สภาฯ "ล่ม - ไม่ล่ม" สส.รัฐบาลต้องคุมเกม

การเมือง
14:14
จำนวนผู้ชม 1,068
สภาฯ "ล่ม - ไม่ล่ม" สส.รัฐบาลต้องคุมเกม

จำนวนเสียง สส. พรรคร่วมรัฐบาล ที่โหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 อาจไม่ใช่เรื่องยาก..ที่จะรวบรวมเพื่อโหวตเห็นชอบกันเมื่อ 7 วันก่อน แต่ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย..ที่นับจากนี้ไป จะต้องรักษาไว้ให้ "คงที่" เท่าเดิม 293 เสียง เพื่อเสถียรภาพที่ตลอดรอดฝั่ง

เสียง "สส." โหวตเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 รวม 293 เสียง จะว่า "เท่าทุน" 16 พรรคร่วมรัฐบาล 292 ก็ไม่เชิง

นั่นเพราะในจำนวนนี้ ต้อง "งดออกเสียง" ตามประเพณีปฏิบัติ คือเสียงของสส.ที่นั่งเก้าอี้ ประธานและรองประธาน "บวกกับ" เสียงของนายอนุทิน ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อ และยังมี สส.ลาประชุมอีก 1 คน สส.พรรคไทยสร้างไทย ที่โหวตสวนอีก 1 คน นั่นเท่ากับหายไป 6 เสียง ดังนั้นเสียงที่เป็นทุนเดิมจริง ๆ คือ 286 เสียง

หากแต่การโหวตครั้งนั้น พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงเพิ่มเข้ามาจาก สส.พรรคไทยรวมพลัง 6 เสียง สส.พรรคประชาชน 1 เสียง และถูกเรียกว่า "งูเห่าสีส้ม" และอัปเดตก็ย้ายเก้าอี้จากฝั่งฝ่ายค้าน พรรคประชาชน มานั่งที่ฝั่งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยแล้วด้วย นี่ต่างหากที่เป็นเสียงจริง 293 เสียงที่โหวต

และถ้าจะให้นับกันแบบเน็ต ๆ ต้องเอา 292 + 7 จึงจะหมายถึงเสียง "สส." พรรคร่วมรัฐบาลและเสียง "สส." ที่ร่วมสนับสนุนรัฐบาล 300 เสียงเป๊ะ

รวม สส.พรรคร่วมรัฐบาลหรือที่สนับสนุนรัฐบาล จะ 292 เสียง หรือ 293 เสียง หรือจะ 300 เสียงอย่างที่ว่า อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ "เสียงข้างมากในสภาฯ" ที่จะต้องทำหน้าที่ "รักษาองค์ประชุม" ในทุกนัดไป เพราะเพียงแค่สัปดาห์แรก ประธานสภาฯ ยังต้อง "งดการประชุม" ไป 1 วัน อาจเพราะกลัวสภาฯ ล่ม

ภาพประกอบข่าว สภาฯ

สำหรับสัปดาห์นี้ เมื่อวาน (26 มี.ค.) สภาฯ "งดประชุม" แต่เมื่อวันก่อน เปิดประชุมพิจารณา 6 ญัตติ เรื่องวิกฤตพลังงาน และตกลงกันแล้ว จะไม่มีการเปิดโหวต หากแต่ "เห็นชอบ" โดยไม่มีผู้เห็นต่าง-คัดค้าน ก็จัดส่งรัฐบาล เพื่อเป็นข้อเสนอแนะได้ แต่นับจากสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป อาจเกิดภาวะเสี่ยง "สภาฯ ล่ม" ให้เสียชื่อได้

เหตุผลหนึ่ง..ก็เพราะยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรับงานต่อ จาก "ครม.รักษาการ" กับ "ครม.ชุดใหม่" และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะ สส.บางคน มีชื่อเป็นรัฐมนตรีใน "ครม.อนุทิน 2" โดยตามโผ ครม. ใน 35 ชื่อ มี สส. 24 คน โดยเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย 16 คน เป็น สส.พรรคเพื่อไทย 8 คน

และถ้าจะนับตามโควตาตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการสามัญของสภาฯ เพราะ "สส." คงจะได้ ประธานกรรมาธิการสามัญ ของสภาฯ จากทั้งหมด 35 คณะ นี่ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เสียง สส. ในพรรคร่วมฯ รัฐบาลจะหายไป คิดคร่าว ๆ สำหรับพรรค "ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ก็น่าจะไม่น้อยกว่า 10 ถึง 15 คน ตามสัดส่วน สส.ของสภาฯ ทั้งชุด ชุดที่ 27 นับรวม 2 กรณี ก็เกือบ 40 เสียง

และอาจเป็นข้อสังเกตถึงการ "รักษาไว้ ยากยิ่งกว่า" เมื่อเสียง "สส." พรรคร่วมรัฐบาล ต้องรับหน้าที่ "รักษาองค์ประชุมสภาฯ" ในทุกนัดไป ซึ่งก็น่าจะเป็นที่มาของการสร้างเงื่อนไข ภายในพรรคภูมิใจไทย หรืออาจจะหมายถึงพรรคเพื่อไทยด้วย สำหรับ "สส." ที่รับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ ต้องลาออก เพื่อเลื่อนลำดับคนอื่นขึ้นมาแทนที่ "สส." ไม่เช่นนั้น เสี่ยงเจอ สภาฯ ล่ม ล่มแล้ว..ล่มอีก หรือล่มซ้ำซาก

ถ้า สส.ในพรรคร่วมรัฐบาล เลื่อนลำดับกัน หลังผู้ที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี "ลาออก" ก็ถือว่าไม่ยาก ที่จะรักษาองค์ประชุมสภาฯ แต่ที่ยากกว่านั่นคือ ความรับผิดชอบของ สส.ในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับงานฝ่ายบริหารมากกว่า และบางคน ก็ไม่ยินยอมที่จะลาออก เพราะเกรงว่า "ตกจากเก้าอี้รัฐมนตรี" จะไม่ได้มีตำแหน่งอื่นรองรับอีก

แต่ถ้าประเมินจากภาระงาน จะฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมต้องให้ความสำคัญคู่ขนานกันไป ทั้งงานสภาฯ และงานที่ทำเนียบฯ แต่ก็คงต้องติดตามกันว่า ภาพจำเรื่อง "สภาฯ ล่ม" บ่อยครั้ง จะเกิดขึ้นในสภาฯ ชุดที่ 27 เหมือน หรือต่าง กับชุดที่ 26 มากน้อยแค่ไหนอีก

สัปดาห์หน้า อาจอยู่ในช่วงส่งไม้ต่อ แต่สัปดาห์ถัดไป คงต้องจริงจังกันโดยเฉพาะการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

รายงาน : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส

อ่านข่าว :

วิกฤตพลังงาน ปมร้อน-ปมแรก "ครม.อนุทิน 2"

เปิดเวทีสภาฯ รุมถล่มรัฐบาล บี้หา "ไอ้โม่ง"-น้ำมันล่องหน