Double Click jacking ภัยไซเบอร์ใหม่ แค่คลิกสองครั้ง บัญชีคุณอาจถูกขโมย !

DateClock icon20:31|How to

ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ “Double Click jacking” แค่คลิกสองครั้งบนเว็บไซต์ก็อาจเปิดทางให้ hacker เข้าถึงบัญชีของคุณแบบไม่รู้ตัว! รู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ

เมื่อคำว่า “ออนไลน์” เข้ามาในชีวิตประจำวันมากขึ้น ความปลอดภัยบนโลกดิจิทัลกลายเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะhackerไม่ได้จำกัดอยู่แค่การส่งไวรัสหรือหลอกให้ดาวน์โหลดไฟล์อีกต่อไป แต่ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบที่แนบเนียนและยากจะสังเกตเห็นมากขึ้น ล่าสุดมีภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ชื่อว่า “Double Click jacking” ซึ่งเป็นการโจมตีที่อาศัยพฤติกรรมของผู้ใช้งาน นั่นคือ “การคลิก” บนหน้าเว็บไซต์ โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้งานกำลังเร่งรีบ หรือไม่ได้สังเกตว่าเบื้องหลังของการคลิกคืออะไร

เพียงแค่คุณ “คลิก” บนหน้าเว็บ 2 ครั้ง ก็อาจกลายเป็นการ “อนุญาต” ให้ hacker เข้าถึงบัญชีของคุณ เช่น บัญชี Google, Facebook หรือบัญชีอื่นๆ ที่คุณล็อกอินผ่านระบบ OAuth (มาตรฐานที่ให้ผู้ใช้อนุญาตแอปภายนอกเข้าถึงข้อมูลบัญชี เช่น Google หรือ Facebook โดยไม่ต้องให้รหัสผ่าน) โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกควบคุมจากเบื้องหลัง

การโจมตีแบบนี้ไม่ได้อาศัยการเจาะระบบที่ซับซ้อน แต่ใช้จิตวิทยาและพฤติกรรมของผู้ใช้งานเป็นเครื่องมือ หากคุณเผลอคลิกเร็วเกินไป หรือคลิกตามความเคยชิน ก็อาจกลายเป็น “เหยื่อ” ได้ในพริบตา

Double Click jacking ภัยไซเบอร์ใหม่

Double Click jacking คืออะไร ?

Double Click jacking เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ ที่พัฒนามาจากเทคนิคเดิมที่เรียกว่า Click jacking ซึ่งเป็นการหลอกให้ผู้ใช้งานคลิกบนองค์ประกอบที่ซ่อนอยู่ในหน้าเว็บไซต์ เช่น ปุ่มหรือลิงก์ที่ถูกวางทับด้วยภาพหรือข้อความอื่น โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังกดอนุญาต หรือดำเนินการบางอย่างที่อาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบัญชี

สิ่งที่ทำให้ Double Click jacking อันตรายยิ่งกว่าเดิมคือ ใช้เพียงแค่ “การคลิกสองครั้ง” บนหน้าเว็บไซต์ เพื่อดำเนินการแทนตัวผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับการยินยอมอย่างแท้จริง ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้เผลออนุญาตให้แอปฯ ที่ hacker ควบคุมเข้าถึงบัญชี Google หรือ Facebook ของตน ผ่านระบบ OAuth โดยที่ไม่รู้ตัว เปิดสิทธิ์ให้ hacker เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น อีเมล รายชื่อติดต่อ หรือประวัติการใช้งานต่าง ๆ ดำเนินการโพสต์ แชร์ หรือส่งข้อความบนโซเชียลมีเดียโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ผู้ใช้งานดูเหมือนเป็นคนกระจายลิงก์อันตรายไปยังคนอื่น ๆ ต่อไป

เทคนิคนี้มักถูกแฝงมากับเว็บไซต์ที่ดูน่าเชื่อถือ หรือปลอมหน้าเว็บให้เหมือนกับเว็บไซต์จริง เช่น หน้าแจ้งเตือนความปลอดภัย หรือป๊อปอัปให้กดยอมรับเงื่อนไขบางอย่าง จึงทำให้ผู้ใช้จำนวนมากหลงเชื่อ และคลิกตามอย่างไม่ทันระวัง สิ่งสำคัญคือ การโจมตีแบบนี้ไม่ต้องอาศัยไวรัสหรือมัลแวร์ แต่ใช้เพียงการหลอกให้คุณ “คลิก” ตามธรรมชาติของการใช้งานเท่านั้น ซึ่งทำให้มันยากที่จะตรวจจับ และเป็นภัยคุกคามที่ควรตระหนักถึงอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลปัจจุบัน

 Double Click jacking ภัยไซเบอร์ใหม่ แค่คลิก

รูปแบบการทำงาน

hacker จะสร้างหน้าเว็บไซต์ที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย เช่น หน้าเกมออนไลน์ เว็บไซต์วิดีโอ หรือเว็บที่ให้บริการดาวน์โหลดไฟล์ ซึ่งทั้งหมดดูน่าเชื่อถือและเหมือนกับเว็บไซต์ปกติทั่วไปที่ผู้ใช้มักจะคลิกเข้าไปเป็นประจำ

ภายในหน้านั้น hacker จะแอบซ่อน iFrame (inline frame) ซึ่งเป็นโค้ด HTML ที่สามารถแสดงหน้าเว็บอื่นซ้อนอยู่ในหน้าเดิม โดยจะเชื่อมโยงกับคำสั่งที่อันตราย เช่น ปุ่ม “Authorize” หรือ “Allow” ที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้เข้าถึงบัญชี Google, Facebook หรือบัญชีที่ล็อกอินไว้ผ่าน OAuth จากภายนอก ปุ่มเหล่านี้จะถูกปิดบังหรือวางซ้อนอยู่ใต้ปุ่มที่ดูปลอดภัย เช่น เล่นเกมต่อ , โหลดไฟล์ , ดูวิดีโอถัดไป และกดเพื่อรับสิทธิ์พิเศษ

เมื่อผู้ใช้คลิกปุ่มดังกล่าว “สองครั้ง” เช่น คลิกเพื่อเริ่มเล่นเกม แล้วคลิกอีกครั้งเพื่อยืนยันการเข้าเล่น จริงๆ แล้วระบบจะนับการคลิกนั้นเป็นการ ยืนยันและอนุญาต ให้แอปฯ ที่ hacker ควบคุมสามารถเข้าถึงข้อมูลในบัญชีของผู้ใช้ได้โดยตรง

เทคนิคนี้อาศัยทั้ง การหลอกลวงด้วยภาพและพฤติกรรมผู้ใช้ ซึ่งมักจะคลิกแบบไม่คิดมาก โดยเฉพาะหากหน้าเว็บดูไม่มีพิรุธ การซ่อน iFrame ที่มีคำสั่งอันตรายไว้ใต้ปุ่มธรรมดา จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังของ hacker ในปัจจุบัน และยิ่งยากที่จะสังเกตหากไม่มีความรู้หรือเครื่องมือช่วยตรวจจับ

ภัยไซเบอร์ใหม่

ทำไม Double Click jacking ถึงอันตราย ?

  • หลอกได้แม้ไม่มีการติดตั้งโปรแกรม : ผู้ใช้ไม่ต้องดาวน์โหลดอะไร แค่ “คลิก” ก็เพียงพอ
  • ข้ามการป้องกันแบบเดิมได้ : การป้องกัน Click jacking เดิมมักรองรับการคลิกเพียงครั้งเดียว DoubleClickjacking จึงหลุดรอดได้
  • โจมตีผ่าน OAuth ได้ : ใช้ประโยชน์จากระบบล็อกอินแบบ Single Sign-On (SSO) เช่น “ล็อกอินด้วย Google” เพื่อแอบอ้างสิทธิ์

ใครเสี่ยงบ้าง ?

1. ผู้ใช้ทั่วไป: กลุ่มผู้ใช้ที่เข้าถึงเว็บไซต์หรือคลิกลิงก์ต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรม “คลิกโดยไม่คิด” เช่น เห็นปุ่ม “เล่นเลย” หรือ “ดูต่อ” แล้วกดทันทีโดยไม่สังเกตว่าลิงก์นั้นปลอดภัยหรือไม่ ยิ่งหากเป็นคนที่ใช้บัญชี Google หรือ Facebook ล็อกอินทิ้งไว้บนเบราว์เซอร์อยู่ตลอดเวลา ก็ยิ่งเสี่ยงถูกดึงข้อมูลหรือเข้าควบคุมบัญชีได้ง่ายขึ้น

2. นักเล่นเกมออนไลน์: หลายคนเล่นเกมบนเว็บไซต์หรือแอปฯ มือถือที่ต้องเชื่อมต่อกับบัญชีโซเชียลมีเดียเพื่อเล่นกับเพื่อนหรือเก็บคะแนน ระบบเกมบางเกมอาจฝัง iFrame หรือสคริปต์จากภายนอกไว้ และใช้เทคนิค Double Click jacking โดยไม่รู้ตัว เมื่อผู้เล่นคลิกเพื่อเริ่มเกมหรือตอบรับเงื่อนไข ก็อาจเผลออนุญาตให้แอปฯ ที่ไม่ปลอดภัยเข้าถึงบัญชีได้ทันที

3. ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย: ผู้ใช้งาน Facebook, Instagram, TikTok และแพลตฟอร์มอื่น ๆ มักเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ เพราะข้อมูลส่วนตัว พฤติกรรมการใช้งาน และรายชื่อเพื่อนมีมูลค่าสูงในตลาดมืด การคลิกลิงก์จากโพสต์ แชร์ หรือแม้แต่โฆษณาปลอมที่แนบมากับวิดีโอ/ภาพไวรัล ก็อาจนำไปสู่กับดักที่ hacker วางไว้โดยไม่รู้ตัว

4. เจ้าของเว็บไซต์หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ : ไม่ใช่แค่ผู้ใช้เท่านั้นที่เสี่ยง เจ้าของเว็บไซต์เองก็อาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่ตั้งใจ หากเว็บไซต์นั้นมีการฝัง iFrame จากภายนอก, ใช้ third-party scripts หรือรับโค้ดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น ปลั๊กอินฟรีที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ การแสดงผลปุ่ม “สมัครสมาชิก” หรือ “เข้าสู่ระบบ” ที่ฝังมาจากผู้ให้บริการภายนอก ก็อาจกลายเป็นช่องทางที่เปิดให้ hacker เข้าถึงผู้ใช้งานของเว็บไซต์ได้เช่นกัน

 Double Click jacking ภัยไซเบอร์ใหม่ แค่คลิกสองครั้ง

วิธีป้องกันตัวเองจาก Double Click jacking

  • ระวังหน้าเว็บที่ให้คลิกหลายครั้งติดกัน

หากคุณเข้าเว็บไซต์ใดแล้วพบว่ามีปุ่มให้คลิกอย่างต่อเนื่อง เช่น “เล่นต่อ”, “ยืนยันอีกครั้ง”, หรือ “โหลดต่อ” ให้ระวังไว้ก่อนว่า นี่อาจเป็นการหลอกให้คลิกซ้ำ เพื่อเปิดช่องให้แฮกเกอร์ใช้เทคนิค clickjacking แบบใหม่

  • อย่าล็อกอินผ่าน OAuth กับเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก

หลายเว็บไซต์เสนอตัวเลือก “ล็อกอินผ่าน Google/Facebook” เพื่อความสะดวก แต่หากเว็บไซต์นั้นไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่ใช่บริการหลักที่รู้จักกันดี คุณควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเป็นการหลอกให้อนุญาตการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ

  • เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA)

การเปิดใช้ระบบยืนยันตัวตนสองขั้นตอน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น แม้ hacker จะขโมยการเข้าถึงบัญชีได้ผ่าน Clickjacking ก็ยังไม่สามารถเข้าสู่บัญชีได้หากไม่มีรหัส OTP หรืออุปกรณ์ยืนยันตัวตน

  • ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีเป็นประจำ

เข้าไปที่การตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี Google หรือ Facebook เพื่อดูว่าแอปฯ หรือเว็บไซต์ใดมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของคุณ หากพบสิ่งที่ไม่รู้จัก ให้ถอนสิทธิ์ทันที

ภัยไซเบอร์ไม่จำเป็นต้องมาจากมัลแวร์หรือไวรัสเสมอไป “แค่คลิกสองครั้ง” ก็อาจหมายถึงการสูญเสียข้อมูลสำคัญ เช่น บัญชีอีเมล บัญชีโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ข้อมูลทางการเงินแล้ว

ข้อมูลจาก  : tomsguide, techradar, the hackernews

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!