วันนี้ (9 เม.ย.2569) รศ.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยระบุว่า รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นในช่วงเกิดวิกฤตพลังงาน และเมื่อฟังจากนโยบายทั้งหมดแล้วมองว่า รัฐบาลจัดทำนโยบายแบบทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตอยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้ รัฐบาลท่องแต่คาถารวยไม่ไหวแล้ว ซึ่งความรวยนั้นอาจจะอยู่เฉพาะในกลุ่มของรัฐบาล แต่เสียงในหัวของประชาชนนั้นทนไม่ไหวแล้ว
รศ.นันทนา กล่าวต่อว่า จากที่ได้ฟัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แถลงนโยบาย รู้สึกปวดใจ เพราะปัญหาใหญ่ของประเทศ ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล ใช้เพียงวาทกรรมสวยหรู แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เปรียบเหมือนประเทศกำลังอยู่ในห้อง ICU และชวนประชาชนมาสวดมนต์เป็นสิริมงคลเท่านั้น
รศ.นันทนา ยังแสดงความเป็นห่วงประชาชนในภาคเหนือ ซึ่งเวลานี้กำลังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ต้องอยู่กับอากาศที่เลวร้ายที่สุดในโลกมา 2 สัปดาห์แล้ว ขณะที่รัฐบาลไม่ได้บรรจุเรื่องนี้ในนโยบาย และยังไม่มีเจตจำนงที่จะนำ พ.ร.บอากาศสะอาด กลับมาดำเนินการให้เป็นกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลมองชีวิตประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุนเท่านั้นหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของปัญหาปากท้อง ที่เป็นผลพวงมาจากวิกฤตพลังงาน และปัญหาน้ำมันแพง ส่งผลต่อค่าไฟฟ้าที่ราคาแพง
สิ่งที่สำคัญนโยบายรัฐบาลนี้ไม่ได้บรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่ ประชาชน 21 ล้านเสียง ลงประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญไปพร้อมกับการเลือกตั้ง ดังนั้นรัฐบาลต้องมีหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นไปตามประชามติโดยเร็ว รวมทั้งยังไม่มีการบรรจุเรื่องของนิติธรรม ไว้ในนโยบายของรัฐบาล
รศ.นันทนา กล่าวอีกว่า ขณะที่ยังมีข้อสงสัยในเรื่องของคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดงว่า จะถูกเป่าหายไปในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยหรือไม่ จึงชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะรักษาชีวิตปากท้องและอนาคตของประชาชนแม้แต่น้อย เป็นการจัดนโยบายแบบไม่เห็นหัวประชาชน คำถามคือรัฐบาลชุดนี้ตั้งมาเพื่อใคร
อ่านข่าว
"อภิสิทธิ์" ลั่นนโยบายรัฐบาลอนุทิน ไม่นึกถึงประชาชน คนจะร้อง "พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว"
“อรรถกร” อภิปรายนโยบายรัฐบาล ทวงทุกสัญญาหาเสียง
"ณัฐพงษ์" ยก 5 คลัสเตอร์ ดุลอำนาจรัฐบาล ซัดพรรคอันดับ 2 ละทิ้งจุดยืน
นายกฯ แถลงนโยบาย ลั่นจะทำทุกวิถีทางขับเคลื่อนประเทศ คนไทยตั้งตัวได้
