เตือนภัย ! มิจฯ โผล่ “รับหิ้ว-หารค่าของสะสม” ทำเหยื่อสูญเงินกว่า 4 แสนบาท

ใครเป็นสายสุ่ม สายสะสม หรือชื่นชอบของที่ระลึกจากศิลปิน ต้องระวังให้มากขึ้น หลังพบกรณีผู้ใช้บัญชี X (Twitter) ชื่อ “คีมซัง” โพสต์รับกดจองและรับหิ้วของสะสมคอลเล็กชันพิเศษจากศิลปินค่าย GMMTV จนมีผู้เสียหายกระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 400,000 บาท
แฉกลโกงลวงเหยื่อหารเงินค่าของสะสม
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 69 ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายพร้อมทีมงานรายการสถานีประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อนำเอกสารหลักฐาน ทั้งสลิปโอนเงินและข้อความสนทนา เข้าแจ้งความดำเนินคดี
หนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า พฤติการณ์เริ่มขึ้นช่วงต้นเดือน ก.ค. 69 เมื่อบัญชีดังกล่าวโพสต์หาคนหารค่าพวงกุญแจสกุชชี่ คอลเล็กชันพิเศษจาก GMMTV (Box Set B) รวมถึงรับหิ้วของสะสมศิลปิน ทำให้ผู้สนใจจำนวนมากติดต่อผ่านข้อความส่วนตัว หรือ DM ก่อนโอนเงินมัดจำเพื่อจองสินค้า
แต่เมื่อถึงกำหนดนัดรับของบริเวณย่านสามย่าน กลับไม่ได้รับสินค้า โดยผู้ก่อเหตุอ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น ติดธุระกะทันหัน หรือถูกลูกค้ารายอื่นกักตัว ก่อนจะเลื่อนนัดซ้ำไปมา กระทั่งข้ามวันก็ยังไม่มีการส่งสินค้า หรือแจ้งเลขพัสดุตามที่กล่าวอ้าง
ต่อมา มีการเปิดกลุ่ม LINE OpenChat พร้อมแจกแบบฟอร์มให้ผู้เสียหายลงทะเบียนเพื่อทยอยขอเงินคืน โดยอ้างว่าตัวเองก็ถูกโกงมาเช่นกัน แต่ไม่สามารถนำหลักฐานมายืนยันได้


ที่น่าจับตาคือ มีการโอนเงินคืนให้ผู้เสียหายรายแรกเพียงรายเดียว ซึ่งอาจทำให้ผู้เสียหายรายอื่นเข้าใจว่ายังมีการดำเนินการคืนเงินอยู่ ก่อนที่กลุ่ม OpenChat จะถูกปิดลง และไม่สามารถติดต่อผู้ก่อเหตุได้อีก ทำให้ผู้เสียหายรายอื่นไม่ได้รับเงินคืน
พบผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 24 คดี
ด้าน พ.ต.อ. ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน สั่งการให้พนักงานสอบสวนรับแจ้งความและตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่า บัญชีธนาคารและบัตรประชาชนที่ใช้ทำธุรกรรมเป็นของบุคคลดังกล่าวจริง

จากการตรวจสอบประวัติ ยังพบว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว 24 คดี ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
ตำรวจแนะนำผู้ที่ได้รับความเสียหายและยังไม่ได้แจ้งความ ให้รวบรวมหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน ข้อความสนทนา โพสต์ประกาศขายสินค้า ข้อมูลบัญชีธนาคาร และรายละเอียดการติดต่อ ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่เกิดเหตุตามท้องที่ที่มีการโอนเงิน เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดี
เตือนภัยก่อนโอนเงินซื้อของสะสม

กรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า การซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะสินค้าที่มีจำนวนจำกัดหรือเป็นของสะสมยอดนิยม อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพได้
ก่อนโอนเงิน ควรตรวจสอบประวัติผู้ขาย ค้นหาชื่อบัญชีหรือเลขบัญชีว่ามีประวัติร้องเรียนหรือไม่ ตรวจสอบหลักฐานการมีสินค้าอยู่จริง และหลีกเลี่ยงการโอนเงินหากผู้ขายเร่งรัดหรือมีพฤติการณ์ผิดปกติ
วิธีตรวจสอบบัญชี X ปลอม
การตรวจสอบว่าบัญชี X เป็นบัญชีจริงหรือบัญชีปลอม ไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องหมาย “ติ๊กฟ้า” เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เครื่องหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนของเจ้าของบัญชีโดยตรง ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบัญชีได้จากข้อมูลและพฤติกรรมหลายด้านประกอบกัน เพื่อป้องกันการหลงเชื่อข้อมูลจากบัญชีที่แอบอ้างบุคคลหรือองค์กร
ขั้นตอนแรกควรเริ่มจากการตรวจสอบชื่อบัญชีหรือ @handle อย่างละเอียด เพราะบัญชีปลอมมักใช้ชื่อที่คล้ายกับบัญชีจริง โดยอาจเพิ่มตัวเลข จุด ขีด หรือเปลี่ยนตัวอักษรบางตำแหน่งเพื่อทำให้ดูเหมือนบัญชีต้นฉบับ จากนั้นควรตรวจสอบประวัติการใช้งานของบัญชี โดยย้อนดูโพสต์เก่า ๆ ว่ามีการใช้งานมาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ บัญชีเพิ่งสร้างขึ้นหรือมีประวัติการเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนเนื้อหาอย่างผิดปกติหรือไม่ รวมถึงสังเกตว่ามีพฤติกรรมโพสต์ข้อความซ้ำ ๆ หรือเผยแพร่เนื้อหาจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือไม่
อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยตรวจสอบได้คือ การค้นย้อนกลับรูปโปรไฟล์และรูปภาพที่บัญชีใช้ โดยนำภาพไปค้นผ่าน Google Lens หรือเครื่องมือค้นหาภาพอื่น ๆ เพื่อดูว่าภาพดังกล่าวเคยถูกเผยแพร่หรือใช้โดยบุคคลอื่นมาก่อนหรือไม่ หากพบว่ารูปเดียวกันถูกใช้กับหลายบัญชี หรือเป็นภาพของบุคคลอื่น ก็อาจเป็นสัญญาณว่าบัญชีนั้นกำลังนำภาพของผู้อื่นมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ควรตรวจสอบข้อมูลใน Bio และเว็บไซต์ที่บัญชีเชื่อมโยงไว้ โดยพิจารณาว่าข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับบุคคลหรือองค์กรที่บัญชีกล่าวอ้างหรือไม่ หากเป็นบัญชีของบุคคลสาธารณะ หน่วยงาน หรือองค์กร ควรเข้าไปตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการหรือช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ของบุคคลหรือองค์กรนั้นโดยตรง ว่ามีการระบุบัญชี X ดังกล่าวเป็นช่องทางทางการหรือไม่
การค้นหาข้อมูลจากแหล่งภายนอกก็เป็นอีกขั้นตอนสำคัญ โดยสามารถนำชื่อบุคคล ชื่อองค์กร หรือ @handle ไปค้นหาผ่าน Google แล้วเปรียบเทียบกับข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการ ข่าวจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ หรือบัญชีโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอื่น หากพบว่าแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือระบุบัญชี X ที่แตกต่างออกไป ก็เป็นข้อมูลที่ควรนำมาพิจารณาว่าบัญชีที่กำลังตรวจสอบอาจเป็นบัญชีปลอมหรือบัญชีแอบอ้าง
หากโอนไปแล้วและสงสัยว่าถูกหลอก อย่ารอให้ผู้ขายเงียบหาย ควรเก็บหลักฐานทั้งหมดและรีบแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการตามกฎหมาย
ขอบคุณข้อมูลจาก: รายการสถานีประชาชน








