ทำบุญทั้งที เช็กให้ดี เงินเข้าวัด หรือเข้าใคร?

เตือนทำบุญออนไลน์ ตรวจสอบบัญชีก่อนโอน เช็กชื่อวัดผ่าน e-Donation ด้านกรมสรรพากร ย้ำ! ปี 2569 ยกเลิกใบอนุโมทนาบัตรแบบกระดาษแล้ว ผู้บริจาคที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation
การทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์สะดวกขึ้น แต่ก่อนกดโอนเงินควรตรวจสอบให้รอบคอบ โดยเฉพาะชื่อบัญชีปลายทาง หากเป็นการบริจาคให้วัด ควรตรวจสอบว่าบัญชีรับบริจาคเป็นบัญชีในนามวัดและวัดลงทะเบียนในระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรหรือไม่ หลังตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนประชาชนให้ระวังการโอนเงินทำบุญเข้าบัญชีส่วนตัว เพราะเงินที่ตั้งใจถวายวัดอาจไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์
ทำบุญออนไลน์ง่าย แต่ก่อนโอนต้องเช็ก
ปัจจุบันการทำบุญหรือบริจาคให้วัดทำได้ง่ายเพียงสแกน QR Code หรือโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร แต่ความสะดวกดังกล่าวก็มาพร้อมความเสี่ยง หากผู้บริจาคไม่ได้ตรวจสอบว่าบัญชีปลายทางเป็นของวัดหรือเป็นบัญชีของบุคคลอื่น
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แจ้งเตือนพุทธศาสนิกชนว่า ก่อนโอนเงินร่วมทำบุญหรือบริจาคให้วัด ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อนทุกครั้ง และแนะนำให้โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามวัด ที่ลงทะเบียนรับบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร
โดยเฉพาะกรณีที่มีการประชาสัมพันธ์ให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของพระภิกษุ บุคคลธรรมดา หรือมูลนิธิอื่นแทนบัญชีของวัด แม้ผู้รับจะอ้างว่าสามารถออกใบอนุโมทนาบัตรให้ได้ ก็ไม่ควรรีบโอนโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน
e-Donation คืออะไร และช่วยเช็กอะไรได้บ้าง ?
e-Donation หรือระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบของกรมสรรพากรที่ใช้บันทึกข้อมูลการบริจาคของหน่วยรับบริจาคที่เข้าร่วมระบบ โดยกรมสรรพากรมีข้อมูลหน่วยรับบริจาคที่ลงทะเบียนไว้หลายประเภท รวมถึง ศาสนสถาน เช่น วัด
ดังนั้น หากต้องการบริจาคให้วัด การตรวจสอบชื่อวัดในระบบ e-Donation จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยยืนยันข้อมูลของหน่วยรับบริจาค ก่อนตัดสินใจโอนเงิน
นอกจากนี้ กรมสรรพากรระบุว่า กรณีวัดเป็นหน่วยรับบริจาคในระบบ e-Donation และมีการบริจาคผ่านระบบ ข้อมูลการบริจาคที่ปรากฏในระบบสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำเอกสารหลักฐานการบริจาคไปแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมิน
e-Donation หรือระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ กรมสรรพากร
เช็กให้ชัวร์ก่อนโอนเงินทำบุญ
1. เช็กชื่อบัญชีปลายทาง
หากตั้งใจบริจาคให้วัด ควรตรวจสอบว่าชื่อบัญชีเป็นชื่อของวัดหรือหน่วยรับบริจาคที่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการบริจาค ไม่ใช่บัญชีบุคคลอื่นโดยไม่ทราบเหตุผล
2.เช็กข้อมูลวัดกับช่องทางทางการ
หากเห็น QR Code หรือเลขบัญชีจากโพสต์ในโซเชียลมีเดีย อย่าเพิ่งรีบสแกนหรือโอน ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ เพจ หรือช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของวัดก่อน
3.เช็กชื่อวัดในระบบ e-Donation
กรมสรรพากรมีฐานข้อมูลหน่วยรับบริจาคที่ลงทะเบียนในระบบ e-Donation ซึ่งรวมถึงหน่วยรับบริจาคประเภทศาสนสถาน ผู้บริจาคสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการตรวจสอบได้
4.ระวังบัญชีบุคคลธรรมดา
หากข้อความประชาสัมพันธ์ระบุให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของพระ บุคคลทั่วไป หรือบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้รับบริจาคแทนวัด ควรหยุดตรวจสอบก่อน โดยเฉพาะเมื่อไม่มีข้อมูลยืนยันจากวัดโดยตรง

กรมสรรพากร ยกเลิกใบอนุโมทนาบัตรกระดาษ แนะทำบุญผ่าน QR Code ชื่อบัญชีวัด ป้องกันเงินบริจาคถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์
อีกจุดที่ผู้บริจาคควรระวังคือ การมีใบอนุโมทนาบัตร ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้รีบโอนเงินโดยไม่ตรวจสอบบัญชีปลายทาง
โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 กรมสรรพากรปรับหลักเกณฑ์การบริจาคเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยยกเลิกการใช้ ใบอนุโมทนาบัตรแบบกระดาษ เป็นหลักฐานในการขอลดหย่อนภาษี และกำหนดให้การบริจาคแก่ วัดวาอาราม รวมถึงมูลนิธิ สมาคม กองทุน และองค์การต่าง ๆ เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องดำเนินการผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ e-Donation
ดังนั้น หากผู้มีเงินได้นำใบอนุโมทนาบัตรแบบกระดาษมาแนบเพื่อขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เจ้าหน้าที่สรรพากรจะไม่พิจารณาเอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ การปรับระบบมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคืนเงินภาษี และช่วยลดปัญหาการใช้เอกสารบริจาคที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง รวมถึงลดความเสี่ยงเรื่องการฟอกเงินหรือการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
หากพบการเชิญชวนให้บริจาคโดยอ้างว่าจะ “ออกใบอนุโมทนาบัตรให้” แต่กลับให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของพระภิกษุ บุคคลธรรมดา หรือบุคคลอื่นแทนบัญชีวัด ควรหยุดตรวจสอบก่อนว่า บัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีที่วัดใช้รับบริจาคจริงหรือไม่ และเงินจะถูกนำส่งให้วัดอย่างไร
ที่มา: ตำรวจสอบสวนกลาง, สรรพากรแนะชาวพุทธ บริจาคเงินผ่าน QR Code ชื่อบัญชีวัด










