ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ธปท.ขอสถาบันการเงินร่วมมือ ตรวจสอบเส้นเงินผิดปกติ สนับสนุนเลือกตั้งโปร่งใส

เศรษฐกิจ
19:24
890
ธปท.ขอสถาบันการเงินร่วมมือ ตรวจสอบเส้นเงินผิดปกติ สนับสนุนเลือกตั้งโปร่งใส
ธปท.เตรียมขอความร่วมมือสถาบันการเงินรายงานธุรกรรมเบิกเงินสดผิดปกติตั้งแต่ 1 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งโปร่งใส ขณะที่ TTB ยืนยันความพร้อมและยังไม่พบความผิดปกติ ท่ามกลางปริมาณเงินสดไหลเวียนนับแสนล้านบาทในช่วง 4 เดือนก่อนวันโหวต

วันนี้ (13 ม.ค.2569) สถานการณ์การไหลเวียนของเงินสดจำนวนมหาศาลนับแสนล้านบาทในช่วง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป สร้างความสนใจจากหลายภาคส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการระดมทุนเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการพบธนบัตรจำนวนมากที่ยังมีรอยเย็บลวดกระดาษกระจายตัวอยู่ในตลาด ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการถอนเงินสดจำนวนใหญ่

เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและสุจริต ธปท.ได้เตรียมมาตรการติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติเพื่อป้องกันการใช้เงินทุนในทางที่ไม่ถูกต้อง

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ธนาคารทหารไทยธนชาต เปิดเผยว่า ตามปกติแล้ว ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจะรายงานข้อมูลธุรกรรมทางการเงินให้ ธปท. รับทราบทุกวัน เพื่อการกำกับดูแลที่ต่อเนื่อง หากมีคำสั่งหรือคำขอความร่วมมือเพิ่มเติมจาก ธปท. ธนาคารทหารไทยธนชาตพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการรายงานธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินสดที่ปรากฏความผิดปกติ จากการตรวจสอบเบื้องต้นในขณะนี้ ยังไม่พบธุรกรรมใดที่เข้าข่ายผิดปกติ ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่รัดกุมและโปร่งใสของสถาบันการเงินในระบบ

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธปท.กำลังเตรียมออกหนังสือเวียนเพื่อขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ให้รายงานข้อมูลผู้ที่เบิกถอนเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ โดยเฉพาะการถอนเงินตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป และแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรชนิด 500 บาท หรือ 1,000 บาท เพื่อติดตามและตรวจสอบความผิดปกติในช่วงการเลือกตั้ง

แม้ ธปท.จะไม่มีอำนาจโดยตรงในการบังคับใช้เช่นเดียวกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่มีแผนจะออกประกาศเพื่อให้มีผลเชิงบังคับ สถาบันการเงินจึงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อสนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม

เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้ว ธปท.จะประสานงานกับ ปปง. เพื่อติดตามเส้นทางการไหลเวียนของเงินและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งจะช่วยป้องกันการใช้เงินทุนที่อาจมาจากแหล่งที่ไม่ถูกต้องในการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ยังเตรียมหารือกับ ก.ล.ต. เพื่อขอให้รายงานธุรกรรมการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่อิงอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศและมีมูลค่าสูงผิดปกติ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของการลงทุนที่น่าสงสัย ซึ่งจะช่วยสกัดกั้นทุนเทาและการฟอกเงินผ่านระบบเศรษฐกิจไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับความคืบหน้าด้านการกำกับดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำ ผู้ว่าการแบงก์ชาติระบุว่า ประกาศกระทรวงการคลังได้มอบอำนาจให้ ธปท. กำกับดูแลธุรกรรมดังกล่าวแล้ว ขณะที่ประกาศเจ้าพนักงานอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขทางกฎหมาย คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 23-29 ม.ค.2569

จากนั้น ธปท. จะมีอำนาจเต็มในการติดตามตรวจสอบธุรกรรมซื้อขายทองคำ และกำหนดเพดานการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชัน โดยอาจจำกัดไม่เกินวันละ 50-100 ล้านบาท เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น

อ่านข่าวอื่น :

“ศุภจี” หญิงเก่ง “เทคโนแครต” โกยแต้มช่วย “ภูมิใจไทย” อีกรอบ

"เกาหลีใต้" จับ 26 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชา

5 องค์กรผนึกกำลังเปิดตัว Cyber Booster 2026 ชวนสร้างสังคมดิจิทัลปลอดภัย