วันนี้ (17 ก.พ.2569) นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมเพื่อพิจารณากรณีที่ กกต.ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ซึ่งมีการเชิญ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี, น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายคดีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ได้รับผลกระทบเข้าชี้แจงว่า
เรื่องนี้เป็นที่สนใจต่อสาธารณชนเพราะการที่ กกต. ฟ้องประชาชนมีข้อสังเกตหลายอย่างว่า เป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่เพราะเป็นการฟ้องโดยผู้มีอำนาจรัฐ ฟ้องประชาชนที่ตรวจสอบการทำงานของ กกต. ซึ่งจากเหตุการณ์มีความผิดปกติเกิดขึ้นในการนับคะแนน
ประชาชนก็ขอติดตามตรวจสอบในกระบวนการอาจมีพฤติการณ์บางอย่างที่เป็นการละเมิด จึงอยากให้ กกต.ชี้แจงว่า พฤติการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งหรือไม่ ที่ได้ตั้งข้อหากับประชาชน เป็นการตีความตามกฎหมายหรือตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า เป็นการละเมิดจริง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมาก หลังจากที่ กกต. ได้ออกมาตั้งข้อกล่าวหาฟ้องประชาชนทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวที่จะตรวจสอบ
ดังนั้น ถ้าประชาชนกลัวที่จะตรวจสอบก็จะทำให้เกิดการฟ้องปิดปาก วันนี้จึงเป็นพื้นที่ให้ทั้ง 2 ฝั่ง ชี้แจง ฝั่งประชาชนชี้แจงถึงเจตนารมณ์ในการกระทำที่ได้ทำไปวันนั้น กกต. เองก็ชี้แจงด้วยว่า สิ่งที่ กกต. มองว่าผิด แล้วฟ้องประชาชนด้วยสาเหตุอะไร
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา
นายนรเศรษฐ์ ระบุว่า ไม่ได้รับทราบเหตุผลจาก กกต.ว่า เหตุใดถึงไม่ได้เดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเองแต่ กกต.จะชี้แจงผ่านการเข้าระบบซูม ส่วนหีบบัตรที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงปัญหา แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเก็บไปแล้วนั้นก็จะต้องให้ทาง กกต. ชี้แจงกระบวนการจัดเก็บหีบว่า แต่ละที่แต่ละหน่วยมีกระบวนการมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งกระบวนการแต่ละที่มีความแตกต่างอาจทำให้เกิดความสงสัยต่อสังคมว่า การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า แนวทางการพิจารณาดำเนินการต่อของกรรมาธิการฯ อ้างอิงเรื่องการจัดทำรายงานกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรมอยู่ระหว่างการนำเสนอต่อ สว. ส่วนตัวเห็นว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังไม่แน่ใจว่า รายงานจะมีประโยชน์หรือไม่
เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกตั้งคำถามเยอะมาก และยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องตาม เช่น บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กรรมาธิการฯ ทำหนังสือไปยัง กกต. เรื่องของ TOR เอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง การทำบัตรเลือกตั้งทั้งปี 69 และปี 66 เพื่อเปรียบเทียบและดูสเปกบัตรเลือกตั้งว่า มีการระบุเฉพาะเจาะจงหรือไม่ หรือระบุบาร์โค้ด สเปกบัตรเลือกตั้ง
นายนรเศรษฐ์ กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ประชุมด่วนเกี่ยวกับการต่อต้านเฟกนิวส์จะสร้างแรงสะท้านระหว่างประชาชนกับ กกต. หรือไม่ว่า คำถามต่าง ๆ ที่ประชาชนมีต่อ กกต. สิ่งที่จะทำได้คือการชี้แจงความจริงอย่างโปร่งใส รวมถึงแสดงขั้นตอนต่าง ๆ ให้โปร่งใสที่สุด การที่มาพูดว่า เป็นเฟกนิวส์ เชื่อว่าข้อมูลบางเรื่องไม่ถูกต้องอยู่บ้าง แต่บางครั้งเรื่องที่เป็นข้อสงสัยที่เกิดจากประชาชนจริง ๆ การออกมาดำเนินการเช่นนี้ทำให้ประชาชนไม่คลายข้อสงสัย แต่การคลายข้อสงสัยคือการอธิบายว่า ขั้นตอนกระบวนการเป็นอย่างไร หรือการเก็บหีบบัตร หรือกรณีคะแนนรวมไม่ได้ ปรับขึ้นปรับลงตลอด เกิดจากสาเหตุกระบวนการอะไร และกระบวนการนับคะแนนในห้องลับของ กกต. ไม่มีใครทราบว่า การนับคะแนนเป็นอย่างไร
ส่วนการเข้าชื่อ ของ สว. ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีบาร์โค้ดจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สว. แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่อยู่ในขั้นที่ กกต. ต้องอธิบายต่อประชาชนว่า การทำงานและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคมจะอธิบายอย่างไร หากประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในการชี้แจงและการทำงานอาจไม่ได้ส่งผลเพียงความเชื่อมั่นต่อผลเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จะส่งผลต่อระบบประชาธิปไตยในไทย
นายนรเศรษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น) จะขอรายชื่อ สว. เพื่อยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยปัญหาการเลือกตั้งว่า ยังทราบจาก น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ซึ่งหากจะต้องมีกระบวนการนี้จะต้องพูดคุยกันในกลุุ่ม สว. และส่วนตัวเห็นว่า มีความผิดปกติในกระบวนการนับคะแนน การกาบัตรเลือกตั้งทำให้เกิดความสงสัยเพราะทุกหน่วยทำเหมือนกันหมดว่า จะได้รับการอบรมมาในลักษณะเดียวกันหรือไม่
ซึ่งในกฎหมายประกอบการเลือกตั้งกำหนดว่า การนับคะแนนจะต้องทำอย่างโปร่งใสเปิดเผย แต่การมุดเข้าไปกาจะตีความ แบบเดียวกันหรือไม่ และในกระบวนการมีข้อสงสัยมากมาย และก่อนการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้งครั้งนี้มองว่า ยังมีปัญหาอะไรหลายอย่าง กกต. ต้องแก้ไขและเปิดเผยโดยเร็วที่สุด
ด้าน น.ส.เบญจพร สุขสว่าง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ จ.ชลบุรี เขต 1 คำร้องที่ยื่นไปถูกปัดตกทั้งหมด และในวันที่ตนเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง แถลงการณ์ของ กกต. นั้นก็ไม่ตรงความเป็นจริงและพูดไม่หมด กกต. ไม่ได้พูดถึงหลักฐานที่ตนเองเจอ ไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่ไม่ได้ปิดหีบ และคิดว่า ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ไม่ได้นำหลักฐานทั้งหมดไปชี้แจงกับทางเลขาธิการ กกต. เชื่อว่า รายงานหลักฐานไม่ครบ และไม่เพียงพอ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนยังคาใจจึงคิดว่า ต้องดำเนินเรื่องต่อ ตนไม่ได้หมดหวังแต่ก็ไม่ได้กังวลเรื่องอะไรแล้วกับการมาประชุม กรรมาธิการฯ ครั้งนี้น่าจะช่วยในเรื่องความโปร่งใสได้มากขึ้น
นอกจากเรื่องที่ ชลบุรี เขต 1 แล้วยังพบเรื่องของการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ไฟ้องกลับนายประยูร วัฒนศิริบรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ที่ฟ้องตนในข้อหาบุกรุก ไม่ใช่ว่าตนเองไม่อยากจบ แต่แทนที่จะชี้แจงข้อมูลด้วยเหตุผล กลับใช้กฎหมายโต้ตอบประชาชน จึงจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายตอบโต้กลับไป และคิดว่าการฟ้องตนเองครั้งนี้ เป็นการฟ้องปิดปาก
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหนังสือให้ กกต.ชี้แจงภายใน 7 วัน ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
"นิสิต-นศ." ยื่นศาลปกครองกลางฟ้อง กกต. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด
นักวิชาการ วิเคราะห์ ปมรับผิดชอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง (ไม่) ลับ










