ยุโรปประสานเสียง! รุมจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน "ผิดมหันต์-ยอมรับไม่ได้"

ต่างประเทศ
16:22
จำนวนผู้ชม 682
ยุโรปประสานเสียง! รุมจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน "ผิดมหันต์-ยอมรับไม่ได้"
มหาอำนาจยุโรป "อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน" ประณามการโจมตีเลบานอนของอิสราเอลว่าเป็นการกระทำที่ "ผิดมหันต์และยอมรับไม่ได้" ระบุพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง ที่เปราะบางระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

วันนี้ (9 เม.ย.2569) CNN รายงานว่า บรรดาประเทศมหาอำนาจในยุโรป พร้อมใจกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ การปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนอย่างหนักหน่วง โดย อีเวตต์ คูเปอร์ รมว.ต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่อิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายในเลบานอน เมื่อวันที่ 8 เม.ย. เป็นเรื่องที่ "ผิดมหันต์"

พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์การอพยพครั้งใหญ่ของชาวเลบานอน ที่ต้องออกจากที่พักอาศัยหนีตาย ซึ่งนำไปสู่หายนะทางมนุษยธรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สหราชอาณาจักรเรียกร้องให้มีการรวม "เลบานอน" เข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านโดยด่วน เพื่อหยุดยั้งความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในวงกว้าง

ขณะที่ แอมานูแอล มาครง ปธน.ฝรั่งเศส ออกมาประณาม การโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ของอิสราเอลในเลบานอน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามโดยตรง ต่อความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง ที่เพิ่งบรรลุไป พร้อมเสริมว่า เลบานอน ต้องได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ ภายใต้ข้อตกลงนี้

นอกจากนี้ มาครง ยังได้พูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ และ มาซูด เปเซชเคียน ปธน.อิหร่าน หลังประกาศข้อตกลงหยุดยิง พร้อมแสดงความหวังว่า ข้อตกลงหยุดยิง จะได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในทุกพื้นที่ที่มีการปะทะกัน รวมถึง ในเลบานอนด้วย

ฌ็อง-โนแอล บาร์โรต์ รมว.ต่างประเทศฝรั่งเศส แสดงท่าทีประณามเช่นกัน โดยระบุว่าการกระทำของอิสราเอลเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการโจมตีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังมีความหวัง จากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งบรรลุไปเพียงวันเดียว การโจมตีของอิสราเอลจึงเปรียบเสมือนการทำลายรากฐานของความสงบสุขที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสยังคงกดดันไปยังฝั่งอิหร่านเช่นกัน โดยระบุว่าทางรัฐบาลเตหะรานจะต้องละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ และยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนติดอาวุธอย่างเฮซบอลลาห์ และฮามาส เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค

นอกจากนี้ สเปนสร้างความประหลาดใจ ด้วยการประกาศเตรียมกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเตหะรานอีกครั้ง เพื่อฟื้นฟูช่องทางการทูตกับอิหร่าน พร้อมทั้งกล่าวหาอิสราเอลอย่างรุนแรงว่า กำลังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน

ขณะที่ จอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี เตือนว่าสถานการณ์ปัจจุบันกำลังหมิ่นเหม่ต่อ "จุดที่กู่ไม่กลับ" และขอให้ทุกฝ่ายมีความอดทนอดกลั้น เพื่อรักษาโอกาสแห่งสันติภาพที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิด

ประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กันคือข้อพิพาทเรื่องสิทธิการเดินเรือใน "ช่องแคบฮอร์มุซ" หลังจากที่อิหร่านออกมาอ้างสิทธิเหนือน่านน้ำดังกล่าว โดยระบุว่าความปลอดภัยในการเดินทางขึ้นอยู่กับความเมตตาของอิหร่านและโอมาน

ทางสหราชอาณาจักร ออกมาโต้แย้งในทันที โดยยืนยันว่าตามกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ ช่องแคบฮอร์มุซคือเส้นทางสัญจรเสรีที่ทุกประเทศมีสิทธิใช้งาน และไม่มีรัฐใดมีสิทธิอ้างอำนาจอธิปไตย เพื่อเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือขัดขวางการเดินเรือตามใจชอบ การกระทำของอิหร่านจึงถือเป็นการ "จี้เส้นทางสัญจรโลก" ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ในสายตาของประชาคมโลก

ขณะที่ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ สหราชอาณาจักร พบกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่เมืองเจดดาห์แล้ว และคาดว่าจะได้พบกับ ปธน.ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การเยือนครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหารือ เพิ่มเติมเกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลาง

อ่านข่าวอื่น :

อิสราเอลระเบิดปูพรมเลบานอน ดับ "หลานชาย" ผู้นำเฮซบอลลาห์คาที่

สิงคโปร์ "ไม่เจรจา" อิหร่าน ย้ำจ่ายค่าผ่านฮอร์มุซผิดกฎหมายทะเล

ปปง.ยึด-อายัดทรัพย์เครือข่าย "ยิม เลียก-เบน สมิธ" เพิ่มอีก 8,269 ล้านบาท