สหรัฐฯ เล็งยึด "เกาะคาร์ก" หัวใจน้ำมันอิหร่าน เดิมพันสูงเสี่ยงลุกลามความขัดแย้ง

ต่างประเทศ
14:03
จำนวนผู้ชม 510
สหรัฐฯ เล็งยึด "เกาะคาร์ก" หัวใจน้ำมันอิหร่าน เดิมพันสูงเสี่ยงลุกลามความขัดแย้ง
แม้ทรัมป์ประกาศว่าชนะอิหร่าน แต่สหรัฐฯ ยังคงส่งเรือยกพลขึ้นบก นาวิกโยธิน และกำลังพลจำนวนมากไปยังภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจพยายามยึดเกาะคาร์ก จุดส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านมากถึง 90%

วันนี้ (27 มี.ค.2569) CNN รายงานว่า แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศว่าชัยชนะเหนืออิหร่านแล้ว แต่ขณะเดียวกันกองทัพสหรัฐฯ ก็กำลังดำเนินการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์อย่างเข้มข้น โดยส่งเรือยกพลขึ้นบก เรือลงจอด และนาวิกโยธิน พร้อมกะลาสีกว่าหลายพันนาย ไปยังภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดการคาดการณ์ และการวิเคราะห์อย่างกว้างขวางในหมู่นักวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ อาจกำลังวางแผนปฏิบัติการทางบกเพื่อยึด "เกาะคาร์ก" ซึ่งเป็นเกาะปะการังขนาดเล็กนอกชายฝั่งอิหร่าน และเป็นเส้นเลือดสำคัญทางเศรษฐกิจของเตหะราน โดยเกาะแห่งนี้จัดการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านถึงประมาณร้อยละ 90 ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด

แม้สหรัฐฯ จะสามารถยึดเกาะเล็กแต่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์แห่งนี้ได้สำเร็จ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ยังตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพเชิงยุทธศาสตร์ โดยสงสัยว่าการยึดเกาะคาร์กจะสามารถสร้างอำนาจต่อรองที่เพียงพอ เพื่อบังคับให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน

เกาะคาร์ก คืออะไร?

เกาะคาร์กเป็นพื้นที่เล็ก ๆ เทียบขนาดได้ประมาณ 1 ใน 3 ของเกาะแมนฮัตตันในนิวยอร์ก เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เรียกเกาะนี้ว่า "จุดศูนย์กลางของการส่งออกน้ำมันทั้งหมดของอิหร่าน" ท่าเทียบเรือยาวที่ยื่นออกไปในทะเลมีน้ำลึกพอสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ (Supertankers) ทำให้เกาะนี้เป็นสถานที่สำคัญที่สุดในการกระจายและส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน

เกาะคาร์กมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจอิหร่านมานานหลายทศวรรษ เอกสารลับของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ที่ถูกเปิดเผยเมื่อปี 2527 ระบุชัดเจนว่าสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะคาร์กเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในระบบน้ำมันของอิหร่าน และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของที่นี่ ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจของประเทศ

ทางเลือกอื่นในการส่งออกน้ำมันที่เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซมีอยู่จริง แต่มีข้อจำกัดและยังไม่ได้รับการทดสอบในระดับใหญ่ ตามรายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตัวอย่างเช่น ท่าเทียบเรือน้ำมันจาสก์ที่อิหร่านเปิดใช้งานในปี 2564 ซึ่งสามารถขนส่งน้ำมันดิบไปยังอ่าวโอมานทางตะวันออกของช่องแคบ แต่ท่าเทียบเรือแห่งนี้ยังไม่ถือว่าเป็นทางเลือกที่ใช้การได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการส่งออกน้ำมันดิบในปริมาณมาก

ความจุในการเก็บน้ำมันบนเกาะคาร์กมีประมาณ 30 ล้านบาร์เรล และตามข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์การค้าอย่าง Kpler ปัจจุบันมีน้ำมันดิบเก็บอยู่บนเกาะประมาณ 18 ล้านบาร์เรล

เมื่อต้นเดือน มี.ค.นี้

ไยร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้านของอิสราเอล กล่าวว่า การทำลายท่าเทียบเรือน้ำมันบนเกาะคาร์ก จะทำให้เศรษฐกิจอิหร่านล้มสลาย และนำไปสู่การโค่นล้มระบอบการปกครอง เขายังประกาศด้วยว่า อิสราเอลต้องทำลายทุ่งน้ำมันและอุตสาหกรรมพลังงานทั้งหมดบนเกาะคาร์ก

ความเสี่ยงของปฏิบัติการทางบกสหรัฐฯ

การยึดเกาะดังกล่าว แม้จะดูเหมือนเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากลักษณะของปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก หน่วย Marine Expeditionary Unit (MEU) ของสหรัฐฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการยกพลขึ้นบก และปฏิบัติการจู่โจมอย่างรวดเร็ว ถูกส่งเข้าประจำการในภูมิภาคนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม พล.ร.อ.เจมส์ สตาฟริดิส เตือนว่าก่อนจะถึงขั้นยกพลขึ้นเกาะ กองกำลังสหรัฐฯ ต้องเผชิญความเสี่ยงตั้งแต่การผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเต็มไปด้วยภัยคุกคามจากโดรน ขีปนาวุธ และทุ่นระเบิดของอิหร่าน นอกจากนี้ หากต้องปฏิบัติการจริง สหรัฐฯ จำเป็นต้องควบคุมอากาศและทะเลในรัศมีอย่างน้อย 100 ไมล์รอบเกาะ ซึ่งเป็นภารกิจที่ซับซ้อนและมีต้นทุนสูง

ความเสี่ยงสำคัญอีกประการคือ ความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะโจมตีเรือยกพลขึ้นบก รวมถึงสถานการณ์ของพลเรือนบนเกาะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานในอุตสาหกรรมน้ำมัน และอาจต้องได้รับการอพยพหรือควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ เขายังตั้งคำถามถึงประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ว่า หากจุดประสงค์คือการใช้เกาะคาร์กเป็นเครื่องมือต่อรอง เพื่อให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็ยังไม่ชัดเจนว่าผู้นำที่เหลือของระบอบการปกครองจะยอมถูกข่มขู่ด้วยการสูญเสียเกาะนี้

ริชาร์ด ฮาส อดีตประธานสถาบัน Council on Foreign Relations กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ปฏิบัติการใด ๆ บนเกาะคาร์ก น่าจะทำให้สต็อกขีปนาวุธของสหรัฐฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และอาจถูกมองจากหลายฝ่ายว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการยึดน้ำมันของอิหร่าน

การเตรียมพร้อมของอิหร่าน

ฝั่งอิหร่านเองก็แสดงท่าทีตอบโต้ชัดเจน โดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า ศัตรูกำลังวางแผนยึดเกาะแห่งหนึ่ง และเตือนว่าจะมีการตอบโต้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่จำกัด

การเคลื่อนไหวของศัตรูทุกอย่างอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างเต็มที่จากกองกำลังติดอาวุธของเรา หากพวกเขาก้าวข้ามเส้น แหล่งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทั้งหมดของประเทศในภูมิภาคนั้น จะกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตีอย่างไม่จำกัด

รายงานข่าวกรองระบุว่า อิหร่านเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการส่งกำลังพล อิหร่านยังได้วางกับระเบิดและเคลื่อนย้ายกำลังทหารเพิ่มเติม พร้อมระบบป้องกันทางอากาศไปยังเกาะคาร์กในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมรับมือปฏิบัติการที่เป็นไปได้ของสหรัฐฯ ในการยึดควบคุมเกาะ ตามรายงานจากหลายแหล่งที่คุ้นเคยกับรายงานข่าวกรองของสหรัฐฯ

เกาะแห่งนี้มีระบบป้องกันหลายชั้นอยู่แล้ว และอิหร่านได้เคลื่อนย้ายระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ แบบยิงจากไหล่เพิ่มเติมไปที่นั่นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และอิหร่านยังวางกับระเบิดต่อบุคคลและต่อยานเกราะรอบเกาะ รวมถึงบริเวณชายฝั่ง

การโจมตีและท่าทีของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะดังกล่าวแล้ว โดย ปธน.ทรัมป์ ระบุว่าได้โจมตีทุกเป้าหมายทางทหาร และเตือนว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มเติม หากอิหร่านยังคงปิดกั้นการเดินเรือ อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าหน้าที่บางส่วนเชื่อว่า การยึดเกาะอาจสร้างแรงกระแทกทางเศรษฐกิจรุนแรงต่ออิหร่าน แต่หลายฝ่ายภายในรัฐบาลยังคงระมัดระวัง เนื่องจากปฏิบัติการดังกล่าวต้องใช้กำลังภาคพื้นดินจำนวนมาก

พันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียได้แสดงความกังวลอย่างเงียบ ๆ โดยเตือนว่า การส่งกำลังภาคพื้นดินไปยึดเกาะอาจนำไปสู่การสูญเสียจำนวนมาก และกระตุ้นให้อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค ซึ่งจะยิ่งทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ ด้าน อาลิเรอซา แทงซีรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เคยระบุว่า หมู่เกาะของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียเป็น "ป้อมปราการที่แข็งแกร่ง" และเตือนว่าหากถูกโจมตี จะมีการตอบโต้ที่เด็ดขาดอย่างแน่นอน

อ่านข่าวอื่น :

สภาฯ "ล่ม - ไม่ล่ม" สส.รัฐบาลต้องคุมเกม

ติดตาม "จระเข้สายพันธุ์ไทย" ปรับตัวได้ดี หลังปล่อยคืนป่ามรดกโลก

ไม่ได้หนีโรงฆ่าสัตว์! เปิดความจริง "7 มะหมาไวรัล" กับภารกิจวิ่งตามความรัก

ปปง. ชี้ DSI ยุติคดี "พระธัมมชโย" ไม่เกี่ยวคดีแพ่ง ยึดทรัพย์แล้วกว่า 1,400 ล้าน