเทศนั้น

9. ใช้ภาษาผิดปกติ

  • สะกดผิดจำนวนมาก
  • แปลภาษาแบบอัตโนมัติ
  • ใช้คำโฆษณาเกินจริง เช่น “รับทุกคน”, “การันตี 100%”, “ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องใช้เกรด”

 

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน