เกิดอะไรขึ้นที่ยุโรป ? ทำไมระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ต ตกเป็นเป้าโจมตีในสมรภูมิไซเบอร์
เยอรมนี โรมาเนีย และสหราชอาณาจักร เป็นประเทศล่าสุดในยุโรป ที่ตกเป็นเป้าของการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่ระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ต ด้วยวิธีเร่งอุณหภูมิของตู้แช่ รวมถึงห้องเย็นเก็บสินค้าให้สูงขึ้น บางแห่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สินค้าประเภทเนื้อสัตว์ นม อาหารพร้อมปรุง และของแช่แข็ง เน่าเสียทันที โดยก่อนหน้านั้น 1 วันได้เกิดขึ้นในเบลเยียม เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส และสวีเดน
เหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นในหลายประเทศของยุโรป ส่งผลให้สหภาพยุโรป (EU) ออกมาเตือนว่า เป็นความพยายามที่จะทำลายห่วงโซ่อาหารของกลุ่มประเทศสมาชิก ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการโจมตี และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ

ทำไมต้องแฮกระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ต ?
โดยปกติแล้วการโจมตีทางไซเบอร์ มักเกิดขึ้นกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เพื่อขโมยข้อมูล เรียกค่าไถ่ หรือสอดแนม อย่างเช่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ กรณีของ "Pegasus" (เพกาซัส) สปายแวร์รับจ้างที่มุ่งเป้าหมายทางการเมือง หรือเป็นปฏิบัติการที่มีรัฐบาลประเทศอื่นๆ อยู่เบื้องหลัง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดในยุโรป ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เปิดเผยว่า อุปกรณ์อุตสาหกรรม เช่น ระบบทำความเย็น ซึ่งในอดีตส่วนใหญ่ทำงานแบบออฟไลน์ ปัจจุบันมักเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อให้สามารถตรวจสอบและจัดการปรับอุณหภูมิตู้แช่จำนวนมากในระดับหลักสิบหรือเป็นหลักร้อยเครื่องจากระยะไกลได้ ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ แต่การเชื่อมต่อดังกล่าวอาจเปิดช่องทางให้ผู้โจมตีสามารถเจาะระบบเข้ามาควบคุมอุปกรณ์ โดยเฉพาะระบบรุ่นเก่าที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
คริสตอฟ ฮันเซน กรรมาธิการด้านอาหารและการเกษตรของสหภาพยุโรป กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นความพยายามขัดขวางห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทำให้การเข้าถึงอาหารของประชาชนได้รับผลกระทบ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงประมาณ 3 สัปดาห์ หลังซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยแห่งในฝรั่งเศสเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ในลักษณะคล้ายกัน จนต้องทิ้งสินค้าอาหารที่เน่าเสียและสร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านยูโร

อุปกรณ์ในบ้านชนิดใดบ้าง เสี่ยงต่อการถูกแฮก ?
เป้าหมายที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและถูกควบคุมจากระยะไกล อุปกรณ์เหล่านี้รวมถึงกล้องวงจรปิด กริ่งประตูแบบวิดีโอ ระบบสัญญาณเตือนภัย กลอนประตูอัจฉริยะ เครื่องควบคุมอุณหภูมิ และระบบทำความร้อนส่วนกลาง
นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เช่น ตู้เย็น เตาอบ และเครื่องซักผ้า ก็เสี่ยงต่อการถูกโจมตีได้หากเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตวงกว้าง แม้กระทั่งแปรงสีฟันบางรุ่น ซึ่งในปัจจุบันผู้ผลิตได้เพิ่มฟังก์ชันการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตลงในผลิตภัณฑ์ที่เคยเป็นระบบกลไกทั้งหมดมาก่อน เพื่อความสะดวกและควบคุมได้อย่างอัจฉริยะ
ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมความปลอดภัย ระบุว่า การโจมตีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายทั้งหมดนั้น กว่า 3 ใน 4 เป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยัง Routers อุปกรณ์ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับและส่งข้อมูล ไม่ใช่อุปกรณ์ประเภทอื่น ๆ

แฮกเกอร์ เจาะระบบควบคุมตู้แช่เย็น สามารถทำอะไรได้บ้าง ?
เมื่อแฮกเกอร์เข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้แล้ว โดยทั่วไปจะสามารถทำได้ 2 อย่าง คือ รวบรวมข้อมูล หรือเข้าควบคุมอุปกรณ์ อย่างเช่น ควบคุมกล้องวงจรปิด เห็นภาพภายในบ้าน อุปกรณ์ที่มีไมโครโฟนสามารถดักฟังเสียง ส่วน Routers สามารถเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่วิ่งผ่านเครือข่ายได้
แฮกเกอร์ที่เข้าควบคุมอุปกรณ์สามารถเปิดหรือปิดอุปกรณ์ เปลี่ยนการตั้งค่า หรือล็อกไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงบัญชีของตนเองได้ หรือหากอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิถูกแฮก อาจส่งผลกระทบต่อการทำความร้อน หรือหากตู้แช่แข็งหรือตู้เย็นถูกแฮก ก็อาจทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิทำงานผิดปกติ
ในกรณีที่ร้ายแรงกว่านั้น ผู้โจมตีอาจใช้อุปกรณ์ที่มีระบบความปลอดภัยต่ำเป็นช่องทางในการเข้าถึงระบบอื่น ๆ ที่อยู่บนเครือข่ายเดียวกัน หรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคลที่เชื่อมโยงกับบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ ได้

รถยนต์ - ระบบสาธารณูปโภค ต้องกังวลโดนแฮกไหม ?
ในอดีตเมื่อปี 2015 นักวิจัยได้เข้าควบคุมรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งที่กำลังเคลื่อนที่ จากระยะไกลผ่านระบบความบันเทิงที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ต้องมีการเรียกคืนรถยนต์ประมาณ 1.4 ล้านคัน เพื่อติดตั้งซอฟต์แวร์แก้ไข
เกือบหนึ่งทศวรรษต่อมา นักวิจัยได้เปิดเผยช่องโหว่ที่ทำให้สามารถติดตาม ปลดล็อก และสตาร์ตรถยนต์บางรุ่นได้โดยใช้เพียงหมายเลขทะเบียนรถ นักวิจัยระบุว่าได้รายงานช่องโหว่นี้ไปยังบริษัทผู้ผลิตแล้ว และได้ดำเนินการแก้ไขภายในเวลาไม่กี่เดือน อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานว่าช่องโหว่นี้ถูกนำไปใช้ในการโจมตีจริง
นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ระบุว่า ยานพาหนะและเครื่องบินสมัยใหม่ยังได้รับการออกแบบให้มีระบบความปลอดภัยและระบบสำรองที่ครอบคลุมการแฮก ส่วนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อย่างเช่น เครือข่ายไฟฟ้าและประปา โดยทั่วไปจะมีระบบความปลอดภัย ในการเฝ้าระวัง และการกำกับดูแลหลายชั้น
แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบเหล่านี้ จะปกป้องการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่าง 100% แต่โดยทั่วไประบบเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่เจาะได้ยากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ในบ้านอย่างมาก

วิธีป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าโดนแฮก
ในยุคที่เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์รอบตัวถูกเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต ทุกอุปกรณ์ย่อมกลายเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ได้หากปราศจากการป้องกันที่ถูกต้อง
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ แนะนำว่า ผู้ที่ใช้อุปกรณ์ใด ๆ ก็ตามที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตควรเปลี่ยนรหัสผ่าน และ เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย 2FA (Two-Factor Authentication) รวมทั้งหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นประจำ เพื่ออุดช่องโหว่ใหม่ ๆ หากอุปกรณ์รุ่นเก่าไม่ได้รับการอัปเดตความปลอดภัยจากผู้ผลิตอีกต่อไป ควรพิจารณาเลิกใช้งานหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
นอกจากนี้ ควรให้อุปกรณ์ส่วนใหญ่อยู่บนเครือข่าย Local Network เช่น ภายในบ้าน อาคารสำนักงาน โรงเรียน หรือโรงงาน และเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์เข้ากับอินเทอร์เน็ตวงกว้างเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นชัดเจนเท่านั้น
การโจมตีทางไซเบอร์ต้องอาศัยช่องทางอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ยิ่งมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตน้อยลงเท่าไร ช่องทางที่แฮกเกอร์จะใช้โจมตีก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น
ที่มาข้อมูล : AFP, Reuters
ชมคลิปข่าวอื่น ๆ
เจาะปฏิบัติการสงครามไฮบริด ปิดระบบตู้แช่เย็นทั่วยุโรป ตัดเสบียง
ทำไมตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรปตกเป็นเป้าโจมตี ?
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech





