วันนี้ (11 มี.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรัฐบาลขอความร่วมมือให้ประชาชนร่วมประหยัดไฟ หลังเหตุสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศทั่วไปภายในตัวเมืองพิษณุโลก เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ายังคงเป็นไปตามปกติ มีนักท่องเที่ยวออกมาตระเวนรับประทานอาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มตามร้านต่าง ๆ
แต่จากการตระเวนสำรวจตาม ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และห้างค้าปลีกสินค้าขนาดใหญ่ ได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ด้วยการปิดป้ายไฟป้ายชื่อห้างร้านศูนย์การค้าของแต่ละแห่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ เพราะตามปกติ จะมีการเปิดไฟสปอตไลต์หลายดวงส่องไปที่ป้ายชื่อ สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกล
นอกจากป้ายชื่อแล้วในพื้นที่บางส่วน ที่ไม่ได้ใช้งานยังถูกปิดไฟด้วย เช่นเดียวกับป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ริมถนนทางหลวงบางแห่งถูกปิดไฟด้วยเช่นเดียวกัน แต่ยังพบว่า ป้ายโฆษณาประเภท LED ขนาดใหญ่ ยังคงถูกเปิดใช้งานตามปกติ
เช่นเดียวกับ ป้ายแลนด์มาร์ก Phitsanulok city และไฟฟ้าส่องสว่างภายในตัวเมืองพิษณุโลก ยังคงถูกเปิดใช้งานตามปกติ โดยเฉพาะตามท้องถนนพื้นที่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก เนื่องจากเกือบทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นไฟแบบประหยัดไฟ เป็นโคมLED เกือบทั้งหมดแล้ว
รัฐบาลสั่งราชการ-รัฐวิสาหกิจ WFH ทันที พร้อมจ่อปิดปั๊มหลัง 4 ทุ่ม
ครม.ชวนประชาชน ร่วมประหยัดพลังงาน งดใส่สูท-ผูกเน็กไท
"ราคาพลังงานพุ่ง" ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง-หลายประเทศ เร่งออกมาตรการรับมือ
ประชาชนยังคงแห่เติมน้ำมันช่วงเวลากลางคืน ปั๊มยืนยันยังมีน้ำมันเพียงพอ
พลังงาน ยันปั๊มเปิดปกติ ยังไม่ใช้มาตรการปิดหลัง 4 ทุ่ม ย้ำน้ำมันสำรองมีมากกว่า 3 เดือน
