นอกจากข้ออ้างของ นายแสวง บุญมี เลขา กกต. ว่าเป็นความผิดพลาดเรื่องจัดชุดเอกสาร ทำให้ชื่อผู้สมัครบางคนหาย เรื่องลิงค์คิวอาร์โค้ดผิด เรื่องรหัสไปรษณีย์ไม่ตรง
โยนเป็นเรื่องระบบ และเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ ไม่ใช่ กกต.
แม้แต่เรื่องรับแจ้งทุจริตซื้อเสียงที่สุราษฎร์ธานี กว่าจะได้หมายค้น ต้องปิดล้อมอยู่นาน แล้วใครจะทิ้งหลักฐานให้เหลือมัดตัว
ทั้งยังยืนยันมีเพียงเคสเดียวเรื่องซื้อเสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ กกต. เพราะผู้คนทั่วไป หรือกูรูการเมืองในพื้นที่ ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้ มีซื้อสิทธิ์ขายเสียงกันมาก
อย่างกรณีสงขลา แม้แต่ขุนพลของบางพรรคการเมือง ยังยอมรับว่าทุ่มซื้อกันกระจายเบื้องต้นเป็นหลักพัน ไม่ต่างจากพัทลุงที่อัตรา 1 พันต่อหัว
แม้แต่ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ยังตอกย้ำเรื่องการซื้อเสียงในการปราศรัยที่ จ.ตรัง ระบุบางพรรคใช้ผู้นำท้องถิ่น และ อสม.เป็นเครื่องมือซื้อเสียง
ไม่เพียงภาคใต้ ภาคอื่นๆก็มีความเคลื่อนไหวซื้อเสียงผ่านหัวคะแนน รวมทั้ง จ.กาญจนบุรี ที่ถูกจับตาเรื่องคลิปซื้อเสียง แม้จะยังไม่มีพยานหลักฐานชัดเจน
หลังจากวงในส่งสัญญาณว่า มีระดมเงินจากทุนเทาเพื่อการนี้แบบไม่อั้น ยิ่งในพื้นที่ที่มีกระแสมาแรง คู่แข่งบ้านใหญ่และเครือข่ายบางหลัง ต้องทุ่มเต็มที่ เพื่อรักษาหน้า
สอดรับกับเรื่องตรวจสอบกับแบงก์ชาติ เรื่องเอกชนถอนเงินกว่า 450 ล้านบาทก่อนเลือกตั้ง หนำซ้ำยังขอเป็นแบงก์ร้อยกับแบงก์ห้าร้อย เพิ่มข้อสงสัยกับการนำไปซื้อเสียงให้มีน้ำหนักมากขึ้น
นำไปสู่การปราศรัย ที่ออกลูกเหน็บ กกต.ของ พรรคประชาชน โดยเฉพาะ "ไอซ์" รักชนก ศรีนอก ที่เดินสายหาเสียงในภาคเหนือ กับวาทกรรม "อย่ามาแหวง"
ขณะที่ นายแสวง ทำได้เพียงยืนยันผ่านรายการของพิธีกรชื่อดังว่า มีผลต่อความเชื่อมั่นใน กกต. เพราะถ้าคนไม่มั่นใจต่อกรรมการ ก็ไม่ควรออกไปเลือกตั้ง
ทำเอาผู้คนเดือด เพราะเมื่อไม่เชื่อมั่น ต่อ กกต.แล้ว กกต ต่างหากที่ควรต้องลาออก ไม่ใช่คนไม่ควรไปเลือกตั้ง
ความจริงจะโทษนายแสวงคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะมีสถานะเป็นเพียงหัวหน้าสำนักงาน กกต. แต่ไม่ได้เป็นหนึ่งใน กกต. และอำนาจสั่งการหรือพิจารณาเรื่องร้องเรียน เป็นของ กกต.ชุดใหญ่
แต่ความจริง กกต.ชุดเดิม ที่มี นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ก็ถูกวิจารณ์มาตลอดว่า ผลงานไม่เข้าตา ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน การกำกับดูแลเรื่องเลือกตั้งทั้ง สส.และ สว.ที่ผ่านมา ดูจะประหยัดใบเหลืองใบแดงอย่างมาก หากเทียบกับกกต.ชุดแรก ที่มี นายธีระศักดิ์ กรรณสูต เป็นประธาน หรือชุด นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ เป็นประธาน ซึ่งเป็นที่เกรงขามของ สส. และนักเลือกตั้ง
นายโคทม อารียา หนึ่งใน กกต.ขุดแรก ระบุว่า กกต.ชุดหลังๆ ไปตัดแขนขาที่มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือ พีเน็ต ที่เคยร่วมงานเชิงรุกกับชุดสืบสวนสอบสวนของ กกต. และเกาะติดในพื้นที่ ไม่ใช่รอให้มีคนมาแจ้ง กกต.
ทั้งยังมีตัด กกต.จังหวัดออกไป เหลือเพียง ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัด ทำให้ประสิทธิภาพ และความเชื่อมั่นของประชาชนลดลง
ดังนั้น การอ้างแจ้งเรื่องทุตริตหรือซื้อเสียงลดลง ควรต้องดูด้วยว่า ไม่มีการซื้อเสียงจริง หรือคนขาดศรัทธา หรือไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตนและคนในครอบครัว หากจะเป็นผู้แจ้งเรื่อง แม้ กกต.จะมีอ้างเรื่องสามารถให้การคุ้มครองพยานได้ก็ตาม
จึงเป็นทุกขลาภของประชาชนที่พบเห็นการซื้อเสียง และ เป็นทุกขลาภของนายแสวง ที่อยู่ในสถานภาพ "หนังหน้าไฟ" ในทางปฏิบัติ
ประจักษ์ มะวงศ์สา
อ่านข่าว
"อ.ปริญญา" สรุป 2 ประเด็นประชามตินอกเขต กกต.ทำถูกต้อง คนบกพร่องคือประชาชน?
เลือกตั้ง 2569 : วันนี้ 4 พรรคใหญ่ปราศรัยใหญ่ โค้งสุดท้าย
ลอบแขวนป้ายผ้า 17 จุด "นราธิวาส" คาดป่วนโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง










