วาง 6 มาตรการ รับมือสงครามตะวันออกกลาง จับตาสินค้า-ทองขึ้นราคา

การเมือง
12:12
จำนวนผู้ชม 1,084
วาง 6 มาตรการ รับมือสงครามตะวันออกกลาง จับตาสินค้า-ทองขึ้นราคา
ศูนย์บริการและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง แถลง 6 มาตรการป้องกัน และป้องปราม การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าจำเป็น พร้อมเปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์เพิ่มอีก 10 คู่สาย หมายเลข 1166

วันนี้ (11 มี.ค.2569) เวลา 11.05 น. นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคุ้มครองผู้บริโภค แถลงในนามศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า จากการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อ 5 มี.ค.2569 ที่ประชุมเห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลให้เกิดความผันผวนด้านราคา บริการ และอาจเกิดการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จึงได้กำหนดแผนบูรณาการเพื่อป้องกันเชิงรุก รวม 6 มาตรการ ดังนี้

1.ให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์เพิ่มเติมอีก 10 คู่สาย หมายเลข 1166 และขอความร่วมมือหน่วยงานดูแลผู้บริโภคในแต่ละจังหวัด รวมถึงทุกเขตในกรุงเทพ ฯ เพิ่มช่องทางรับเรื่องราวร้องทุกข์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้พิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

2.ให้ สคบ.ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง เข้าไปควบคุมดูแล โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค และบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยให้ลงพื้นที่ตรวจสอบ รวมถึงการควบคุมโฆษณาที่เกินจริง การกักตุนสินค้า และการฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าราคาแพง

3.ให้ สคบ.ทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม และพัทยา ต้องกำกับดูแลการขายทองคำอย่างเป็นธรรม และให้กรมการค้าภายใน เข้ามาช่วยดูแลด้วยอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

4.ให้ สคบ. ร่วมกับสำนักงานเขตแต่ละแห่ง ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ได้ตระหนัก และรู้สิทธิในการใช้บริการ

5.ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ในการเปิดกว้างช่องทางการชำระสินค้า ที่นอกเหนือจากการชำระผ่านบัตรเครดิต โดยขอให้อำนวยความสะดวกให้สามารถชำระได้ด้วยเงินสด ในกรณีสถานการณ์รุนแรง ส่งผลด้านพลังงาน ไฟฟ้า และสัญญาณอินเทอร์เน็ต ขัดข้อง

6.จากสถานการณ์อาจมีมิจฉาชีพเกิดขึ้น สคบ แนะนำให้เลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนกับ สคบ. ซึ่งต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่า มีช่องทางใดบ้าง โดยผู้บริโภคสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

นายสันติ กล่าวด้วยว่า ขอความร่วมมือทุกฝ่าย ในสถานการณ์เช่นนี้ ให้ช่วยกัน แนะนำ ดูแล ตักเตือนกัน อย่าให้ตกเป็นเหยื่อ และถูกเอารัดเอาเปรียบ ส่วนปัญหาเรื่องการกักตุนสินค้าน้ำมัน หรือการไม่มีน้ำมันให้บริการในบางพื้นที่นั้น นายสันติ กล่าวว่า ได้รับแจ้งเบื้องต้นแล้ว และได้สั่งการให้ สคบ.รวมถึง กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อแก้ปัญหา

 นายสันติ ปิยะทัต

นายสันติ ปิยะทัต

ด้าน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2569 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงฯ โดยสถานเอกอัครราชทูตหลายแห่งในตะวันออกกลาง ได้ประสานช่วยเหลือคนไทย ไปแล้วรวม 381 คน โดยคนไทยชุดแรกจากอิหร่าน เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2569 และกำลังทยอยเดินทางกลับมาอีก 2 ชุด ในวันที่ 12-13 มี.ค.2569

นายปาณิดลกล่าวต่อว่า สายการบินเอติฮัด ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเที่ยวบินตรงกลับมา ยูเออี-กรุงเทพฯ วันละ 1 เที่ยวบิน ประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับ สามารถประสานซื้อตั๋วได้ในช่องทางปกติแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศแจ้งเตือนคนไทยที่ยังติดค้างในตะวันออกกลาง หากต้องการเดินทางกลับให้ติดต่อสถานทูตในแต่ละพื้นที่โดยตรง อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างการช่วยเหลือ โดยให้โอนเงินเป็นค่าเดินทาง โดยยืนยันกระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการร้องขอจากสถานทูตอิหร่าน และอิสราเอล ในประเทศไทย เรื่องการช่วยเหลือประชาชนของ 2 ประเทศนี้ ในการเดินทางกลับประเทศหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า มีการพูดคุยอยู่เสมอ หากมีการร้องขอก็ยินดี แต่เชื่อว่าสถานทูตของทั้ง 2 ประเทศ สามารถช่วยเหลือประชาชนของเขาได้ อีกทั้งการเดินทางกลับ ขึ้นอยู่กับเที่ยวบินที่จะเดินทางไปด้วยว่าพร้อมให้บริการแล้วหรือไม่

อ่านข่าว

"ทรัมป์" เตือนอิหร่านเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขู่โจมตีรุนแรงขึ้น

ห้างดังหลายแห่งในพิษณุโลก ขานรับร่วมปิดไฟป้ายโฆษณา ประหยัดพลังงาน หลัง 4 ทุ่ม

ราคาทองคำ เปิดตลาด +200 บาท “ทองแท่ง” ขายออก 77,900 บาท