วันนี้ (12 มี.ค.2569) นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระบุว่า เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย มยุรี นารี ที่มีลูกเรือไทย 23 คน ประสบเหตุระเบิด และได้รับความเสียหายบริเวณท้ายเรือ ขณะเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากเดินทางออกเดินทางจากท่าเรือคาลิฟา (Khalifa Port) ในเมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. รายงานความคืบหน้า เบื้องต้นจากที่ประชุมเมื่อวานนี้ (11 มี.ค.2569) ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศโอมาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทันทีและต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย ซึ่งทางกองทัพเรือโอมานสามารถให้การช่วยเหลือลูกเรือไทยได้จำนวน 20 คน และนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซาบ (Khasab) ประเทศโอมาน
จากการตรวจสอบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ยังคงต้องดูแลสภาพจิตใจ โดยผู้แทนท้องถิ่นบริษัทเจ้าของเรือ ได้พาไปพักที่โรงแรมและจัดให้พูดคุยกับจิตแพทย์ และอยู่ระหว่างส่งทีมค้นหาช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต อยู่ระหว่างการประสานเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวทางรถยนต์ เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่ห้ามบิน เพื่อให้การดูแลลูกเรือไทย พร้อมอำนวยความสะดวกในการพากลับประเทศไทย
กรมเจ้าท่ารายงานว่า ปัจจุบันเรือสัญชาติไทย เดินทางออกจากบริเวณช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมดแล้ว และไม่มีเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทยตกค้างอยู่ในพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งประสานการค้นหา และให้ความช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะเดียวกันในทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อย้ำความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตในภูมิภาค ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอล สหรัฐฯ และการตอบโต้ของอิหร่าน ซึ่งได้ก่อให้เกิดภัยคุกคาม ร้ายแรง ต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนในภูมิภาค และยังมีผลต่อประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงคนไทย อย่างเช่นกรณีลูกเรือไทยที่ประสบเหตุเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศที่ให้การคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาค และของโลก
รวมทั้งขอประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้น ต่อเรือพาณิชย์ และแสดงความกังวลในเรื่องนี้ โดยในช่วงเช้าวันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทย มาพบเพื่อหารือข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และในช่วงเย็นวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือทางโทรศัพท์ กับ รมว.ต่างประเทศโอมาน เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมาน ที่ให้ความช่วยเหลือ และติดตามความคืบหน้าของลูกเหลืออีก 3 คน
ขณะที่พัฒนาสถานการณ์ของตะวันออกกลางยังมีความรุนแรง และยังไม่แน่นอน ไม่มีสัญญาณจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องบางฝ่าย ถึงความประสงค์ที่จะยุติความขัดแย้ง แต่ยังมาพร้อมกับเงื่อนไข โดยฝ่ายอิหร่านได้ระบุเงื่อนไขหลัก 3 ข้อ ได้แก่ การยอมรับสิทธิ์อันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ความเสียหาย การให้หลักประกันให้ชัดเจนจากประชาคมระหว่างประเทศ ว่าจะไม่เกิดการรุกรานอิหร่านขึ้นอีกในอนาคต
ขณะที่อาเซียน ในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.2569) จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางต่ออาเซียน แลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือ และเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว โดยการประชุมนี้จะเป็นโอกาสการตอกย้ำความเป็นเอกภาพของอาเซียน และการเป็นแกนกลางของอาเซียน ในการรับมือกับวิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค
ขณะที่ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน ตามที่ได้มีการรายงานไปแล้วว่า คนไทยที่ชุดที่ 2 อพยพออกจากอิหร่านถึงตุรกีแล้ว และจะเดินทางกลับถึงไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากลุ่มแรกจำนวน 34 คน ได้เดินทางกลับถึงไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่เป็นแรงงาน อีกกลุ่มจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.2569)
พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ช่วยความช่วยเหลือคนไทย ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบและออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีสื่อต่างประเทศรายงานว่า ก่อนการโจมตีมีการแจ้งเตือนแล้วนั้น นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งสาเหตุที่เชิญทูตอิหร่าน ประจำประเทศไทยมาพบ เพราะอยากตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า จะพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ขอย้ำอีกครั้งหลังจากได้รับรายงานเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้มีความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตของไทยติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศ ของโอมานทันที ซึ่งก็ให้ความอนุเคราะห์ด้วยดีในการประสานกองทัพเรือโอมานเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือ
ส่วนความชัดเจนในการช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ที่ตกค้าง คงต้องรอฟังการดำเนินการของกองทัพเรือโอมาน ซึ่งจะมีการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ กับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต แต่เท่าที่ทราบการเข้าช่วยเหลือมีอุปสรรค เนื่องจากเรือมีขนาดใหญ่มาก และข้างในมืดมาก แต่กองทัพเรือโอมานก็จะพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นายปาณิดล ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เรือพาณิชย์ของไทยถูกโจมตีด้วยอาวุธประเภทใด ทราบเพียงว่า ถูกโจมตีด้านท้ายเรือซึ่งบังเอิญว่าลูกเรือไทยทั้ง 3 คน อยู่ใกล้กับห้องดังกล่าว ส่วนที่มีสื่อไทยรายงานข่าวว่า ลูกเรือ 2 ใน 3 คนเสียชีวิตแล้วก็ยืนยันว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ซึ่งข่าวสารในช่วงนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ อยากให้รับฟังจากช่องทางทางการเท่านั้น ขอย้ำว่า ความปลอดภัยของลูกเรือทั้ง 3 คน เป็นสิ่งที่เรากังวลที่สุด ทุกคนเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงมาตรการป้องกันการโจมตีเรือพาณิชย์ของไทยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ นายปาณิดล กล่าวว่า เรื่องนี้กองทัพเรือดูแลอยู่แล้ว และได้มีการออกแถลงเตือนเรือที่แล่นอยู่ในพื้นที่ ว่า ควรปฏิบัติอย่างไรและมีแผนประเมินความเสี่ยงอย่างไร จึงจะต้องขอให้เรือปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นที่ทราบมีการแจ้งเตือนไปแล้ว 5 ครั้ง แต่ขอย้ำว่า ขณะนี้เรือพาณิชย์ของไทยได้ออกจากพื้นที่ดังกล่าวหมดแล้ว
อ่านข่าว :
ทร.เร่งช่วย 23 ลูกเรือ "มยุรีนารี" ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ผบ.ทร. ต่อสายตรง ผบ.ทร.โอมาน ขอบคุณช่วยลูกเรือไทย เร่งค้นหาอีก 3 คน
ไออีเอ ลงมติระบาย "คลังน้ำมันสำรอง" 400 ล้านบาร์เรล
ทร.เปิดไทม์ไลน์เตือนภัยเดินเรือ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ตั้งวอร์รูมประสานผู้ประกอบการ
คนไทยอพยพจากอิหร่านอีก 34 คน ถึงไทยปลอดภัย
