ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

สปสช.แจงมติบอร์ดวัคซีน PCV ในเด็กเริ่มแบบ "นำร่อง" เหตุวงเงินจำกัด

สังคม
16:22
594
สปสช.แจงมติบอร์ดวัคซีน PCV ในเด็กเริ่มแบบ "นำร่อง" เหตุวงเงินจำกัด
อ่านให้ฟัง
04:02อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
เลขาธิการ สปสช.ชี้แจงมติบอร์ดนำร่องวัคซีน PCV ในเด็ก เหตุวงเงินมีจำกัด ไม่สามารถให้วัคซีนครอบคลุมเด็กทุกคนในคราวเดียว แต่ย้ำว่าปีนี้เด็กได้ฉีด

วันนี้ (6 ก.พ.2569) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า มติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ให้เริ่มนำร่องวัคซีน PCV หรือวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง/โรคปอดอักเสบในเด็ก ซึ่งเป็นการตัดสินใจภายใต้วงเงินงบประมาณที่มีอยู่จริงและย้ำว่าปี 2569 เด็กจะได้รับการฉีดวัคซีน

นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า กระแสในสังคมที่ย้ำคำว่า "คุ้มค่า-ไม่คุ้มค่า" อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวในการให้หรือไม่ให้สิทธิประโยชน์

ที่ผ่านมา มีบางบริการที่ไม่คุ้มค่า แต่ยังบรรจุให้เป็นสิทธิประโยชน์ เพราะจำเป็นต่อชีวิต เช่น ยาต้านพิษ และมีบางบริการที่คุ้มค่า แต่ยังไม่ให้เป็นสิทธิประโยชน์ เพราะยังมีข้อจำกัดเรื่องระบบบริการ เช่น บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขในบริการนั้นไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ สปสช.ได้ตั้งงบประมาณสำหรับการป้องกันโรคไว้ล่วงหน้า 2 ปี และได้รับจัดสรรวงเงินจากสำนักงบประมาณแล้ว 225 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม วัคซีน PCV ต้องฉีด 3 เข็มต่อคน (อายุ 2 เดือน, 4 เดือนและ 12 เดือน) จึงต้องพิจารณาราคาจัดซื้อและจำนวนเด็ก เพื่อให้บริการได้อย่างครอบคลุม โดยเมื่อคำนวณแบบคร่าว ๆ หากราคาประมาณหลักร้อยบาทต่อเข็ม เด็กหนึ่งคนจะมีต้นทุนพันกว่าบาท ซึ่งรวมบริการการฉีดด้วย ทำให้วงเงินที่เตรียมไว้ไม่พอ ครอบคลุมเด็กได้เพียงแสนกว่าคน ขณะที่เด็กเกิดใหม่ทั้งประเทศมีประมาณ 400,000 คนต่อปี จึงไม่สามารถให้วัคซีนครอบคลุมเด็กทุกคนในคราวเดียวกันได้

ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีหลักการสำคัญคือไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ด้วยข้อเท็จจริงเรื่องวงเงิน จึงต้องเริ่มแบบนำร่อง เพื่อให้เดินหน้าได้จริง

นพ.จเด็จ ระบุอีกว่า ที่ประชุมบอร์ดให้กำหนดหลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่นำร่องตามเกณฑ์วิชาการ ได้แก่ พื้นที่หรือเขตที่มีอุบัติการณ์สูงและมีความพร้อมด้านระบบบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาว่าเลือกตามเขตพื้นที่การเมืองหรือฐานเสียง

ระหว่างนำร่อง สปสช.จะต่อรองราคาให้ดีที่สุด โดยมีเป้าหมายต่อรองราคาให้ได้ใกล้เคียงกับกลไกระหว่างประเทศ เช่น UNICEF และ Gavi องค์กรพันธมิตรวัคซีน ซึ่งมีข้อมูลอ้างอิงว่าบางประเทศจัดซื้อได้ราคาต่ำมาก เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการขยายผลในอนาคต

ขณะเดียวกัน การนำร่องจะช่วยเก็บข้อมูลผลลัพธ์จริง และติดตามประเมินผลร่วมกับหน่วยงานวิชาการของรัฐ เช่น สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.), กรมควบคุมโรค และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อให้การตัดสินใจขยายผลอยู่บนข้อมูลที่ชัดเจน รอบด้านและอธิบายต่อสังคมได้

เลขาธิการ สปสช. ย้ำว่า สปสช.ไม่ได้หวงงบฯ แต่จำเป็นต้องชี้แจงสังคมให้ชัดว่างบ 225 ล้านบาท เป็นวงเงินที่ตั้งไว้แล้วและได้รับจริง ไม่ใช่ไปเอาเงินจากบริการของกลุ่มอื่นมาเพิ่ม และหากต้องการให้ครอบคลุมมากกว่านี้ก็ต้องจัดสรรงบฯ เพิ่มเติมอย่างเป็นระบบ

อ่านข่าว

บอร์ด สปสช.เห็นชอบฉีดวัคซีน PCV เด็กไทย เริ่มทั่วประเทศปีนี้

หมอเด็กเรียกร้อง สปสช. ทบทวนมติบรรจุวัคซีน IPD เป็นวัคซีนพื้นฐาน

กรมอนามัยชู "5 อ." ชวนแม่ตั้งครรภ์คุมพฤติกรรมสุขภาพ ป้องกันโรค NCDs