เตือนภัย! “ยาลดน้ำหนักบาชิ” ยังขายเกลื่อนออนไลน์ ทั้งที่พบสารอันตราย เสี่ยงหัวใจวาย-เสียชีวิต

แม้จะมีคำเตือนจากองค์การอาหารและยา มาอย่างต่อเนื่อง แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก “บาชิ” ยังถูกลักลอบจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะในรูปแบบ “ปักตะกร้า” ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างความเสี่ยงร้ายแรงต่อผู้บริโภค หลังพบการผสมสารต้องห้ามที่อาจถึงขั้นเสียชีวิต
Thai PBS Verify รวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยาลดน้ำหนักชนิดนี้ พร้อมแนะนำวิธีตรวจสอบเบื้องต้น เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย
อย. เคยเตือนแล้ว พบ “ไซบูทรามีน” สารอันตราย
ข้อมูลจากการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการแอบผสม “ไซบูทรามีน” ซึ่งเป็นสารที่เคยใช้ในยาลดน้ำหนัก แต่ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้ว เนื่องจากมีผลข้างเคียงรุนแรง เช่น
- หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- ความดันโลหิตสูง
- นอนไม่หลับ วิตกกังวล
- เพิ่มความเสี่ยง “หัวใจวายเฉียบพลัน”
สารชนิดนี้ถูกจัดเป็นวัตถุอันตราย และห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารหรืออาหารเสริมทุกชนิดในประเทศไทย

พบเคสต่างสงสัย เสียชีวิต หลังทานเพียง 10 วัน
กรณีที่กลายเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ คือผู้เสียชีวิตรายหนึ่งซึ่งญาติระบุว่า เริ่มรับประทานยาลดน้ำหนักยี่ห้อนี้เพียงประมาณ 10 วัน ก่อนเสียชีวิต โดยผลชันสูตรเบื้องต้นพบสารที่สอดคล้องกับไซบูทรามีน
แม้ผลทางกฎหมายยังอยู่ระหว่างการยืนยัน แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรอง และถูกขายผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่มีการควบคุมที่เข้มงวด
คุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า “ การนำสินค้าออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหน้าที่ของหน่วยงาน “เอด้า (ETDA)” ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE ในส่วนของการชดเชยค่าเสียหาย ทาง สคบ. ระบุว่า ทั้งเจ้าของแพลตฟอร์ม (TikTok) และผู้จำหน่ายสินค้าต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน
ทาง สคบ. ได้นัดหมายประชุมเจรจาไกล่เกลี่ยค่าสินไหมทดแทนแบบ 3 ฝ่าย (ญาติผู้เสียหาย, ตัวแทน TikTok, และผู้ขาย) ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นี้ แม้ในตอนแรก TikTok จะขอเลื่อนเป็นวันที่ 15 กรกฎาคมก็ตาม จนถึงขณะนี้ ญาติผู้เสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ”
คุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
ทำไมยังซื้อขายได้? ทั้งที่มีคำสั่งให้เอาออก
แม้จะมีการประสานให้แพลตฟอร์มลบสินค้าออกจากระบบแล้ว แต่จากการตรวจสอบยังพบว่ามีการขายอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มยอดนิยม
หน่วยงานรัฐชี้ว่า
- ผู้ขาย
- เจ้าของผลิตภัณฑ์
- และ “แพลตฟอร์ม”
อาจต้องร่วมรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภค
ของกลางน้อย แต่ขายออนไลน์จำนวนมาก
จากการเข้าตรวจค้น พบของกลางเพียง 18 กระปุก ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณการขายในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า
- สินค้าอาจไม่ได้ผลิตในประเทศ
- หรือมีการนำเข้าจากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย
ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลของเจ้าหน้าที่

สินค้ายังขายเกลื่อนออนไลน์
แม้หน่วยงานรัฐจะประสานให้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok นำสินค้าออกจากระบบ แต่จากการตรวจสอบพบว่า
- ยังมีการ “ปักตะกร้า” ขายสินค้าอยู่จำนวนมาก
- มีทั้งกระปุกสีชมพู สีส้ม และบางกรณีเป็นสีน้ำเงิน
- ราคาขายเฉลี่ยประมาณ 174–199 บาท
สะท้อนปัญหาการควบคุมสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยังไม่ทั่วถึง
อย่าเสี่ยงกับ “ของไม่รู้ที่มา”
- หลีกเลี่ยงอาหารเสริมที่โฆษณาเกินจริง เช่น “ผอมเร็ว ไม่ต้องออกกำลังกาย”
- ตรวจสอบเลข อย. ทุกครั้งก่อนซื้อ
- อย่าเชื่อรีวิวที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้
- หากพบผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที
- หากมีผลิตภัณฑ์ลักษณะดังกล่าวอยู่ในครอบครอง ควรหยุดใช้ทันที
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีการควบคุมในระดับนโยบาย แต่ช่องโหว่ในโลกออนไลน์ยังเปิดโอกาสให้สินค้าที่เป็นอันตรายเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย การ “รู้เท่าทัน” และ “ตรวจสอบก่อนเชื่อ” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยุคนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก : สถานีประชาชน









