Profile icon

ที่นอนหลักร้อย สู่ความเสียหายหลักล้าน ถอดบทเรียนกลโกง “ภารกิจหลอกโอนเงิน” ที่ยังระบาดไม่หยุด

DateClock icon17:20|บทสัมภาษณ์

เสียงร้องเรียนจากผู้เสียหายยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล ล่าสุดมีผู้บริโภครายหนึ่งสั่งซื้อที่นอนผ่านเพจ Facebook ที่ดูน่าเชื่อถือ แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเงินกว่า 1 ล้านบาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยออนไลน์” ไม่ได้มาในรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่พัฒนาให้แนบเนียนและซับซ้อนมากขึ้น

กลลวง “ภารกิจ” ที่สร้างความเชื่อใจ

หลังจากโอนเงินมัดจำ 999 บาท ผู้เสียหายถูกชักชวนให้แอด LINE เพื่อทำ “ภารกิจ” 5 ขั้นตอน โดยเริ่มจากการโอนเงินเข้าระบบและได้รับเงินตอบแทนจริง 200 บาท กลยุทธ์นี้คือการสร้างความเชื่อมั่น ทำให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นระบบที่ได้เงินจริง และกล้าที่จะลงทุนเพิ่ม

เพจเฟซบุ๊กขายที่นอนหลอกทำภารกิจ

เพจเฟซบุ๊กขายที่นอนหลอกทำภารกิจ

แรงกดดันและการหลอกให้โอนเงินเพิ่ม

เมื่อผู้เสียหายต้องการหยุด มิจฉาชีพกลับใช้เงื่อนไขบังคับ โดยอ้างว่าหากไม่ทำภารกิจให้ครบ จะไม่ได้รับสินค้า กลไกนี้ทำให้เหยื่อค่อย ๆ โอนเงินเพิ่มจากหลักร้อยเป็นหลักหมื่น ด้วยความหวังว่าจะได้รับของและถอนเงินคืนได้ในที่สุด

แรงกดดันและการหลอกให้โอนเงินเพิ่ม

จุดแตกหัก หลอกโอนเงินก้อนใหญ่

เมื่อผู้เสียหายพยายามถอนเงิน มิจฉาชีพอ้างว่าต้องมีเงินสำรองในระบบ 500,000 บาท เพื่อยืนยันตัวตน พร้อมทั้งมีการโทรศัพท์เข้ามาเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และยืนยันว่าจะคืนเงินภายใน 1 ชั่วโมง สุดท้ายผู้เสียหายโอนเงิน 2 ครั้ง รวม 1 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับอะไรกลับมา

จุดแตกหัก หลอกโอนเงินก้อนใหญ่

แนวทางรับมือเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก

คุณภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ห้ามลบหลักฐานการสนทนาและสลิปโอนเงินเด็ดขาด ต้องหยุดโอนเงินทันที และรีบแจ้งสายด่วน 1441 เพื่อระงับเส้นทางการเงินโดยเร็วที่สุด รวมถึงประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีของมิจฉาชีพ

คุณภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค 

คุณภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค

นอกจากนี้ กรณีนี้ยังสะท้อนปัญหาการควบคุมโฆษณาบนแพลตฟอร์ม เช่น Facebook ที่ยังเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ปัจจุบันมีการผลักดันให้บริษัทแม่อย่าง Meta เข้ามารับผิดชอบและเพิ่มมาตรการตรวจสอบผู้ขายอย่างจริงจัง

ผู้บริโภคควรระมัดระวังโฆษณาที่ราคาถูกเกินจริง หรือให้ผลตอบแทนสูงโดยไม่ต้องทำงาน ควรตรวจสอบตัวตนผู้ขาย หลีกเลี่ยงการโอนเงินนอกแพลตฟอร์ม และตั้งคำถามกับทุกข้อเสนอที่ดู “ดีเกินไป”

กลโกง

กลโกงออนไลน์ในปัจจุบันใช้ทั้งจิตวิทยาและเทคโนโลยีในการหลอกลวง สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติและไม่ตกเป็นเหยื่อของความโลภหรือความเร่งรีบ คาถาสำคัญยังคงใช้ได้เสมอ”ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : รายการร้องทุก(ข์) ป้ายนี้

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน