ศบก.แถลงไม่มีเรือสัญชาติไทยตกค้างในพื้นที่ - ยังค้นหา 3 ลูกเรือที่สูญหาย

การเมือง
12:18
จำนวนผู้ชม 642
ศบก.แถลงไม่มีเรือสัญชาติไทยตกค้างในพื้นที่ - ยังค้นหา 3 ลูกเรือที่สูญหาย
Botnoi Voice
ศบก.แถลงความคืบหน้าเรือสินค้าไทยประสบเหตุถูกระเบิดที่ฮอร์มุซ ระบุช่วยเหลือลูกเรือไทยได้ 20 คนไม่มีบาดเจ็บรุนแรง อยู่ระหว่างส่งทีมค้นหาที่เหลือ 3 คน ปัจจุบันไม่มีเรือสัญชาติไทยตกค้างในพื้นที่

วันนี้ (12 มี.ค.2569) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระบุว่า เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย มยุรี​ นารี ที่มีลูกเรือไทย 23 คน​ ประสบเหตุระเบิด และได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือ ขณะเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ​ หลังจากเดินทางออกเดินทางจากท่าเรือคาลิฟา (Khalifa Port) ในเมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์​

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. รายงานความคืบหน้า เบื้องต้นจากที่ประชุมเมื่อวานนี้ (11 มี.ค.2569) ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศโอมาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทันทีและต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย ซึ่งทางกองทัพเรือโอมานสามารถให้การช่วยเหลือลูกเรือไทยได้จำนวน 20 คน​ และนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซาบ (Khasab) ประเทศโอมาน​

จากการตรวจสอบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ยังคงต้องดูแลสภาพจิตใจ​ โดยผู้แทนท้องถิ่นบริษัทเจ้าของเรือ ได้พาไปพักที่โรงแรมและจัดให้พูดคุยกับจิตแพทย์ และอยู่ระหว่างส่งทีมค้นหาช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต อยู่ระหว่างการประสานเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวทางรถยนต์ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่ห้ามบิน เพื่อให้การดูแลลูกเรือไทย พร้อมอำนวยความสะดวกในการพากลับประเทศไทย

กรมเจ้าท่ารายงานว่า ปัจจุบันเรือสัญชาติไทย เดินทางออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมดแล้ว และไม่มีเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานการค้นหา และให้ความช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะเดียวกันในทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อย้ำความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตในภูมิภาค ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอล​ สหรัฐฯ​ และการตอบโต้ของอิหร่าน ซึ่งได้ก่อให้เกิดภัยคุกคาม ร้ายแรง ต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนในภูมิภาค และยังมีผลต่อประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงคนไทย อย่างเช่นกรณีลูกเรือไทยที่ประสบเหตุเมื่อวานนี้

ทั้งนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศที่ให้การคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาค และของโลก

รวมทั้งขอประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้น ต่อเรือพาณิชย์ และแสดงความกังวลในเรื่องนี้​ โดยในช่วงเช้าวันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย มาพบเพื่อหารือข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และในช่วงเย็นวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือทางโทรศัพท์ กับ รมว.ต่างประเทศโอมาน เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมาน ที่ให้ความช่วยเหลือ และติดตามความคืบหน้าของลูกเหลืออีก 3 คน

ขณะที่พัฒนาสถานการณ์​ของตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง​ และยังไม่แน่นอน​ ไม่มีสัญญาณจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องบางฝ่าย​ ถึงความประสงค์ที่จะยุติความขัดแย้ง​ แต่ยังมาพร้อมกับเงื่อนไข โดยฝ่ายอิหร่านได้ระบุเงื่อนไขหลัก 3 ข้อ​ ได้แก่ การยอมรับสิทธิ์อันชอบธรรมของอิหร่าน​ การชดใช้ความเสียหาย​ การให้หลักประกันให้ชัดเจนจากประชาคมระหว่างประเทศ​ ว่าจะไม่เกิดการรุกรานอิหร่านขึ้นอีกในอนาคต

ขณะที่อาเซียน​ ในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.2569) จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ​อาเซียน​ สมัยพิเศษ​ ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางต่ออาเซียน แลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือ และเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว โดยการประชุมนี้จะเป็นโอกาสการตอกย้ำความเป็นเอกภาพของอาเซียน และการเป็นแกนกลางของอาเซียน​ ในการรับมือกับวิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

ขณะที่ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน ตามที่ได้มีการรายงานไปแล้วว่า​ คนไทยที่ชุดที่ 2 อพยพออกจากอิหร่านถึงตุรกีแล้ว​ และจะเดินทางกลับถึงไทย​ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม​ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากลุ่มแรกจำนวน 34 คน​ ได้เดินทางกลับถึงไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่เป็นแรงงาน อีกกลุ่มจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.2569)

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ช่วยความช่วยเหลือคนไทย ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบและออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีสื่อต่างประเทศรายงานว่า ก่อนการโจมตีมีการแจ้งเตือนแล้วนั้น นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งสาเหตุที่เชิญทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทยมาพบ เพราะอยากตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า จะพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ขอย้ำอีกครั้งหลังจากได้รับรายงานเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้มีความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตของไทยติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศ ของโอมานทันที ซึ่งก็ให้ความอนุเคราะห์ด้วยดีในการประสานกองทัพเรือโอมานเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือ

ส่วนความชัดเจนในการช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ที่ตกค้าง คงต้องรอฟังการดำเนินการของกองทัพเรือโอมาน ซึ่งจะมีการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ กับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต แต่เท่าที่ทราบการเข้าช่วยเหลือมีอุปสรรค เนื่องจากเรือมีขนาดใหญ่มาก และข้างในมืดมาก แต่กองทัพเรือโอมานก็จะพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นายปาณิดล ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เรือพาณิชย์ของไทยถูกโจมตีด้วยอาวุธประเภทใด ทราบเพียงว่า ถูกโจมตีด้านท้ายเรือซึ่งบังเอิญว่าลูกเรือไทยทั้ง 3 คน อยู่ใกล้กับห้องดังกล่าว ส่วนที่มีสื่อไทยรายงานข่าวว่า ลูกเรือ 2 ใน 3 คนเสียชีวิตแล้วก็ยืนยันว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ซึ่งข่าวสารในช่วงนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ อยากให้รับฟังจากช่องทางทางการเท่านั้น ขอย้ำว่า ความปลอดภัยของลูกเรือทั้ง 3 คน เป็นสิ่งที่เรากังวลที่สุด ทุกคนเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงมาตรการป้องกันการโจมตีเรือพาณิชย์ของไทยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ นายปาณิดล กล่าวว่า เรื่องนี้กองทัพเรือดูแลอยู่แล้ว และได้มีการออกแถลงเตือนเรือที่แล่นอยู่ในพื้นที่ ว่า ควรปฏิบัติอย่างไรและมีแผนประเมินความเสี่ยงอย่างไร จึงจะต้องขอให้เรือปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นที่ทราบมีการแจ้งเตือนไปแล้ว 5 ครั้ง แต่ขอย้ำว่า ขณะนี้เรือพาณิชย์ของไทยได้ออกจากพื้นที่ดังกล่าวหมดแล้ว

อ่านข่าว :

ทร.เร่งช่วย 23 ลูกเรือ "มยุรีนารี" ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

ผบ.ทร. ต่อสายตรง ผบ.ทร.โอมาน ขอบคุณช่วยลูกเรือไทย เร่งค้นหาอีก 3 คน

ไออีเอ ลงมติระบาย "คลังน้ำมันสำรอง" 400 ล้านบาร์เรล

ทร.เปิดไทม์ไลน์เตือนภัยเดินเรือ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ตั้งวอร์รูมประสานผู้ประกอบการ

คนไทยอพยพจากอิหร่านอีก 34 คน ถึงไทยปลอดภัย