สนามรบเมืองหลวงในช่วงค่ำคืนวันนี้ (6 ก.พ.2569) จะเป็นสถานีปลายทางสุดท้ายที่พรรคการเมืองใหญ่ 4 ค่ายสีเสื้อ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ “ทิ้งทวน” นโยบายและวิสัยทัศน์ เพื่อให้คนกรุงฯ ได้ตัดสินใจก่อนเข้าคูหา “กากบาท” ลงคะแนนเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569
ฐานทัพของ “ค่ายส้ม” พรรคประชาชน จะตั้งอยู่ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ จะยกทีมโชว์วิชันหัวข้อ “ประชาชน เปลี่ยนประเทศ” ขณะที่ค่ายแดง “พรรคเพื่อไทย” ปักหมุดสนามเทพหัสดิน (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ)
“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ อันดับ 1 จะโชว์สโลแกน “ ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่”
ส่วนค่ายน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นำทีมโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนนายกฯ ปราศรัยปิดโค้งสุดท้าย ชูสโลแกน "เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก" ยึดชัยภูมิที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
และ“ค่ายฟ้าแม่พระธรณีบีบมวยผม” ประชาธิปัตย์ ยึดหัวหาด One Bangkok บริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดถนนพระราม 4 ใกล้สวนลุมพินี มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เปิดปราศรัยใหญ่ “ทางรอดที่ปลอดภัยของประเทศไทย”
สนามเลือกตั้งกทม.มีทั้งหมด 33 เขตเลือกตั้ง เมื่อปี 2566 พรรคก้าวไกล แลนด์สไลด์ ชนะเลือกตั้ง 32 เขต ส่วนพรรคเพื่อไทย ชนะเขตเดียวคือ เขตเลือกตั้งที่ 20 เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) ที่ “ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” หรือ สส.อิ่ม พรรคเพื่อไทย รักษาเก้าอี้ ส.ส.ไว้ได้เป็นสมัยที่ 3
เลือกตั้ง 2569 ทุกพรรคการเมืองส่งผู้สมัครครบ 33 เขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคการเมืองภูธร “ภูมิใจไทย”ที่หวังจะเจาะพื้นที่เมืองหลวง หากส่องผู้สมัครสส.ค่ายน้ำเงินในโลกโซเชียล มีดาวเด่น ๆ หลายเขตเลือกตั้ง เช่น เขต 1 “ลลิดา เพริศวิวัฒนา” อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องเจอกับ “ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์” พรรคประชาชน และ “พีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี” พรรคประชาธิปัตย์ และ “ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์” จากเพื่อไทย
เขต 5 เขตห้วยขวาง ,เขตวังทองหลาง (ยกเว้นแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) ส่ง“ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ”อดีตสส.เพื่อไทย รองนี้สวมเสื้อสีน้ำเงินลงชนกับ “ปิติกรณ์ บรรณเภสัช” พรรคประชาชน “ธนัตถ์ บุนนาค” พรรคประชาธิปัตย์ และ “ขจรศักดิ์ ประดิษฐาน” พรรคเพื่อไทย โดยเขตนี้ภท.อาจมีลุ้น
เขต 11 สายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) ภูมิใจไทยส่ง “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” หรือ “เอก สายไหมต้องรอด”แก้มืออีกครั้ง ชนแชมป์เก่า ค่ายส้ม “ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์” พรรคประชาชน และ “รัตติกาล แก้วเกิดมี” พรรคเพื่อไทย รอบนี้ค่ายน้ำเงิน อาจหวังกระแส แต่ก็ยังยาก
สุดท้าย คือ เขต 14 วังทองหลาง (เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) และเขตบางกะปิ แม้ค่ายน้ำเงินจะมีลุ้น เนื่องจาก “โอ๋ สุดซอย” ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ อดีตสส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ และลง สส.อีกรอบนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ยุค "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอ แต่ไม่ได้รับเลือก
รอบนี้ “โอ๋ สุดซอย” ฐิติภัสร์ เปลี่ยนสังกัดมาอยู่ใต้ชายคาภูมิใจไทย เคยมีผลงานตรวจสอบโรงงานปล่อยมลพิษ เหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน เมื่อครั้งทำงานกับ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรมว.อุตสาหกรรม เจอค่ายส้ม “ก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์” พรรคประชาชน “พิชาญศักดิ์ บุญมาศ” พรรคประชาธิปัตย์ และ พงศกร รัตนเรืองวัฒนา พรรคเพื่อไทย
ปี 2566 หมิว “สิริลภัส กองตระการ” พรรคก้าวไกล ได้รับการเลือกตั้งเขตนี้ ด้วยคะแนนเสียง 42,218 คะแนน เอาชนะ “โอ๋” ฐิติภัสร์ ไปได้ รอบนี้จึงน่าจับตา
ส่วนโอกาสที่ค่ายสีฟ้า “ประชาธิปัตย์” จะทวงคืนพื้นที่เก่าจากค่ายส้ม “ประชาชน” กลับเข้ามาปักธงในพื้นที่เมืองหลวง ยังมีลุ้นอีกหรือไม่นั้น หากดูการเดินสายของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคฯที่ออกมาย้ำจุดยืน “ประชาธิปัตย์” คือ “ทางรอดที่ปลอดภัย”ในพื้นที่กทม.ก็มีความหวังสูงในหลายเขต
มีการประเมินว่า แม้ “ค่ายส้ม” ยังมาแรง แต่จากการหยั่งคะแนนจากผู้สมัครสส.ที่ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งในหลายเขตเลือกตั้ง “ค่ายแม่พระธรณี” ยังมีความหวัง หากแฟนคลับเดิมเทคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายมาให้คนรุ่นใหม่ เช่น “ วีร์ ศรีวราธนบูลย์” เขต 23 เจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร เขต 33 หรือ อภิมุข ฉันทวานิช เขต 3 บางคอแหลม
สำหรับบางคอแหลมเป็นถิ่นเดิมของประชาธิปัตย์ เคยมี “เจริญ คันธวงศ์” และ “สมเกียรติ ฉันทวานิช” เป็นอดีตสส. ในรอบนี้ อภิมุข ปะทะกับ “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” พรรคประชาชน เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ พรรคเพื่อไทย และสาโรช ต่อเทียนชัย พรรคภูมิใจไทย
“ประชาธิปัตย์ขอเสนอตัวเป็นทางรอดที่ปลอดภัย ใน 5 มิติหลัก คือ ปลอดภัยจากการโกง ความจน ความเหลื่อมล้ำความขัดแย้ง และปลอดภัยจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก ... มันไม่ใช่แค่การเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ประเทศอยู่ในภาวะอันตรายหลายเรื่อง ทั้งทุจริตคอร์รัปชัน เศรษฐกิจแข่งขันไม่ได้ การปลุกเร้าทางการเมืองของ 2 ขั้ว ก็ทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น แล้วก็ต่างประเทศก็วิเคราะห์ว่าเราก็จะมีปัญหามากขึ้น จะเป็นโอกาสที่ประชาชนจะเปลี่ยนทิศทางตรงนี้” อภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนพรรคเพื่อไทย เลือกตั้งครั้งที่แล้ว เหลือเพียงหนึ่งเดียวจาก “อิ่ม-ธีรรัตน์” การกลับเข้ามาแทรกของ “ค่ายแดง”ในการเลือกตั้ง 2569 แต่ใช่จะไร้ความหวัง หลังพลิกเกมส่ง “ยศชนัน” มานำทัพ ตะลุยหาเสียงได้เสียงขานรับจากแฟนคลับพันธุ์แท้อย่างท่วมท้น
“ อีก 2 วันจะมีการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย วันนี้ขอประกาศ พร้อมเป็นนายกฯ ของชาวบางคอแหลมทุกคน ที่นี่มีความสวยงาม... หลายคนรอความหวัง ความฝัน รออากาศจะดีขึ้น เศรษฐกิจจะดีขึ้น การท่องเที่ยวจะเข้ามา ปากท้องจะดีขึ้น เรื่องนี้เราจะเริ่มทันที แก้หนี้ทั้งระบบ กระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30” ยาหอมจากแคนดิเดตพรรคเพื่อไทย
มารอลุ้นว่า 4 พรรคใหญ่ ใครจะเจาะ หรือทวงคืนพื้นที่ได้กทม.ได้ สนามรบเมืองหลวงรอบนี้ “ดุเดือด” ยิ่งนัก หากใครแจ้งเกิดได้ถือว่า “ไม่ธรรมดา”
อ่านข่าว
อีสานเดือด “ภท.-พท.” นัดล้างตา ชิง “ปักธง” ชายแดนยกจังหวัด
เลือกตั้ง 2569 : วันนี้ 4 พรรคใหญ่ปราศรัยใหญ่ โค้งสุดท้าย










