หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการบุกจับกุมนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมด้วยภริยาเมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา ทหารโคลอมเบียประจำการและเตรียมพร้อมที่บริเวณสะพานซิมอน โบลิวาร์ ซึ่งเชื่อมระหว่างพรมแดนโคลอมเบียกับเวเนซุเอลา
ก่อนหน้านี้กูสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย สั่งการให้กองทัพเสริมกำลังตลอดแนวพรมแดนที่ติดกับเวเนซุเอลา พร้อมทั้งประณามปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาและเตือนว่า จะทำให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) เรียกประชุมฉุนเฉินและออกมาตรการทันที
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า โคลอมเบียถือเป็นอีกประเทศที่ป่วยหนักและถูกปกครองด้วยคนป่วยที่ชอบผลิตและขายโคเคนให้สหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งระบุด้วยว่า ผู้นำโคลอมเบียคงทำแบบนี้ไปได้อีกไม่นานและปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาต่อโคลอมเบียก็ถือเป็นเรื่องที่ฟังดูดีทีเดียว แม้ว่าผู้นำโคลอมเบียจะปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาโดยตลอด พร้อมทั้งเชิญผู้นำสหรัฐอเมริกาเดินทางมาสังเกตการณ์การปราบปรามยาเสพติดโดยรัฐบาลโคลอมเบียด้วยตนเองก็ตาม
ผู้นำโคลอมเบียเป็นหนึ่งในผู้นำที่ออกมาโจมตีผู้นำสหรัฐอเมริกาอย่างหนัก หลังจากที่สหรัฐอเมริกาส่งกำลังทหารเข้ามาในทะเลแคริบเบียนและยิงทำลายเรือมากกว่า 30 ลำ ที่อ้างว่าขนถ่ายยาเสพติด จนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 115 คน ขณะที่สหรัฐอเมริกาออกมาตรการคว่ำบาตรผู้นำโคลอมเบียโดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด
"จีน-รัสเซีย" เรียกร้องสหรัฐฯ ปล่อยตัว "มาดูโร" ทันที
สหรัฐฯ เมินกฎหมาย เปิดปฏิบัติการบุกรวบ "มาดูโร"
จับสัญญาณสหรัฐฯ เตือน "จีน-รัสเซีย" อย่าล้ำเส้นในเขตอิทธิพล











