การเมืองเริ่มคึกคักขึ้น ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ.2569 หลายพรรคการเมืองต่างเร่งลงพื้นที่พบปะประชาชน หาเสียง และช่วงชิงคะแนนนิยมในโค้งสุดท้าย
เป้าหมายสำคัญไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มจำนวนที่นั่ง สส.ของพรรคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพยายามทำให้นโยบายและตัวบุคคลของพรรค เป็นที่รู้จักและจดจำของประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความคุ้นเคย ก่อนการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ไทยพีบีเอสออนไลน์ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในรูปแบบกิจกรรมพูดคุยเชิงสร้างสรรค์ ผ่านเกม “จับฉลากชื่อพรรคการเมือง” ของรายการชั่วโมงข่าวเสาร์อาทิตย์ ทางไทยพีบีเอส โดยให้ผู้ร่วมกิจกรรมพูดถึงภาพจำของพรรคการเมือง ที่ตนเองให้ความสนใจ ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อสะท้อนมุมมองความรู้สึก และระดับการรับรู้ทางการเมืองของประชาชน
จากการสำรวจพบว่า ภาพจำของแต่ละพรรคการเมืองในสายตาประชาชน มีความหลากหลายและแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางคนเพียงเห็นชื่อพรรค ก็สามารถตอบได้ทันที ทั้งชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นโยบายหลัก รวมถึงเหตุการณ์สำคัญในอดีตที่เกี่ยวข้องกับพรรคนั้น แสดงให้เห็นถึงระดับการติดตามข่าวสารและการจดจำทางการเมืองที่ค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางส่วนมีท่าทีแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน ทันทีที่จับฉลากได้ชื่อพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ก็พูดขึ้นมาทันทีว่า ตนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดบางประเด็นของพรรค พร้อมให้เหตุผลประกอบว่า “ไม่อยากแต่งงาน 4 คน” ซึ่งเป็นคำที่ใช้สื่อถึงจุดยืนของตนเองโดยตรง
ขณะที่ประชาชนบางคนแม้จับได้ชื่อพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ทราบนโยบายของพรรคนั้น โดยให้เหตุผลว่า ตนมีพรรคที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นแคนดิเดตของพรรคใดหรือจะมีการเสนอนโยบายในรูปแบบใด ก็ยังพร้อมให้โอกาสและสนับสนุนพรรคเดิมเสมอ
ในอีกมุมหนึ่ง มีประชาชนที่ยังมีภาพจำของพรรคการเมือง ที่ผูกโยงกับบุคคลทางการเมืองอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงชื่อพรรคการเมือง ก็สามารถเชื่อมโยงไปถึงบุคคลทางการเมืองได้ทันที เช่น การนึกถึง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ของประเทศไทย เมื่อจับได้ชื่อพรรคประชาธิปัตย์
สะท้อนให้เห็นว่า บุคคลสำคัญทางการเมือง ที่มีบทบาทสำคัญในอดีต ยังคงเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ประชาชนจดจำพรรคการเมืองได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักหรือคุ้นเคยกับทุกพรรคการเมืองที่ลงแข่งขัน เมื่อเปิดฉลากขึ้นมา ถึงกลับมีอาการนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยอมรับตรง ๆ ว่าไม่เคยได้ยินชื่อพรรคการเมืองดังกล่าว หรือไม่คุ้นเคยกับบทบาทของพรรคเลย
ในทางกลับกัน เมื่อบางคนจับได้ชื่อพรรคการเมืองที่ตนเองไม่ชอบ ก็แสดงท่าทีชัดเจนด้วยการส่ายหน้า พร้อมบอกสั้น ๆ ว่า “ไม่เอาพรรคนี้” ซึ่งเป็นการสะท้อนมุมมองและความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อพรรคการเมืองนั้นโดยตรง
หรือเมื่อแม่ค้าท่านหนึ่งจับได้ชื่อ “พรรครักชาติ” ก็ยอมรับทันทีว่า ไม่รู้จักพรรคนี้จริง ๆ โดยมองว่าเป็นพรรคใหม่มาก พร้อมระบุว่าตนมีพรรคการเมืองที่อยู่ในใจอยู่แล้ว และใช้เกณฑ์การพิจารณาจากนโยบายของพรรคที่เห็นว่า “ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์” เป็นหลักในการตัดสินใจเลือกพรรคที่สนับสนุน
การสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสะท้อน การรีเช็คภาพจำของพรรคการเมืองในสายตา หรือ ในมุมมองความคิดเห็นของประชาชนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถจดจำนโยบาย ผลงาน หรือจุดยืนของพรรคต่าง ๆ ได้มากน้อยเพียงใด
ท่ามกลางการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มี พรรคการเมืองมากกว่า 50 พรรคที่ลงแข่งขันภายใต้ความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าฟันวิกฤตในหลายด้าน
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า แต่ละพรรคการเมืองจะใช้กลยุทธ์ใดในการสร้างภาพจำของพรรคให้ชัดเจน โดดเด่น และเป็นที่จดจำของประชาชนได้มากยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงวันตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ
รายงาน : น.ส.ฐปริญญาธร บวชสันเทียะ นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (ฝึกงานโต๊ะข่าวออนไลน์)
อ่านข่าว :
ชันสูตร "วาฬโอมูระ" จมน้ำตายจากการป่วย-พลัดหลงแม่
"สว.สำรอง" จี้ดีเอสไอเร่งคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน เรียกร้อง 138 สว.ลาออก
ทภ.1 ชี้หากวงเลขาฯ RBC ไทย-กัมพูชาไร้ข้อสรุปจะไม่ลงนามร่วม 29 ม.ค.
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











