จากเดิมที่คิดว่าเป็นเพียงฟอสซิลของตะโขงในกลุ่มที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว แท้จริงแล้วตะโขงสกุลใหม่อายุ 45 ล้านปี
อยู่ผิดสกุลมาเกือบศตวรรษ
ในปี 1927 นักวิจัยชาวเยอรมันรายงานการพบกะโหลกจระเข้ที่เกือบสมบูรณ์จากเนินเขาใกล้กรุงไคโร และตั้งชื่อว่า Tomistoma cairense เพราะมีลักษณะภายนอกคล้ายตะโขงเทียม (false gharial) T. schlegelii ปัจจุบันสกุลนี้เหลือเพียงชนิดเดียวซึ่งอาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสามารถพบได้ในประเทศไทย
แต่ต่อมา งานศึกษาด้านวิวัฒนาการที่ใช้ข้อมูลของฟอสซิลชิ้นนี้พบว่าการจัดกลุ่มดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักฐาน ในปี 2023 ทีมวิจัยจากสหราชอาณาจักร สวีเดน เยอรมนี และอียิปต์ วัดขนาดกะโหลก และใช้รังสีเอกซ์ (CT scan) ตรวจโพรงสมองกับโพรงจมูกด้านใน จากนั้นนำข้อมูลไปเทียบกับจระเข้วงศ์ตะโขงทั้งชนิดที่ยังมีชีวิตอยู่และชนิดที่เป็นฟอสซิล ผลการวิเคราะห์สายวิวัฒนาการพบว่าฟอสซิลนี้ไม่ได้จัดอยู่กลุ่มเดียวกับตะโขง แต่มีความใกล้ชิดกับตะโขงอินเดีย Gavialis gangeticus มากกว่า
ทีมวิจัยจึงตั้งสกุลใหม่ให้ฟอสซิลนี้ว่า Herugavialis เป็นสกุลตะโขงใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนชื่อสปีชีส์เป็น H. cairensis

ที่มาของชื่อ
ชื่อสกุล Herugavialis มาจากชื่อเทพเฮรู (Heru) หรือฮอรัส (Horus) ของอียิปต์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับมหาสฟิงซ์ รวมกับคำว่า gavialis ซึ่งใช้เรียกตะโขงในภาษาละติน สาเหตุหนึ่งที่ทีมวิจัยเลือกชื่อนี้คือ กะโหลกฟอสซิลไม่มีส่วนปลายปาก เช่นเดียวกับมหาสฟิงซ์ที่จมูกหายไป
ฟิลิป แมนเนียน (Philip Mannion) นักบรรพชีวินวิทยาจาก UCL ผู้ร่วมทำการศึกษา กล่าวว่าความบังเอิญนี้เป็นเหตุผลที่ทีมตั้งชื่อตามเทพเฮรู ซึ่งหมวดหินแห่งนี้มีการพบฟอสซิลหลายชนิด ทั้งปลา ฉลาม และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ Herugavialis เป็นสกุลแรกที่ได้ชื่อซึ่งเกี่ยวข้องกับสฟิงซ์

นักล่าบริเวณชายฝั่งทะเลเททิส
จระเข้วงศ์ตะโขงมีปากยาวเรียวและฟันแหลม เหมาะกับการจับปลา หลักฐานฟอสซิลแสดงว่าจระเข้กลุ่มตะโขงนี้เคยกระจายตัวอยู่เกือบทั่วโลก และหลายชนิดอาศัยอยู่ในทะเลตื้น
นักวิจัยเชื่อว่า H. cairensis เองก็เป็นนักล่าบริเวณชายฝั่ง ในช่วงที่มหาสมุทรเททิส (Tethys Ocean) เมื่อ 45 ล้านปีก่อน ยังปกคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของอียิปต์ ต่างจากจระเข้วงศ์ตะโขงในปัจจุบันที่พบเฉพาะในแหล่งน้ำจืด สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ที่พบว่า H. cairensis แยกสายออกมาตั้งแต่ช่วงแรกของวิวัฒนาการในวงศ์ตะโขง และไม่ได้มีความใกล้ชิดกับจระเข้และตะโขงชนิดอื่นที่เคยพบในแถบเมดิเตอร์เรเนียน
ถึงอย่างนั้นก็มีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับจระเข้กับทะเลเมดิเตอเรเนียนอยู่ เพราะจากหลักฐานทางบรรพชีวินเราพบว่าจระเข้ในกลุ่มของตะโขงนี้กระจายตัวไปทั่วทั้งโลก แต่ในปัจจุบันไม่มีจระเข้ในทะเลเมดิเตอเรเนียนอยู่เลย นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจระเข้หายไปจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อราวหกล้านปีก่อน ในช่วงที่ทะเลแห่งนี้แห้งลงเกือบทั้งหมดและกลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล แม้ปัจจุบันจะกลับมาเป็นทะเลตามเดิมแล้วก็ตาม
คาลาฟัลลาห์ ซาลิห์ (Khalafallah Salih) นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัย Al Neelain ในกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย ให้ความเห็นว่า ผลการศึกษานี้สนับสนุนแนวคิดที่ว่าวิวัฒนาการของจระเข้วงศ์ตะโขงและญาติใกล้ชิดในแอฟริกาอาจซับซ้อนกว่าที่เคยเข้าใจกัน

ญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ของ Herugavialis
ปัจจุบันจระเข้วงศ์ตะโขงเหลืออยู่เพียง 2 ชนิด คือ ตะโขงเทียม T. schlegelii ที่อยู่อาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ตะโขงอินเดีย G. gangeticus ที่อาศัยอยู่ในอินเดียและเนปาล ซึ่งทั้งสองชนิดเป็นตะโขงที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง
ภัยคุกคามหลักของทั้งสองชนิดคือการล่า การนำไปใช้เป็นยาพื้นบ้าน และการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำที่เป็นถิ่นอาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เพราะตะโขงต้องพึ่งแม่น้ำที่สะอาดและมีปลามาก การสร้างเขื่อนและการทำประมง จึงส่งผลให้ประชากรของตะโขงลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่จระเข้และอัลลิเกเตอร์กินอาหารได้หลากหลายกว่า ตะโขงอินเดียอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต (critically endangered) ตามสถานะการอนุรักษ์ในบัญชีแดงของ IUCN มีประชากรในธรรมชาติราวหลักพันตัว ส่วนอัลลิเกเตอร์อเมริกันฟื้นตัวจนมีเกือบห้าล้านตัวแล้ว
ถึงแม้จะตะโขงได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ในกลุ่มเดียวกับจระเข้ แต่เป็นสัตว์ไม่ดุร้ายและแทบไม่เคยมีรายงานทำร้ายมนุษย์เลย ขากรรไกรของตะโขงเรียวเกินกว่าจะจับเหยื่อตัวใหญ่ได้ ต่างจากจระเข้น้ำเค็มหรือจระเข้แม่น้ำไนล์ที่ดุร้ายและมีรายงานการทำร้ายมนุษย์ให้เห็นบ่อยครั้ง
การค้นพบฟอสซิลของตะโขงในหมวดหินโมกัตตัม หมวดหินเดียวกับที่ใช้ในการสร้างมหาพีระมิดและสฟิงซ์นั้น นับว่าเป็นหนึ่งในหลักฐานของระบบนิเวศและความหลากหลายทางธรรมชาติในยุคของพาลีโอจีน (Paleogene) ซึ่งเป็นยุคถัดจากการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน อีกทั้งยังเป็นรากหลักฐานของสายใยวิวัฒนาการของสัตว์กลุ่มจระเข้ในอดีตที่ทำให้เราเข้าใจว่า พื้นที่อียิปต์เมื่อ 45 ล้านปีที่แล้วก็มีสัตว์ในกลุ่มจระเข้มากกว่าในปัจจุบันที่มีเหลือเพียงแค่จระเข้แม่น้ำไนล์ Crocodylus niloticus อยู่เพียงชนิดเดียว และสิ่งนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และดูแลรักษาระบบนิเวศเป็นอย่างมาก
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : royalsocietypublishing, mongabay
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech





