“แจกทุนเรียนต่างประเทศฟรี” จริงหรือหลอก? เปิดวิธีเช็กก่อนตกเป็นเหยื่อ

เห็นประกาศ "ทุนเรียนฟรี" อย่าเพิ่งรีบสมัคร เพราะบางข้อเสนออาจเป็นกับดักของมิจฉาชีพ Thai PBS Verify แนะวิธีตรวจสอบแหล่งทุนให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ
การเรียนต่อต่างประเทศเป็นความฝันของนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานจำนวนมาก เพราะนอกจากจะได้พัฒนาทักษะภาษา ยังเป็นโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่และต่อยอดเส้นทางอาชีพในอนาคต แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันดังกล่าวกลับกลายเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวง โดยอ้างว่าเป็น “ทุนเรียนฟรี” หรือ “ทุนเต็มจำนวน” จากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานต่างประเทศ ก่อนเรียกเก็บค่าดำเนินการ ค่าประกันทุน ค่าจองสิทธิ์ หรือค่าประสานงานล่วงหน้า
หลายคนสูญเสียเงินตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท โดยไม่เคยได้รับทุนจริง บางรายถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวจากการส่งสำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง และเอกสารทางการศึกษาให้กับผู้ไม่หวังดี
ก่อนตัดสินใจสมัครทุนใด ๆ จึงควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ความฝันในการเรียนต่อต่างประเทศไม่กลายเป็นฝันร้าย

กลลวงมิจฉาชีพ “ทุนเรียนฟรี”
มิจฉาชีพมักใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok, Instagram หรือเว็บไซต์ปลอม โพสต์ข้อความชวนเชื่อ เช่น
- เรียนฟรี 100% ไม่ต้องสอบ
- สมัครวันนี้ รับทุนทันที
- ทุนรัฐบาลต่างประเทศ ไม่จำกัดเกรด
- การันตีวีซ่าและรับเข้ามหาวิทยาลัย
- จ่ายค่าดำเนินการครั้งเดียว ได้ทุนแน่นอน
เมื่อมีผู้สนใจติดต่อ จะเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้โลโก้มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ หรือสถานทูตโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมส่งเอกสารปลอมที่ดูคล้ายหนังสือราชการ
จากนั้นจะเร่งให้ผู้สมัครโอนเงินภายในเวลาจำกัด โดยอ้างว่า
- ค่าลงทะเบียน
- ค่าจองสิทธิ์ทุน
- ค่าตรวจเอกสาร
- ค่าประกันทุน
- ค่าวีซ่าแบบเร่งด่วน
- ค่าประสานงานกับมหาวิทยาลัย
- ค่าเตรียมตัวปูพื้นฐานเรียนภาษา
เมื่อได้รับเงินแล้ว บางรายติดต่อไม่ได้อีก หรือผลัดวันประกันพรุ่งจนสุดท้ายปิดเพจและหายไป
สังเกตอย่างไรว่าอาจเป็น “ทุนปลอม”
แม้จะดูน่าเชื่อถือ แต่ทุนปลอมมักมีสัญญาณเตือนที่คล้ายกัน ได้แก่
1. สมัครง่ายผิดปกติ
ทุนต่างประเทศส่วนใหญ่มีการแข่งขันสูง ต้องยื่นผลการเรียน เอกสารประกอบ หรือผ่านการสัมภาษณ์ หากประกาศว่า “ไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ ก็ได้รับทุน” ควรระมัดระวัง
2. รีบให้โอนเงิน
ทุนการศึกษาที่แท้จริงมักไม่มีการเรียกเก็บ “ค่าจองสิทธิ์ทุน” หรือ “ค่าประกันทุน”
หากมีการเร่งให้โอนเงินก่อนดำเนินการ ควรหยุดตรวจสอบก่อนทันที
3. ไม่มีเว็บไซต์ทางการ
หากค้นหาชื่อทุนแล้วพบเฉพาะโพสต์ในโซเชียลฯ แต่ไม่มีข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานเจ้าของทุน ถือเป็นสัญญาณผิดปกติ
4. ใช้อีเมลทั่วไป
หน่วยงานทางการมักใช้อีเมลขององค์กร เช่น
- @university.edu
- @go.kr
- @edu.cn
ไม่ใช่อีเมลฟรีอย่าง Gmail หรือ Outlook สำหรับการประกาศทุนอย่างเป็นทางการ
5. รับรองผล 100%
ไม่มีหน่วยงานใดสามารถรับประกันได้ว่าจะได้รับทุนแน่นอน เพราะทุกทุนมีเกณฑ์การคัดเลือก
6. ขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินจำเป็น
หากถูกขอสำเนาบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือข้อมูลบัญชีธนาคารตั้งแต่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก ควรตรวจสอบให้รอบคอบ
หากอยากได้ทุนจริง ควรติดตามจากที่ไหน
การหาทุนควรเริ่มจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการ เช่น
ทุนประเทศจีน
- เว็บไซต์ China Scholarship Council (CSC)
- เว็บไซต์มหาวิทยาลัยในจีน
- สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย
- สำนักงานการศึกษาแห่งประเทศจีน
ทุนยอดนิยม ได้แก่
- Chinese Government Scholarship (CSC)
- Belt and Road Scholarship
- ทุนมหาวิทยาลัยนั้น ๆ
ทุนประเทศเกาหลีใต้
แหล่งข้อมูลหลัก ได้แก่
- Study in Korea
- National Institute for International Education (NIIED)
- สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย
- เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
ทุนที่ได้รับความนิยม เช่น
- Global Korea Scholarship (GKS)
- ทุนมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
ทุนยุโรป
ติดตามผ่าน
- Erasmus+
- มหาวิทยาลัยในแต่ละประเทศ
- สถานทูตของประเทศนั้น ๆ
- หน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐบาล
ตัวอย่างทุน เช่น
- Erasmus Mundus Scholarship
- DAAD (เยอรมนี)
- Eiffel Scholarship (ฝรั่งเศส)
- Swedish Institute Scholarship
- Holland Scholarship
ทุนประเทศอื่น ๆ
สามารถติดตามจาก
- เว็บไซต์สถานทูต
- เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
- กระทรวงศึกษาธิการของแต่ละประเทศ
- หน่วยงานด้านทุนการศึกษาของรัฐบาล
วิธีเช็กว่า “ทุนนี้มีอยู่จริงหรือไม่”
ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบอย่างน้อย 5 ขั้นตอน
- ค้นหาชื่อทุนใน Google
ควรพบข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานเจ้าของทุน ไม่ใช่เฉพาะโพสต์ใน Facebook
- ตรวจสอบเว็บไซต์
เว็บไซต์ควรเป็นโดเมนทางการ เช่น
- .edu
- .ac
- .gov
- .go.kr
- .edu.cn
- ตรวจสอบวันเปิดรับสมัคร
ทุนส่วนใหญ่เปิดรับสมัครเป็นรอบ หากประกาศรับสมัครตลอดปีโดยไม่มีรายละเอียด อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
- ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับทุนในปีก่อน
หลายหน่วยงานมีการเผยแพร่รายชื่อผู้ได้รับทุนย้อนหลัง
- ติดต่อมหาวิทยาลัยโดยตรง
หากไม่แน่ใจ สามารถส่งอีเมลสอบถามสำนักงานรับนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยได้โดยตรง
วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
- อย่ารีบโอนเงินเพราะคำว่า “เหลือสิทธิ์สุดท้าย”
- ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการทุกครั้ง
- เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง
- อย่าเชื่อเพียงภาพแชตหรือรีวิวในเพจ
- ระวังเอกสารที่มีโลโก้แต่ไม่มีข้อมูลอ้างอิง
- อย่าส่งเอกสารสำคัญให้ผู้ที่ยังตรวจสอบไม่ได้
- หากมีการเรียกเก็บค่าประกันทุน ควรสอบถามหน่วยงานเจ้าของทุนโดยตรงก่อนชำระเงิน
วิธีเช็กเพจปลอม ลวงแจกทุนฟรี
มิจฉาชีพมักสร้างเพจหรือบัญชีโซเชียลมีเดียเลียนแบบมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรที่ให้ทุน เพื่อหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อ ก่อนโอนเงินหรือส่งข้อมูลส่วนตัว ลองสังเกตสัญญาณต่อไปนี้
1. ขโมยรูปและโลโก้จากหน่วยงานจริง
- ใช้โลโก้มหาวิทยาลัย สถานทูต หรือหน่วยงานรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต
- นำภาพนักศึกษาทุน ภาพพิธีรับทุน หรือภาพกิจกรรมจากเว็บไซต์ทางการมาใช้โดยไม่มีแหล่งอ้างอิง
- ใช้ภาพจากต่างประเทศ แต่แอบอ้างว่าเป็นผู้ได้รับทุนในไทย
2. ชื่อเพจคล้ายของจริง
- เพิ่มหรือลดตัวอักษร เช่น “Official”, “Scholarship Thailand”, “Global Education Center”
- ใช้ชื่อใกล้เคียงกับหน่วยงานจริง แต่ URL หรือชื่อผู้ใช้ (Username) ไม่ตรงกับเว็บไซต์ทางการ
3. เพจเพิ่งสร้าง แต่อ้างแจกทุนใหญ่
- เพิ่งเปิดเพจไม่นาน
- มีโพสต์ย้อนหลังเพียงไม่กี่โพสต์
- ไม่มีประวัติการดำเนินงานหรือข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้
4. โพสต์แต่โปรโมชัน ไม่มีข้อมูลทางวิชาการ
- เน้นข้อความ เช่น “ทุนเต็มจำนวน”, “สมัครวันนี้”, “รับทันที”
- ไม่มีรายละเอียดเกณฑ์การสมัคร คุณสมบัติ หรือกำหนดการคัดเลือกที่ชัดเจน
5. ใช้ภาพรีวิวหรือแชตปลอม
- โพสต์ภาพสลิปโอนเงินหรือข้อความอ้างว่ามีผู้ได้รับทุนจำนวนมาก
- ใช้ภาพบุคคลโดยไม่ระบุชื่อหรือแหล่งที่มา
- ความคิดเห็นใต้โพสต์อาจเป็นบัญชีปลอมหรือบัญชีที่สร้างขึ้นใหม่
6. เร่งให้ติดต่อผ่านแชตส่วนตัว
- ระบุให้ Inbox หรือแอด LINE เพื่อรับรายละเอียด
- ไม่เปิดเผยข้อมูลการสมัครผ่านเว็บไซต์ทางการ
- พยายามหลีกเลี่ยงการสื่อสารผ่านอีเมลขององค์กร
7. เรียกเก็บเงินก่อน
- อ้างว่าต้องจ่ายค่าจองสิทธิ์
- ค่าดำเนินการ
- ค่าประกันทุน
- ค่าประสานงาน
- ค่าตรวจเอกสาร
8. ไม่มีเว็บไซต์หรือช่องทางทางการรองรับ
- ไม่มีเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหรือองค์กรเจ้าของทุน
- ไม่มีประกาศบนเว็บไซต์ทางการ
- ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์ของสถานทูตหรือหน่วยงานการศึกษาของประเทศนั้น
9. ใช้ภาษาผิดปกติ
- สะกดผิดจำนวนมาก
- แปลภาษาแบบอัตโนมัติ
- ใช้คำโฆษณาเกินจริง เช่น “รับทุกคน”, “การันตี 100%”, “ไม่ต้องสอบ ไม่ต้องใช้เกรด”
บทความที่เกี่ยวข้อง










