ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เลือกตั้ง 2569 : เข้าคูหา เลือก สส.-ออกเสียงประชามติ ทุกคำถามมีคำตอบที่นี่

การเมือง
12:43
987
เลือกตั้ง 2569 : เข้าคูหา เลือก สส.-ออกเสียงประชามติ ทุกคำถามมีคำตอบที่นี่
8 ก.พ.2569 วันเลือกตั้งพร้อมออกเสียงประชามติ หากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวันเวลา วิธีโหวต พรรคการเมือง หรือข้อห้ามต่างๆ ไทยพีบีเอสออนไลน์รวบรวม 20 คำถามยอดฮิตพร้อมคำตอบชัดเจน ครบ จบ ที่นี่ที่เดียว!

การเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ.2569 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญอีกครั้งหนึ่งของการเมืองไทย ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือก สส.เข้าสภา แต่ยังรวมการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะกำหนดทิศทางประเทศในอนาคต แบบที่ไม่มี สว. เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้เสียงประชาชนมีน้ำหนักมากขึ้น

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยมีผู้สมัครจาก 57 พรรคการเมืองเข้าร่วมแข่งขัน ประชาชนจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 3 ใบ เพื่อเลือก สส.แบบแบ่งเขต สส.แบบบัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชามติ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเข้มงวดเรื่องข้อห้ามต่าง ๆ เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตและเป็นธรรม รวมถึงการเตือนเรื่องการแต่งกายที่อาจชี้นำการโหวต ต่อไปนี้คือ 20 คำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบละเอียด

1.การเลือกตั้งครั้งนี้คืออะไร ?

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปครั้งที่ 28 ของไทย การเลือกตั้งครั้งนี้จะเลือก สส. ทั้งหมด 500 คน แบ่งเป็นแบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน พร้อมกับการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแทนที่รัฐธรรมนูญปี 2560

การเลือกตั้งนี้ครั้งนี้เกิดจาก พ.ร.ฎ.ยุบสภาที่ประกาศเมื่อ 11 ธ.ค.2568 ทำให้ต้องจัดภายใน 60 วัน และเป็นครั้งแรกที่เสียงประชาชนกำหนดรัฐบาลโดยตรงโดย ไม่มี สว. แต่งตั้งเข้ามาเกี่ยวข้อง

2.วัน-เวลาเลือกตั้ง

กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 เวลา 08.00-17.00 น. ทั่วประเทศ โดยเป็นวันเลือกตั้งหลักสำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า หากเลยเวลา 17.00 น. จะไม่สามารถโหวตได้ การเลือกตั้งครั้งนี้รวมการออกเสียงประชามติด้วย ทำให้ประชาชนต้องไปใช้สิทธิในวันเดียวกัน ยกเว้นผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในส่วน สส. ที่จัดในวันที่ 1 ก.พ. แต่ประชามติต้องมาในวันที่ 8 ก.พ. เท่านั้น

กกต. ย้ำให้ประชาชนตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน และเตรียมตัวให้พร้อมเพราะคาดว่าผู้มาใช้สิทธิ์จะจำนวนมาก

3.ใครมีสิทธิลงคะแนนเสียง ?

ประชาชนไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (เกิดก่อนวันที่ 8 ก.พ.2551) และมีชื่อในทะเบียนบ้านอย่างน้อย 90 วันก่อนวันเลือกตั้ง จะมีสิทธิโหวตทั้งเลือกตั้ง สส. และ ออกเสียงประชามติ โดยต้องไม่เป็นภิกษุสามเณร นักพรต นักบวช หรือถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และไม่ถูกคุมขังโดยหมายศาล

ผู้มีสิทธิต้องมีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ที่ กกต. ประกาศก่อนวันเลือกตั้งอย่างน้อย 25 วัน หากชื่อหายหรือมีชื่อคนอื่นมาแทน ต้องแจ้งแก้ไขภายในวันที่กำหนด มิเช่นนั้นอาจเสียสิทธิ หากเป็นผู้พิการหรือสูงอายุ สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ และคุณสมบัติสำหรับเลือกตั้งและประชามติเหมือนกันทุกประการ

4.ต้องเตรียมเอกสารอะไรไปเลือกตั้ง ?

บัตรประชาชนตัวจริงไปแสดงที่หน่วยเลือกตั้ง (บัตรหมดอายุก็ยังใช้ได้) หากไม่มีสามารถใช้เอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง บัตรข้าราชการ หรือแม้แต่หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์จากแอปฯ ThaiD โดยเอกสารต้องมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนชัดเจน ห้ามใช้สำเนาหรือรูปถ่ายจากโทรศัพท์แทน

กกต. แนะนำให้ตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหา และหากเป็นผู้พิการที่ไม่สามารถเซ็นชื่อได้ สามารถใช้ลายนิ้วมือแทนได้ตามระเบียบ พร้อมทั้งเตรียมหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันส่วนตัวหากจำเป็น

5.มีบัตรเลือกตั้งกี่ใบ และสีอะไร ?

มี 3 ใบ การกาทุกบัตรต้องใช้เครื่องหมายกากบาทเท่านั้น ห้ามเขียนข้อความอื่นหรือทำให้บัตรชำรุด มิเช่นนั้นบัตรจะเสีย

  • บัตรสีเขียวสำหรับ สส.แบบแบ่งเขต (กากบาทได้เบอร์เดียว เลือกผู้สมัครในเขต)
  • บัตรสีชมพูสำหรับ สส.แบบบัญชีรายชื่อ (กากบาทพรรคการเมืองเพื่อคำนวณ สส.ปาร์ตี้ลิสต์)
  • บัตรสีเหลืองสำหรับออกเสียงประชามติ (กากบาทเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่)

6.ประชามติเกี่ยวกับอะไร ?

เป็นการออกเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแทนที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ถูกวิจารณ์เรื่องอำนาจ สว. แต่งตั้งและโครงสร้างที่ไม่ประชาธิปไตย หากประชามติผ่าน (เสียงเห็นชอบมากกว่าไม่เห็นชอบ และมีผู้มาโหวตเกินครึ่งของผู้มีสิทธิ) จะนำไปสู่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น หากไม่ผ่าน จะต้องใช้รัฐธรรมนูญเดิมต่อไป

การออกเสียงประชามติครั้งนี้ จัดพร้อมการเลือกตั้ง สส. เพื่อประหยัดงบประมาณ และเป็นครั้งแรกที่ถามประชาชนโดยตรงเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยคำถามคือ "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ผู้มีสิทธิสามารถกากบาทเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือไม่แสดงความคิดเห็นได้

7.จำนวนเขตเลือกตั้งและผู้มีสิทธิ์มีเท่าไหร่ ?

มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด 400 เขตทั่วประเทศ โดยคำนวณจากจำนวนประชากรเฉลี่ย 162,384 คน/ สส. 1คน (จากข้อมูลประชากร 64,953,661 คน ณ สิ้นปี 2567) จังหวัดที่มีเขตมากที่สุดคือกรุงเทพฯ 33 เขต ตามด้วยนครราชสีมา 16 เขต ขอนแก่นและอุบลราชธานี 11 เขต ขณะที่จังหวัดอย่างตราด ระนอง สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี มีเพียงเขตเดียว

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคาดว่าประมาณ 52 ล้านคน (อายุ 18 ปีขึ้นไป) โดย กกต. จัดหน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000 หน่วย เพื่อรองรับผู้มาโหวต และมีมาตรการพิเศษสำหรับพื้นที่ห่างไกลหรือชุมชนหนาแน่นเพื่อลดความแออัด รวมทั้งจัดหน่วยเคลื่อนที่สำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุ

8.วิธีตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง-รายชื่อผู้มีสิทธิ ?

ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์กรมการปกครอง www.bora.dopa.go.th โดยเข้าไปที่ลิงก์ตรวจสอบผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สส. หรือผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หรือแอปฯ Smart Vote ของ กกต. โดยกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักและวันเกิด จะแสดงชื่อ หน่วยเลือกตั้ง ลำดับในบัญชี เขตเลือกตั้ง และสถานที่

หากชื่อหายหรือผิดพลาด ต้องแจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือ กกต. ประจำจังหวัดก่อนวันที่ 28 ม.ค.2569 (ก่อนวันเลือกตั้งอย่างน้อย 10 วัน) เพื่อเพิ่มหรือถอนชื่อ ทั้งนี้ กกต. ส่งรายชื่อไปยังเจ้าบ้านเพื่อตรวจสอบ และหากเป็น "ชื่อผี" (ชื่อคนตายหรือคนที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน) ต้องแจ้งถอนเพื่อป้องกันทุจริต การตรวจสอบล่วงหน้าช่วยลดปัญหาวันจริง และมีสายด่วน 1170 สำหรับสอบถาม

9.ข้อห้าม 13 ข้อ ห้ามทำในวันเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำถึงข้อห้ามทางกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 13 ข้อ เพื่อรักษาความสุจริตและความเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การทุจริต ดังนี้

  1. การสวมสิทธิ ห้ามผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งทำการลงคะแนนแทนบุคคลอื่น
  2. การทำลายบัตรเลือกตั้ง ห้ามกระทำการโดยจงใจที่ทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดการชำรุด เสียหาย หรือกลายเป็นบัตรเสีย
  3. การมีส่วนร่วมของผู้ไม่มีสัญชาติไทย ห้ามผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้ง
  4. การพนันผลการเลือกตั้ง ห้ามเล่นหรือชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันที่เกี่ยวข้องกับผลของการเลือกตั้ง
  5. การหาเสียงในเวลาที่กำหนด ห้ามดำเนินการหาเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน นั่นคือ วันที่ 7 ก.พ.2569 ไปจนกระทั่งสิ้นสุดวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569
  6. การบันทึกภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ทำการลงคะแนนไปแล้ว
  7. การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จซึ่งส่งผลกระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง
  8. การนำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากบริเวณที่เลือกตั้ง
  9. การขัดขวางการใช้สิทธิ์ ห้ามกระทำการขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถเดินทางไปใช้สิทธิ
  10. การเผยแพร่ผลสำรวจ ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน ในช่วงระยะเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน
  11. การจัดยานพาหนะ ห้ามจัดยานพาหนะเพื่อรับ-ส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง โดยไม่เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าจ้างตามปกติ เพื่อจูงใจให้ไปลงคะแนน
  12. การใช้บัตรปลอม ห้ามใช้บัตรอื่นใดที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งซึ่งออกให้เพื่อการออกเสียงลงคะแนน
  13. การแสดงบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ได้ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น

10.ร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งทำอย่างไร ?

หากพบการซื้อเสียง โกงคะแนน หรือฝ่าฝืนข้อห้าม ประชาชนสามารถร้องผ่านแอป ECT Report, สายด่วน 1170 หรือยื่นที่ กกต. จังหวัดภายใน 30 วัน โดนต้องมีหลักฐาน ได้แก่ วิดีโอ รูป พยาน ต่อจากนั้น กกต.จะทำการสอบสวนและอาจสั่งเลือกตั้งใหม่ ผู้ที่กระทำผิด จะต้องโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท เพิกถอนสิทธิ 20 ปี

11.วิธีคำนวณ สส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นอย่างไร ?

สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน คำนวณจากคะแนนรวมทั้งประเทศของแต่ละพรรค โดยใช้สูตรคะแนนพรรคหารด้วยจำนวนราษฎรเฉลี่ยต่อ สส. (162,384 คน) เพื่อหาจำนวน สส. ที่พรรคควรได้ หากพรรคได้คะแนนไม่พอเกณฑ์ (ไม่ถึง 71,500 คะแนนโดยประมาณ) จะไม่ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคที่ได้ สส.เขตน้อยกว่าที่ควรได้จากคะแนนรวมจะได้รับการชดเชยจากบัญชีรายชื่อ

ระบบนี้ช่วยให้การเลือกตั้งสะท้อนเสียงประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่เขตท้องถิ่น ทั้งนี้ กกต. จะประกาศผลคำนวณภายใน 60 วันหลังวันเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และประชาชนสามารถติดตามผ่านเว็บไซต์ กกต.

12.คูหาเลือกตั้งกับคูหาออกเสียงประชามติ อาจเป็นคนละที่ ?

แม้ว่าการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติจัดในวันเดียวกัน คือ 8 ก.พ. 2569 แต่หน่วยเลือกตั้งอาจไม่เหมือนกันเสมอไป โดยส่วนใหญ่ผู้มีสิทธิตามทะเบียนบ้านจะไปที่เดียวกัน แต่หากลงทะเบียนออกเสียงประชามติ นอกเขต (เช่น ย้ายถิ่นชั่วคราวหรือทำงานต่างจังหวัด) อาจต้องไปหน่วยเลือกตั้งต่างกันสำหรับบัตรสีเหลือง (ประชามติ) ขณะที่บัตร สส. ยังคงตามเขตเดิม เพื่อความแน่ใจ ให้เอาบัตรประชาชนเช็กที่เว็บไซต์นี้ก่อน

ระบบจะแสดงหน่วยเลือกตั้ง สถานที่ และลำดับชัดเจน หากต่างกันให้วางแผนเดินทางล่วงหน้า และหากชื่อไม่ตรงต้องแจ้งแก้ไขด่วนก่อนวันเลือกตั้ง

13. ใส่เสื้อทีมฟุตบอลหรือเสื้อที่มีหมายเลขไปเลือกตั้งได้หรือไม่ ?

ไม่ควรใส่เสื้อทีมฟุตบอล เสื้อกีฬา หรือเสื้อใด ๆ ที่มีตัวเลขหรือหมายเลขกำกับ โดยเฉพาะหมายเลขด้านหลังเสื้อฟุตบอล ไปในวันเลือกตั้ง เพราะ กกต. เตือนว่าอาจถูกตีความว่าเป็นการชี้นำ หรือ โฆษณาหาเสียงโดยปริยาย ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. มาตรา 79 ซึ่งห้ามทำการโฆษณาหาเสียงทุกวิธีตั้งแต่ 18.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ.2569 จนถึงสิ้นสุดวันเลือกตั้ง แม้ไม่มีเจตนาก็ตาม

หากมีผู้มาใช้สิทธิคนอื่นเห็นแล้วร้องเรียน ผู้ที่ใส่เสื้อที่มีหมายเลขอาจถูกเรียกชี้แจงหรือถูกขอให้ถอดเสื้อก่อนเข้าคูหา และหากถูกตีความว่าผิดจริง โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและไม่เสียเวลา กกต. แนะนำให้แต่งกายสุภาพเรียบง่าย ไม่มีสัญลักษณ์พรรค ไม่มีโลโก้ ไม่มีหมายเลขใด ๆ จะได้ใช้สิทธิได้อย่างสบายใจ

14.ระบบเลือกตั้งเป็นอย่างไร ?

ใช้ระบบผสม สส.เขต 400 คน (ผู้ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละเขตชนะ) และ สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน (คำนวณจากคะแนนรวมทั้งประเทศ เพื่อชดเชยให้พรรคที่ได้คะแนนมากแต่ ส.ส.เขตน้อย) ไม่มี สว. ร่วมโหวตนายกฯ ทำให้รัฐบาลมาจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง กกต. กำหนดเกณฑ์พรรคต้องได้คะแนนขั้นต่ำเพื่อรับ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และมีมาตรการป้องกันพรรคเล็ก ๆ ซื้อเสียง การเลือกตั้งครั้งนี้เน้นความโปร่งใสด้วยเทคโนโลยีตรวจสอบคะแนนเรียลไทม์

15.ผลคะแนนจะประกาศอย่างไร ?

หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะนับคะแนนทันทีที่หน่วยเลือกตั้ง ผลอย่างไม่เป็นทางการ จะประกาศผ่านเว็บไซต์ กกต. แอปฯ Smart Vote และ Thai PBS, กรมประชาสัมพันธ์ และ กกต. ต้องประกาศผลอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน หากมีการร้องเรียนทุจริตอาจเลื่อนประกาศหรือสั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น

16.หากไม่ไปเลือกตั้งจะเกิดอะไร ?

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเสียสิทธิบางอย่าง เช่น สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นข้าราชการระดับสูง เป็นเวลา 2 ปี แต่ไม่มีโทษปรับหรือจำคุกตามกฎหมายปัจจุบัน ผู้ที่ไม่ไปต้องแจ้งเหตุอันสมควร เช่น เจ็บป่วย เดินทาง หรือภัยพิบัติ ผ่านแอปฯ ทางรัฐ หรือยื่นคำร้องภายใน 7 วันก่อนหรือหลังเลือกตั้ง มิเช่นนั้นอาจถูกบันทึกในทะเบียนและเสียสิทธิ

17.สิทธิผู้พิการ ผู้สูงอายุในวันเลือกตั้งมีอะไรบ้าง ?

ผู้พิการและผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือญาติในการโหวต เช่น อ่านบัตรหรือกาแทน หากไม่สามารถเซ็นชื่อได้ใช้ลายนิ้วมือแทน นอกจากนี้ กกต. จัดหน่วยเลือกตั้งพิเศษ เช่น หน่วยเคลื่อนที่สำหรับผู้ป่วยติดเตียง หรือทางลาดสำหรับรถเข็นในหน่วยปกติ

ผู้พิการสามารถลงทะเบียนขอโหวตนอกหน่วยผ่านแอปฯ Smart Vote ล่วงหน้า และมีล่ามภาษามือหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับผู้พิการทางการเห็นหรือได้ยิน เพื่อให้ทุกคนใช้สิทธิ์ได้เท่าเทียม กกต. ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉิน

18.ผลกระทบหากประชามติผ่านหรือไม่ผ่านคืออะไร?

หากผ่าน (เห็นชอบมากกว่าไม่เห็นชอบ และ มีผู้ออกมาใช้สิทธิเกินร้อยละ 50 ของผู้มีสิทธิ จะนำไปสู่การตั้ง สสร. 200 คน (เลือกตั้ง 150 คน แต่งตั้ง 50 คน) เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 240 วัน แล้วนำไปประชามติอีกครั้งเพื่อประกาศใช้ หากไม่ผ่าน จะใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ต่อไป

19.ความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้คืออะไร ?

เป็นครั้งแรกที่เสียงประชาชนกำหนดรัฐบาลเต็มที่โดยไม่มี สว. ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่น รัฐบาลเสียงข้างมากที่มั่นคงและนโยบายก้าวหน้า หากประชามติผ่านจะนำสู่รัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มเสรีภาพ การเลือกตั้งนี้สะท้อนถึงการเมืองหลังยุบสภา อาจเปลี่ยนแปลงพรรคหลักและทิศทางเศรษฐกิจ สังคม

20.แอปพลิเคชันอะไรบ้าง ช่วยอำนวยความสะดวก ?

  • Smart Vote สำหรับตรวจสิทธิ์ หน่วยเลือกตั้ง และตัวอย่างบัตร
  • ECT Report สำหรับรายงานทุจริตหรือปัญหาแบบเรียลไทม์
  • ทางรัฐ สำหรับแจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้ง
  • ThaiD สำหรับยืนยันตัวตนอิเล็กทรอนิกส์
  • เว็บไซต์ election69.prd.go.th สำหรับผลคะแนนเรียลไทม์

อ่านข่าวอื่น :

รมว.ทส.สั่งทบทวนมาตรการจัดการช้างป่า หลังสูญเสีย “สีดอหูพับ” ระหว่างเคลื่อนย้าย

กกต.ไม่มีทางเลือก หยุด "ป้อด" 100 เมตรสุดท้าย

ไทย พร้อมหวด เปอร์โตริโก เทนนิสเดวิสคัพ 2026 เวิลด์กรุ๊ป