เตือนภัยวันแม่ ระวังมิจฉาชีพปลอมเป็นลูกหลาน ทัก-โทร หลอกโอนเงิน

DateClock icon21:12|How to

วันหยุด วันแม่ มิจฉาชีพอาจอาจแอบอ้างเป็นลูกหลานโทร-ทัก ลวงเงิน Thai PBS Verify แนะวิธีป้องกันวิธีสังเกต

“แม่ นี่หนูเอง”
เสียงที่คุ้น ๆ จากปลายสาย อาจทำให้คนเป็นแม่คลายความสงสัยได้ในไม่กี่วินาที แต่ในยุคที่เทคโนโลยีสามารถเลียนแบบเสียงมนุษย์ด้วย AI หรือ Voice Cloning ได้ การได้ยิน “เสียงลูก” หรือเสียงจากปลายสายเดาข้อมูลคนในครอบครัวได้หมด ก็อาจไม่ใช่หลักฐานว่า คนที่กำลังคุยด้วยคือลูกจริง ๆ

ในช่วงเทศกาลวันแม่ที่หลายครอบครัวอาจโทรศัพท์หากัน มิจฉาชีพอาจอาศัยความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นช่องทางสร้างความน่าเชื่อถือ โดยปลอมเป็นลูก หลาน หรือคนใกล้ชิด แล้วอ้างว่ากำลังเดือดร้อน ต้องใช้เงินด่วน ก่อนเร่งให้โอนเงินไปยังบัญชีที่มิจฉาชีพเตรียมไว้

Voice Cloning คืออะไร ?

Voice Cloning คือ เทคโนโลยีที่สามารถสร้างเสียงสังเคราะห์ให้มีลักษณะคล้ายเสียงของบุคคลจริง โดยอาศัยตัวอย่างเสียงที่บันทึกไว้

ปัจจุบันตัวอย่างเสียงอาจหาได้จากคลิปวิดีโอหรือเสียงที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ เมื่อมิจฉาชีพมีข้อมูลมากพอ ก็อาจนำไปใช้สร้างเสียงที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเจ้าของเสียง แล้วนำไปประกอบกับบทสนทนาเพื่อหลอกคนอื่น

มิจฉาชีพอาจใช้เสียงปลอมหลอกอย่างไร ?

รูปแบบการหลอกอาจเริ่มจากโทรศัพท์หรือข้อความ เช่น

  • “แม่ นี่หนูเอง โทรศัพท์เครื่องเก่าพัง” 
  • “หนูมีเรื่องด่วน ขอให้แม่ช่วยโอนเงินให้หน่อย” 
  • “ตอนนี้ติดธุระอยู่ เดี๋ยวค่อยคุย ขอให้แม่โอนไปบัญชีนี้ก่อน”

จากนั้นอาจสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อตกใจ เช่น อ้างว่าเกิดอุบัติเหตุ ต้องจ่ายค่ารักษา ถูกตำรวจจับ โทรศัพท์หาย หรือมีปัญหาทางการเงิน พร้อมกำหนดเวลาให้ต้องโอนเงินทันที

จุดสำคัญคือ มิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่เทคโนโลยี แต่ใช้ความตกใจและความเป็นห่วงของคนในครอบครัวเป็นเครื่องมือ

ได้ยินเสียงลูก อย่าเพิ่งโอนเงิน

หากได้รับสายที่อ้างว่าเป็นลูก หลาน หรือคนในครอบครัว และมีการขอเงิน อย่ารีบเชื่อเพียงเพราะเสียงเหมือน ให้หยุดและตรวจสอบด้วยวิธีอื่นก่อน

1. ตั้ง “รหัสลับครอบครัว”

สมาชิกในครอบครัวอาจตกลงคำหรือประโยคที่รู้กันเฉพาะคนในครอบครัว เช่น คำถามเกี่ยวกับเรื่องที่คนอื่นคาดเดาได้ยาก

ตัวอย่างเช่น

“ถ้าเป็นลูกจริง ให้บอกชื่อเล่นของแมวตัวแรกที่เราเคยเลี้ยง”

หรือกำหนดเป็นคำสั้น ๆ ที่ใช้ยืนยันตัวตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลที่หาได้ง่ายจากโซเชียลมีเดีย เช่น วันเกิด ชื่อโรงเรียน ชื่อสัตว์เลี้ยง หรือชื่อเล่นที่เจ้าตัวโพสต์เป็นประจำ

2. วางสาย แล้วโทรกลับ “เบอร์เดิม”

หากอีกฝ่ายอ้างว่าเป็นลูกหลานและขอให้โอนเงิน ให้วางสายก่อน

จากนั้นโทรกลับไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่บันทึกไว้ในเครื่อง หรือช่องทางที่เคยใช้ติดต่อกันเป็นประจำ ไม่ควรใช้เบอร์ที่คนโทรเข้ามาให้ หรือกดลิงก์ที่ส่งมาเพื่อแชตต่อ เพราะอาจเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพควบคุมไว้

3. ถามคำถามที่รู้กันเฉพาะในครอบครัว

หากยังไม่ได้วางสาย ลองถามเรื่องที่คนในครอบครัวรู้คำตอบ แต่ ไม่ใช่ข้อมูลที่หาได้ง่ายบนโลกออนไลน์ เช่น เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นด้วยกัน หรือเรื่องส่วนตัวที่ไม่ได้เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นเพียงตัวช่วยเบื้องต้น หากอีกฝ่ายยังเร่งรัดให้โอนเงิน ควรหยุดการสนทนาและตรวจสอบผ่านช่องทางอื่น

4. อย่าตัดสินใจเพราะคำว่า “ด่วน”

สัญญาณสำคัญของการหลอกลวงคือ การสร้างความเร่งรีบ

เช่น

  • “ต้องโอนภายในวันนี้”
  • “ห้ามบอกใคร”
  • “แม่ช่วยก่อน เดี๋ยวคืนให้”
  • “ถ้าไม่โอนตอนนี้จะมีปัญหา”
  • “โทรกลับไม่ได้ เพราะโทรศัพท์เสีย”

5. จำกัดข้อมูลเสียงและข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์

การเผยแพร่คลิปที่มีเสียงพูดชัดเจนเป็นเวลานาน อาจเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพนำข้อมูลเสียงไปใช้ในทางที่ไม่พึงประสงค์ได้ จึงควรพิจารณาการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชีโซเชียลมีเดีย และหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนโดยไม่จำเป็น

เราจะสังเกตได้อย่างไรว่าเสียงที่เราได้ยินนั้นจำลองมาจาก AI

สำหรับการป้องกันไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อ เบื้องต้นต้องอาศัยการวิเคราะห์แยกแยะและการสังเกต ดังนี้

  • เสียงผิดธรรมชาติ เช่น เสียงราบเรียบเกินไปสม่ำเสมอเกินไป ไม่มีเสียงหายใจ เสียงลมหายใจดูไม่สมจริง การเน้นคำหรือจังหวะการพูดไม่เป็นธรรมชาติ รวมไปถึงการออกเสียงคำเฉพาะบางคำผิด
  • อารมณ์สม่ำเสมอเกินไป ไม่เปลี่ยนตามเรื่องที่พูด เช่น พูดเรื่องเศร้าแต่เสียงไม่เปลี่ยนเลย หรือไม่มีอารมณ์ในเสียงเลย
  • มีเสียง background ที่สม่ำเสมอจนผิดปกติ หรือเงียบผิดปกติ
  • บริบทน่าสงสัย เช่น โทรมาขอเงิน รหัส OTP หรือขอข้อมูลส่วนตัวแบบเร่งด่วน
  • เนื้อหาน่าสงสัย เช่น ผู้มีชื่อเสียงด้านการลงทุนไม่น่าจะมาชักชวนลงทุน

ซึ่งอาจจะไม่สามารถจับผิดได้ 100% แต่เมื่อนำหลาย ๆ ข้อสังเกตข้างต้นมารวมกัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้มาก

เตือนภัย มิจฉาชีพทักแชตมาหลอกเป็นลูกหลาน

นอกจากนี้การสวมรอยเป็นลูกหลานไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเลียนแบบเสียงเสมอไป เพราะมิจฉาชีพสามารถใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการสร้างบัญชีใหม่ แล้วทักผ่าน LINE หรือแพลตฟอร์มอื่น โดยอ้างว่าเป็นลูก หลาน หรือคนในครอบครัว

ตัวอย่างเช่น

“แม่ นี่หนูเอง”
“มือถือเครื่องเก่าพัง เลยใช้เบอร์ใหม่”
“ตอนนี้อยู่ข้างนอก เดี๋ยวโทรหาไม่ได้”
“แม่ช่วยโอนเงินให้ก่อนได้ไหม เดี๋ยวเย็นนี้คืน”

บางกรณีอาจไม่ได้เริ่มต้นด้วยการขอเงินทันที แต่อาจพูดคุยสร้างความคุ้นเคยก่อน แล้วจึงอ้างเหตุจำเป็นให้ช่วยโอนเงินภายหลัง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า “ลูกจริง” หรือ “มิจฉาชีพ” ? 

อย่าใช้เพียงชื่อโปรไฟล์ รูปภาพ หรือเสียงเป็นหลักฐาน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถถูกเปลี่ยนแปลงหรือเลียนแบบได้

หากลูกหลานทักมาจากบัญชีใหม่ หรือบอกว่าเปลี่ยนเบอร์ ให้ตั้งข้อสังเกตทันที โดยเฉพาะเมื่อมีการขอให้

  • โอนเงิน
  • จ่ายค่ารักษาหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
  • โอนเข้าบัญชีบุคคลอื่น
  • ซื้อบัตรเติมเงินหรือบัตรของขวัญ
  • ส่งรหัส OTP หรือข้อมูลส่วนตัว
  • รีบทำรายการภายในเวลาที่กำหนด

 

ที่มา: เพียง 30 วินาที ก็ถูกขโมยเสียงได้ รู้ทันภัยใหม่จาก Voice Cloning

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!