ล่าสุด สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจเมื่อ 11 ม.ค.2569 นายอนุทิน มีเสียงโหวตหนุนเป็นนายกฯ ที่ 15.14 % อยู่อันดับ 3 ตามหลังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ที่ได้ 31.9 % และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย ได้ 17.4 %
ส่วนพรรคที่จะเลือก สำหรับ สส.เขตและบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย คู่คี่สูสีกันในอันดับ 2 และ 13 ที่ประมาณ 16-18 % ขณะที่พรรคประชาชน รั้งอันดับ 1 ที่ 33-34 %
แม้จะไม่สูงมาก แต่ถือได้ว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย มีเสียงโหวตสนับสนุนจากโพลขึ้นเลข 2 หลัก และต่อเนื่องมานับตั้งแต่ได้เป็นรัฐบาล
ปัจจัยที่ทำให้ใจชื้นขึ้นมาก มาจากเสียงตอบรับการเป็นแคนดิเดทรองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ ใน ครม.ดรีมทีม หลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ หนึ่งในเทคโนแครต มือบริหารอาชีพจากภาคเอกชน ที่ก่อนหน้านี้ ไม้ได้ตอบรับการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย
ผลจากการเปิดความในใจถึงสาเหตุตัดสินใจเข้าทำงานทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย ว่าเกิดจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้เกียรติโทรมาทาบทามเอง พร้อมให้อิสระในการตัดสินใจ
ประการถัดมา เป็นเรื่องการทำงานเป็นทีม ด้วยพื้นฐานไม่มีใครทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่หากทำเป็นทีมจะบรรลุผลสำเร็จได้ และประการสุดท้าย ความรักชาติ รัก อธิปไตยที่ตรงกัน
ดังนั้น หากพรรคภูมิใจไทย ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ให้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล นางศุภจียินดีจะอยู่ช่วยงานร่วมสานภารกิจที่ยังไม่สำเร็จให้เสร็จสิ้น
ถือเป็นการสร้างหลักประกันให้กับผู้สนับสนุนนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย โดยตรง ในช่วงที่กลุ่มพลังเงียบ หรือ “สวิงโหวต” ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ในผลสำรวจของโพลหลายสำนัก ที่อาจยังลังเล ให้กล้าตัดสินใจเพิ่ม
หลังจากนิด้าโพล เปิดผลสำรวจครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังการเปิดตัวผู้สมัครสส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ พร้อมเบอร์ รวมถึงแคมดิเดทนายกฯของแต่ละพรรคแล้ว คะแนนหนุนนายอนุทิน เพิ่มขึ้นเป็น 20.8 % ตามหลังนายณัฐพงษ์ที่ได้ 24.7 % ไม่ถึง 4 %
ขณะที่ สส.ที่จะเลือก ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อยู่อันดับ 2 ที่ 21-22 % ตามหลังพรรคประชาชนที่ได้ประมาณ 30 % แต่นำหน้าพรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ที่ได้ประมาณ 15 %
เป็นการขยับแซงหน้าพรรคค่ายสีแดง และยังไล่จี้หายใจรดต้นคอพรรคค่ายสีส้มอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งจากผลงานรัฐบาลเรื่องแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยึดแนวทางแบบเข้มข้นโดนใจคนไทยส่วนใหญ่ และอีกส่วนหนึ่งจาก “โครงการคนละครึ่งพลัส” และการขับเคลื่อนผลงานด้านเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง
ทำให้ถูกคาดหมายว่า ผลสำรวจของโพลครั้งต่อไป หลังการเข้าร่วมดีเบตแคนดิเดตนายกฯ ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และการตอบรับพร้อมเดินหน้าไปกับพรรคภูมิใจไทยในฐานะครม.ดรีมทีม ของนางศุภจี จะทำให้คะแนนนิยมจากการสำรวจเพิ่มขึ้นไปไล่บี้กับพรรคประชาชนได้อย่างสมน้ำสมเนื้อในช่วงโค้งสุดท้าย
ในฐานะคู่แข่งและเป็น 2 พรรคใหญ่ที่จะไล่บี้ไล่เบียด ชิงพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569
แม้ในมุมของนักสังเกตการณ์การเมือง และเป็นอดีต สส.หลายสมัย อย่างนายเทพไท เสนพงศ์ จะเห็นว่า การประกาศร่วมเดินหน้าไปกับพรรคค่ายสีน้ำเงินของนางศุภจี จะช่วยเพิ่มฐานคะแนนส่วนหนึ่ง ให้กับพรรคภูมิใจไทย ได้เฉพาะในกรุงเทพฯ และเขตเมืองในบางจังหวัดเท่านั้น
แต่ในเขตเลือกตั้งรอบนอก หรือแม้แต่ภาคใต้ที่พรรคภูมิใจไทย ประกาศจะปักธง สส.30 คน อาจจะช่วยไม่ได้มาก ทั้งคะแนนสส.เขตที่ผู้สมัครมีฐานเสียงสนับสนุนส่วนบุคคลเป็นสำคัญ และคะแนนบัญชีรายชื่อ ที่เชื่อว่า ผู้บริหารพรรค ไม่ได้คาดหวังอยู่ก่อนแล้ว
แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ คือเป็นต้นแบบสำหรับการเปิดตัวเทคโนแครต หรือมือบริหารอาชีพจากภาคเอกชน เข้ามาเป็นตัวช่วย หรือเป็นส่วนหนึ่งของจุดขายสำหรับพรรคการเมือง เพราะปกติ การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับนักเลือกตั้งอาชีพ ก็มีโควตาจำกัดจำเขี่ย อยู่แล้ว
นางศุภจี รวมทั้งนายเอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาส และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว จึงถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บุกเบิกเหล่านั้น
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
"อภิสิทธิ์" หาเสียงอโศก ขอเปลี่ยนเสียงกรี๊ด-อ้อมกอดเป็นคะแนนให้ ปชป.
ปัญหาฝุ่นยังยืดเยื้ออีก 3-4 วัน นักวิชาการชี้เกิดจากลมนิ่ง
กลับดาวแล้ว "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่าหัวใจนักสู้ ท่ามกลางอ้อมกอดรักจากคน 115 วัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











