"อภิสิทธิ์" ลั่นนโยบายรัฐบาลอนุทิน ไม่นึกถึงประชาชน คนจะร้อง "พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว"

การเมือง
12:57
จำนวนผู้ชม 822
"อภิสิทธิ์" ลั่นนโยบายรัฐบาลอนุทิน ไม่นึกถึงประชาชน คนจะร้อง "พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว"
“อภิสิทธิ์” ไม่เชื่อรัฐบาลจะบริหารประเทศได้ตามเป้าหมาย ยกเขียนนโยบายที่ไม่มีความรู้สึก ไม่นึกถึงจิตใจและหัวใจของประชาชน ลั่นให้อภัยไม่ได้หากแสวงหาผลประโยชน์ให้พวกพ้อง เตือนหากเห็นประชาชนเป็นทางผ่านเข้าสู่อำนาจ คนไทยจะบอกว่า “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว”

วันนี้ (9 เม.ย.2569) เวลา 11.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายของรัฐบาล พร้อมตั้งคำถามถึงนโยบายไม่ปรากฏในคำแถลงของนายกรัฐมนตรี โดยหยิบยก "แลนด์บริดจ์" โครงการขนาดใหญ่ที่สุด ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องจำนวนมหาศาล แต่กลายเป็นโครงการลับ ๆ ล่อ ๆ ซึ่งช่วงหาเสียงก็ไม่ยอมส่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ใช้พูดหาเสียง ขณะที่วันนี้ก็ไม่ได้แถลงกับสภาฯ แต่ไปพูดที่กระทรง โดยโครงการดังกล่าวถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดถึงความคุ้มค่า และผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ และความมั่นคง

นอกจากนี้ ยังไม่ปรากฏในนโยบายว่า จะยกระดับการทำงานของ อสม. หรือสร้างขวัญกำลังใจให้ดีขึ้นได้อย่างไร ขณะที่การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขียนนโยบายสั้น ๆ เพียงแต่หลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" และสร้างความสันติสุข แต่เครื่องมือสำคัญช่วงที่ผ่านมา คือ การพูดคุยเจรจาว่า จะมีแนวทางอย่างไร ซึ่งเพื่อน สส.เพิ่งถูกลอบยิง และยังมีคำถามว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือไม่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกถึงความชัดเจนในทิศทาง หรือมีความหวังต่อนโยบายรัฐบาล เพราะหลายเรื่องไม่เป็นรูปธรรม ไม่มีเครื่องมือที่จะใช้และกรอบเวลาที่ชัดเจน รวมถึงตัวชี้วัดในการตรวจสอบ

นโยบายฉบับนี้ ไม่มีความรู้สึก จิตใจ และหัวใจของประชาชน อยู่ในการเขียน

นายอภิสิทธ์ กล่าวถึงนโยบายบางอย่างที่รัฐบาลกล้าเขียน เช่น การปราบปรามสแกมเมอร์อย่างเข้มข้น หรือการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการใช้ของประเทศ ไม่มีใครในประเทศจะบอกว่า รัฐบาลสร้างปัญหานี้ขึ้นมา แต่สิ่งที่เขาตำหนิ เกิดจากการบริหารราชการที่ผิดพลาด การไม่ยอมให้ภาคส่วนอื่น ๆ นอกจากประชาชนรับภาระ และความไม่ชอบมาพากล การแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ตั้งคำถามถึงบทบาทของกองทุนน้ำมัน ที่มีหน้าที่ประคับประคอง หรือซื้อเวลาเผื่อราคาน้ำมันลดลง และซื้อเวลาให้รัฐบาลเตรียมตัวช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ แต่รัฐบาลนี้ใช้เงินถึง 40,000 ล้านบาท จากประชาชนที่จะต้องซื้อน้ำมันแพงในวันข้างหน้า โดยไม่ได้เตรียมมาตรการรองรับ และในที่สุดก็ปล่อยให้ทุกอย่างขึ้นราคา ทั้งต้นทุนการผลิตทุกภาคส่วนพุ่งสูงขึ้น ไม่แน่ชัดว่าจะสายไปหรือไม่ ที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้ เพราะการคุมราคาสินค้าปลายทางจะเกิดความโกลาหล ความขาดแคลน และการล้มลงของธุรกิจ

ท่านพูดได้อย่างไร ว่าประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการความขาดแคลน นอกจากการบริหารผิดพลาด หัวใจท่านไม่อยู่กับประชาชน

นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งคำถามถึงกรณีที่ยังไม่ใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิต และเพิ่งขยับลดค่าการกลั่นเพียงลิตรละ 2 บาท ซึ่งเป็นเงินที่น้อยมากหากเทียบกับค่าการกลั่นลิตรละ 17 บาท รวมทั้งปัญหาราคามะพร้าวรับซื้อจากชาวสวนตกต่ำ ซึ่งต้นตออยู่ที่คนกลาง หรือล้ง แต่ไม่ได้แก้ปัญหา กลับไปตั้งล้งกลางแข่ง

อีกทั้งนโยบายภาคการเกษตร สิ่งที่หล่นหายไป คือ การสร้างหลักประกันให้ผู้ที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนของตลาด หรือวิกฤตภายนอกและภายใน ทั้งประกันรายได้เกษตรกร ค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงสวัสดิการสิทธิขั้นพื้นฐาน

"ตั้งใจถาม รมว.คลัง ว่า เงินที่มีอยู่จำกัดที่ท่านจะต้องออกกฎหมายโอนงบฯ จะเน้นในเรื่องไหน เพราะท่านกำลังบอกให้ประชาชนทั้งประเทศประหยัด แต่ท่านเหมือนส่งสัญญาณจะนำเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านต้องเลือกจะเอาแบบไหน แต่สำหรับผม ต้องเร่งช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ที่เป็นต้นทุนของประชาชนทั้งประเทศ เป็นวิธีการช่วยทุกคนอย่างดีที่สุด การขาดจิตใจที่คำนึงถึงผลกระทบ และความรู้สึกของประชาชน ทำให้นโยบายนี้ไม่ได้สร้างความหวังและทิศทางสำหรับคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ"

นายอภิสิทธิ์ ทิ้งท้ายว่า เรื่องที่ตนไม่มั่นใจในความสำเร็จของนโยบายคือ สิ่งที่เขียนไว้ในหน้าแรก คือ ไม่มั่นใจว่าการบริหารด้วยหลักนิติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคว่าจะเป็นจริง ตนเองจะจับตาดูตั้งแต่เรื่องเขากระโดง และคดีฮั้ว สว. ซึ่งความจริงพรรคเพื่อไทยก็พูดไว้เยอะ ขอให้ช่วยตามไปดูด้วย รวมถึงที่เขียนว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคู่สัญญาของรัฐที่ทำให้สาธารณะเสียหาย ทั้งกรณีตึก สตง., พระราม 2 และจังหวัดนครราชสีมา แต่อย่าลืมคู่สัญญาของอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ที่มีปัญหามาก

ผมยังแปลกใจว่า ก่อนหน้าจะได้รายชื่อ ครม.ชุดปัจจุบัน มีการพูดถึงบุคคลท่านหนึ่งทำนองว่า เขาไม่ผ่านคุณสมบัติ ที่จริงสถานะเขาคือถูกกล่าวโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน บนนั้นหลายคนครับ รวมทั้งท่านนายกฯ ด้วย

นายอภิสิทธิ์ ระบุอีกว่า รัฐบาลทุกชุดเข้ามาบริหารต้องมีทั้งความสำเร็จและล้มเหลว แต่สิ่งที่ให้อภัยกันไม่ได้ คือ หากแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว เข้าพวกพ้อง และไม่เคารพในกระบวนการของกฎหมายและประชาธิปไตย

ถ้าเห็นประชาชนเป็นแค่ทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นแค่พิธีกรรม เห็นประเด็นความมั่นคงจริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตน และทุกคนในประเทศจะบอกว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว

อ่านข่าว :

“อรรถกร” อภิปรายนโยบายรัฐบาล ทวงทุกสัญญาหาเสียง

"ณัฐพงษ์" ยก 5 คลัสเตอร์ ดุลอำนาจรัฐบาล ซัดพรรคอันดับ 2 ละทิ้งจุดยืน

เกาะติดประชุมสภา นายกฯ แถลงนโยบายรัฐบาล