วันนี้ (28 ม.ค.2569) เวลา 15.00 น. ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 53.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อ ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 มค.ก./ลบ.ม.)
12 อันดับค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด
- เขตหนองจอก 81.9 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- เขตคลองสามวา 78.6 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- เขตคันนายาว 76.6 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- เขตสายไหม 75.5 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- เขตมีนบุรี 75.4 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- เขตประเวศ 70.5 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- 7 สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 69.2 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- 8 เขตลาดกระบัง 68.7 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- 9 สวนหนองจอก เขตหนองจอก 67.3 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- 10 สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 65.3 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- 11 เขตสะพานสูง 64.2 มคก.ต่อ ลบ.ม.
- 12 เขตบึงกุ่ม 63.3 มคก.ต่อ ลบ.ม.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนอยู่ในระดับสีแดงในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก 3–4 เขต และปทุมธานี ว่า สาเหตุหลักมาจากการเผาชีวมวลทางการเกษตรในจังหวัดพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่อยู่เหนือลม
ประกอบกับสภาพอากาศที่ปิดในช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงช่วงเช้า ทำให้ฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปรียบเสมือนมีฝาชีครอบอยู่ หากในช่วงบ่ายอุณหภูมิสูงขึ้นและอากาศเปิดมากขึ้น สถานการณ์มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงได้
ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและการประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น ฟางข้าวและซากพืช ในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่เผาสะสมเริ่มต้นประมาณ 13,000 ไร่ และเพิ่มขึ้นเกือบ 20,000 ไร่ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ส่งผลให้กลุ่มควันจำนวนมากเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพมหานครตามทิศทางลม ทำให้ค่าฝุ่นเริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา คันนายาว และประเวศ รวมถึงจังหวัดปทุมธานีบางส่วน โดยเฉพาะในช่วงเช้าวันนี้
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ฝุ่นรุนแรงในช่วงเช้า คือ ภาวะอากาศปิดหรืออุณหภูมิผกผัน ส่งผลให้อากาศนิ่งและการระบายตัวของฝุ่นทำได้ยาก ฝุ่นละอองจากการเผาในช่วงก่อนหน้าจึงสะสมใกล้พื้นดินมากขึ้น แม้จะมีฝุ่นจากแหล่งกำเนิดอื่น เช่น การจราจรอยู่บ้าง แต่ถือเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับฝุ่นที่มาจากการเผาชีวมวลในพื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพฯ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนจากค่าฝุ่นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในฝั่งกรุงเทพมหานครตะวันออก และปทุมธานี
อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้มุ่งโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยร่วมมือกับจังหวัดต้นทาง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมถึงต้องหาวิธีช่วยเหลือเกษตรกรให้มีทางเลือกอื่นในการจัดการซากพืชทางการเกษตร เพื่อลดความจำเป็นในการเผา ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาฝุ่นควัน เช่น การใช้จุลินทรีย์ย่อยชีวมวล และการใช้รถอัดฟางข้าว
ในช่วงที่สถานการณ์ยังอยู่ในระดับเฝ้าระวัง ขอให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ฝั่งตะวันออก งดกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างเหมาะสม ขณะที่สถานศึกษายังคงเปิดทำการตามปกติ เนื่องจากโรงเรียนมีมาตรการดูแลพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้แต่ละเขตสามารถพิจารณาปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ได้
กรุงเทพมหานคร จะติดตามสภาพอากาศ จุดความร้อน และทิศทางลมอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านคุณภาพอากาศและดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างดีที่สุด
นอกจากนี้ ขอความร่วมมือ Work From Home (WFH) ในวันที่ 29–30 ม.ค.569 เนื่องจากคาดการณ์ว่าค่าฝุ่น PM2.5 จะอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ครอบคลุมมากกว่า 35 เขต พร้อมเชิญหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเป็นเครือข่าย WFH โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://u.bangkok.go.th/WFH2569
อ่านข่าว :
สสจ.ภูเก็ต ยืนยัน ยังไม่พบผู้ป่วย "โรคไวรัสนิปาห์" ในพื้นที่
สปสช.แจงปมเชิญแพทย์ชนบทช่วยโควิดปี 64 ยันไม่ได้สั่งการ
แบงก์ชาติ พบเบิก "เงินสด" ผิดปกติ 100-250 ล้านบาท
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











