เตือนภัยออนไลน์: จาก “ผู้รับหิ้ว” สู่ “ผู้ต้องหา” รู้เท่าทันภัยก่อนรับฝากซื้อของออนไลน์

เมื่อไม่นานมานี้ มีกรณีที่เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจับกุมพนักงานสายการบินชาวไทย หลังตรวจพบเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระที่นำเข้าประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของไทย เปิดเผยข้อมูลว่า ผู้ถูกจับกุมมีการรับหิ้วสินค้าผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งทำให้สังคมหันมาให้ความสนใจกับความเสี่ยงของการรับหิ้วสินค้าและการรับฝากสัมภาระจากผู้อื่นมากขึ้น
กรณีดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้การรับหิ้วสินค้าจะเป็นอาชีพเสริมหรือช่องทางสร้างรายได้ที่ได้รับความนิยม แต่ก็อาจแฝงด้วยความเสี่ยง หากผู้รับหิ้วไม่ได้ตรวจสอบที่มาของสินค้า หรือรับฝากกระเป๋าและสิ่งของจากบุคคลอื่นโดยไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน
ภัยแฝงจากงานรับหิ้วที่ควรรู้
ปัจจุบันมิจฉาชีพไม่ได้ใช้เพียงการหลอกลวงแบบเผชิญหน้า แต่ยังอาศัยแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางเข้าถึงผู้ที่กำลังเดินทางหรือรับหิ้วสินค้า ผ่านการโพสต์หาผู้รับ-ส่งสินค้าในสื่อสังคมออนไลน์หรือแอปพลิเคชันแชต พร้อมใช้ข้อความที่ทำให้ผู้รับหิ้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น “ช่วยหิ้วกระเป๋าไปให้ญาติ” หรือ “ฝากส่งเอกสารสำคัญ ห้ามเปิด” ข้อความลักษณะนี้อาจทำให้ผู้รับหิ้วตัดสินใจรับฝากสัมภาระโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน

นอกจากการรับฝากกระเป๋าแล้ว ยังมีความเสี่ยงในรูปแบบอื่นที่ผู้รับหิ้วควรระมัดระวัง ได้แก่
- รับฝากกระเป๋าหรือสิ่งของโดยไม่ทราบว่าภายในมีอะไร มิจฉาชีพอาจซุกซ่อนยาเสพติด สินค้าผิดกฎหมาย หรือของต้องห้ามไว้ในสัมภาระ เมื่อถูกตรวจค้น ผู้ถือครองกระเป๋าจะเป็นผู้ที่ต้องชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่
- รับหิ้วสินค้าต้องห้ามหรือสินค้าควบคุม สินค้าบางประเภท เช่น ยา อาหารเสริม เครื่องสำอางบางชนิด เมล็ดพันธุ์ พืช สัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ อาจต้องได้รับอนุญาตก่อนนำเข้าประเทศ หากรับหิ้วโดยไม่ศึกษาข้อกฎหมาย อาจมีความผิดโดยไม่รู้ตัว
- ถูกหลอกให้สำรองเงินซื้อสินค้า มิจฉาชีพอาจสั่งซื้อสินค้า อ้างว่าจะโอนเงินภายหลัง หรือส่งหลักฐานการโอนเงินปลอม เมื่อผู้รับหิ้วสำรองเงินซื้อสินค้าแล้วกลับไม่สามารถติดต่อผู้ว่าจ้างได้ ทำให้สูญเสียทรัพย์สินของตนเอง
เพื่อลดความเสี่ยง ผู้รับหิ้วควรเช็กก่อนเสมอ เช่น ผู้ว่าจ้างเป็นใคร สามารถยืนยันตัวตนได้หรือไม่ บัญชีผู้ใช้มีประวัติการใช้งานที่น่าเชื่อถือหรือเพิ่งสร้างขึ้น ค่าตอบแทนสมเหตุสมผลหรือสูงผิดปกติ หรือไม่สามารถตรวจสอบของที่จะรับส่งได้ว่าคืออะไร
หากข้อมูลที่ได้รับไม่ชัดเจน หรือพบข้อผิดสังเกตหลายประการ การปฏิเสธรับหิ้วหรือรับฝากสัมภาระถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ อาจร้ายแรงกว่าค่าตอบแทนที่ได้รับหลายเท่า
5 วิธีป้องกัน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
- ตรวจสอบตัวตนของผู้ว่าจ้าง
ขอข้อมูลที่สามารถยืนยันตัวตนได้ เช่น ชื่อจริง หมายเลขโทรศัพท์ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลก่อนรับงาน - เปิดตรวจสอบสิ่งของทุกครั้ง
ไม่รับถือกระเป๋า กล่อง หรือสัมภาระที่ปิดผนึกจนไม่สามารถตรวจสอบได้ หากเจ้าของปฏิเสธ ควรยกเลิกการรับทันที - ศึกษากฎหมายของประเทศปลายทาง
สินค้าบางประเภทอาจเป็นของต้องห้ามหรือของควบคุม แม้จะซื้อขายได้ตามปกติในบางประเทศก็ตาม - เก็บหลักฐานทุกขั้นตอน
บันทึกข้อความสนทนา ถ่ายภาพสินค้า ใบเสร็จ และหลักฐานการชำระเงิน เพื่อใช้ตรวจสอบหากเกิดปัญหา - กล้าปฏิเสธเมื่อพบความผิดปกติ
หากรู้สึกไม่มั่นใจ อย่าฝืนรับงาน เพราะการปฏิเสธในวันนี้ อาจช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต










