ที่นอนหลักร้อย สู่ความเสียหายหลักล้าน ถอดบทเรียนกลโกง “ภารกิจหลอกโอนเงิน” ที่ยังระบาดไม่หยุด

เสียงร้องเรียนจากผู้เสียหายยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล ล่าสุดมีผู้บริโภครายหนึ่งสั่งซื้อที่นอนผ่านเพจ Facebook ที่ดูน่าเชื่อถือ แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเงินกว่า 1 ล้านบาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยออนไลน์” ไม่ได้มาในรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่พัฒนาให้แนบเนียนและซับซ้อนมากขึ้น
กลลวง “ภารกิจ” ที่สร้างความเชื่อใจ
หลังจากโอนเงินมัดจำ 999 บาท ผู้เสียหายถูกชักชวนให้แอด LINE เพื่อทำ “ภารกิจ” 5 ขั้นตอน โดยเริ่มจากการโอนเงินเข้าระบบและได้รับเงินตอบแทนจริง 200 บาท กลยุทธ์นี้คือการสร้างความเชื่อมั่น ทำให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นระบบที่ได้เงินจริง และกล้าที่จะลงทุนเพิ่ม
เพจเฟซบุ๊กขายที่นอนหลอกทำภารกิจ
แรงกดดันและการหลอกให้โอนเงินเพิ่ม
เมื่อผู้เสียหายต้องการหยุด มิจฉาชีพกลับใช้เงื่อนไขบังคับ โดยอ้างว่าหากไม่ทำภารกิจให้ครบ จะไม่ได้รับสินค้า กลไกนี้ทำให้เหยื่อค่อย ๆ โอนเงินเพิ่มจากหลักร้อยเป็นหลักหมื่น ด้วยความหวังว่าจะได้รับของและถอนเงินคืนได้ในที่สุด

จุดแตกหัก หลอกโอนเงินก้อนใหญ่
เมื่อผู้เสียหายพยายามถอนเงิน มิจฉาชีพอ้างว่าต้องมีเงินสำรองในระบบ 500,000 บาท เพื่อยืนยันตัวตน พร้อมทั้งมีการโทรศัพท์เข้ามาเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และยืนยันว่าจะคืนเงินภายใน 1 ชั่วโมง สุดท้ายผู้เสียหายโอนเงิน 2 ครั้ง รวม 1 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับอะไรกลับมา

แนวทางรับมือเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก
คุณภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า ห้ามลบหลักฐานการสนทนาและสลิปโอนเงินเด็ดขาด ต้องหยุดโอนเงินทันที และรีบแจ้งสายด่วน 1441 เพื่อระงับเส้นทางการเงินโดยเร็วที่สุด รวมถึงประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีของมิจฉาชีพ
คุณภัทรกร ทีปบุญรัตน์ รองหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค
นอกจากนี้ กรณีนี้ยังสะท้อนปัญหาการควบคุมโฆษณาบนแพลตฟอร์ม เช่น Facebook ที่ยังเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ปัจจุบันมีการผลักดันให้บริษัทแม่อย่าง Meta เข้ามารับผิดชอบและเพิ่มมาตรการตรวจสอบผู้ขายอย่างจริงจัง
ผู้บริโภคควรระมัดระวังโฆษณาที่ราคาถูกเกินจริง หรือให้ผลตอบแทนสูงโดยไม่ต้องทำงาน ควรตรวจสอบตัวตนผู้ขาย หลีกเลี่ยงการโอนเงินนอกแพลตฟอร์ม และตั้งคำถามกับทุกข้อเสนอที่ดู “ดีเกินไป”

กลโกงออนไลน์ในปัจจุบันใช้ทั้งจิตวิทยาและเทคโนโลยีในการหลอกลวง สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติและไม่ตกเป็นเหยื่อของความโลภหรือความเร่งรีบ คาถาสำคัญยังคงใช้ได้เสมอ”ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : รายการร้องทุก(ข์) ป้ายนี้








